
โครงกระดูกในตู้ของเบนาซีร์ บุตโต (2)
ในการเขียนหนังสือเรื่อง"บทเพลงแห่งโลหิตและดาบ" นี้ ฟาติมะ บุตโต เผยว่าต้องใช้เวลา 6 ปีในการตรวจสอบและสืบค้นข้อมูลต่างๆ ผ่านปากคำเพื่อนๆ และศัตรูของ มูร์ตาซา บุตโต ผู้เป็นพ่อเพื่อกระชากความจริงทั้งหมดมาตีแผ่ หลังจากภาพของพ่อถูกบิดเบือนว่าเป็นตัวร้ายในสายตา
นับตั้งแต่อดีตนายกฯ อาลี บุตโต ถูกแขวนคอตายในคุก เบนาซีร์ ลูกสาวคนโตได้เบนเข็มเล่นการเมืองเต็มตัว ตรงข้ามกับมูร์ตาซาและชาห์นาวัส ลูกชายทั้ง 2 คนได้หลบไปเล่นเกมใต้ดิน จัดตั้งกองกำลังนอกกฎหมายขึ้นเพื่อแก้แค้นแทนพ่อและเพื่อล้มล้างรัฐบาลเผด็จการเซีย อุล ฮัค
กลุ่มนี้ถูกประณามว่าเป็นตัวการเปิดฉากโจมตี ลอบยิง ลอบวางระเบิด และจี้เครื่องบินของสายการบินปากีสถาน แอร์ไลน์ส เมื่อปี 2524 ผลงานต่างๆ เหล่านี้ ทำให้มูร์ตาซาถูกตราหน้าว่าเป็น "ผู้ก่อการร้าย" ซึ่งฟาติมะยอมรับไม่ได้
ฟาติมะยอมรับว่าเธอเชื่อมาตลอดว่า เบนาซีร์ บุตโต ผู้เป็นป้าแท้ๆ ซึ่งเป็นนายกฯ ในช่วงนั้น มีส่วนรู้เห็นกับการสังหารพ่อของเธอที่หน้าบ้านพักในการาจี เพื่อหวังจะกำจัดศัตรูการเมือง โดยไม่คำนึงถึงความผูกพันทางสายเลือดแม้แต่น้อย
"ในช่วงนั้น เบนาซีร์ คงจะรู้สึกว่าปากีสถานไม่ได้ใหญ่มากพอที่จะเฉือนแบ่งให้สมาชิกครอบครัวบุตโตอีกคนหนึ่ง"
หลังเกิดเหตุ เบนาซีร์ก็แค่ประณามการสังหารน้องชายของเธอว่ามุ่งหวังจะบ่อนทำลายเสถียรภาพรัฐบาลของเธอ แต่ก็ไม่มีการกวาดจับตัวการที่อยู่เบื้องหลัง ท้ายที่สุด เบนาซีร์ถูกลอบสังหารเมื่อปี 2550 หลังเดินทางกลับจากการลี้ภัยในต่างแดนนานถึง 8 ปี
ถึงแม้จะเคืองแค้นผู้เป็นป้ามากแค่ไหนก็ตาม เมื่อทราบข่าวว่าเบนาซีร์ถูกลอบสังหาร หลานสาวนอกคอกผู้นี้ยอมรับว่ารู้สึกเศร้าเสียใจ ไม่เชื่อว่าอาถรรพณ์ที่ว่าคนในตระกูลบุตโตจะมีอันเป็นไปในทุกๆ สิบปีก็ยังแรงอยู่
ที่สำคัญ ฟาติมะยังจดจำช่วงเวลาอันแสนสุข สมัยที่เธอยังเป็นเด็ก เบนาซีร์ก็เป็น "ยอดคุณป้าแสนดี" คอยเล่านิทานให้ฟังก่อนนอนและแอบชิมทอฟฟี่รสแปลกๆ พร้อมกับเธอ
แต่พอป้าได้เป็นนายกรัฐมนตรี "อำนาจก็ทำให้เธอเปลี่ยนไป แถมยังไม่ใช่เปลี่ยนไปในทางที่ดี" และด้วยความแค้นฝังใจ ทั้งเธอและน้องชายต่างแม่ 2 คน ไม่ได้นับญาติและไม่ได้ติดต่อกับลูกๆของเบนาซีร์ "ประตูได้ปิดตายมานานแล้ว"
นับตั้งแต่กลับมาปักหลักอยู่ที่เมืองการาจี ยึดอาชีพเป็นคอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์ นักวิจารณ์การเมือง หลายคนมองว่าเธออาจจะกระโจนสู่การเมือง แต่ฟาติมะย้ำว่าเธอไม่มีความทะเยอทะยานทางการเมือง และปรารถนาจะเป็นนักเขียนตลอดไป
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์



