
การสื่อสารกับความรุนแรงการสื่อสารในฐานะความรุนแรง
ถ้าเรามองกันอย่างยาวๆ เรื่องที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งของสังคมไทย โดยเฉพาะในทางการเมืองนั้น ก็คือ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง ที่ทุกๆ ฝ่ายแสดงออกว่าไม่ต้องการความรุนแรง
ที่นี้สิ่งที่น่าสังเกต คงจะมีสักสองประการ
1.เส้นแบ่งของความรุนแรงและความไม่รุนแรงนั้นมีความชัดเจนแค่ไหน? เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ตรงที่ว่า แต่ละคนมีความเข้าใจตรงกันแค่ไหนว่าอะไรคือความรุนแรง? ดังตัวอย่างที่เราเห็นในเรื่องการชุมนุมประท้วงที่ผ่านมาในหลายๆ ครั้ง ที่มีการอ้างว่ากระทำกันอย่างสันติวิธี
อย่างไรก็ดี ถ้าเรามองในแง่บวก เราอาจพบว่า แม้ว่าเราอาจจะยังไม่มีคำตอบเดียวที่เป็นที่ยอมรับ แต่สิ่งที่น่าจะเป็นทางออกก็คือ เราอาจจะสามารถระบุว่าเมื่อพิจารณาเรื่องของความรุนแรงนั้น เราอาจจะต้องพิจารณาหลายมิติ อาทิ เรื่องของการใช้กำลังเชิงกายภาพ การกระทบสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น (และตัวเราเอง) การได้รับการรองรับจากรัฐธรรมนูญ (โดยเฉพาะในระดับเจตนารมณ์) เป็นต้น
ประเด็นก็คือ การพยายามรับฟังข้อเสนอ ข้อกล่าวหา และการปกป้องตัวเองของแต่ละฝ่าย และขณะเดียวกันก็ฟังคำอธิบายคำตัดสินขององค์กรที่ทำหน้าที่ตัดสินคดีความเหล่านี้ด้วย และการโต้แย้งคำอธิบายเหล่านั้น
2.การจัดการกับความรุนแรงจะทำอย่างไร? เรื่องนี้ไม่ยากถ้าไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดความรุนแรงเกิดขึ้นแล้ว เราจะมีวิธีจัดการกับความรุนแรงอย่างไร ซึ่งประเด็นสำคัญอย่างน้อยควรจะมีอยู่สองเรื่อง
เรื่องแรกคือ จะสื่อสารเรื่องของความรุนแรงอย่างไร ซึ่งหมายความว่า สื่อจะพิจารณาในการนำเสนอเรื่องความรุนแรงอย่างไร มีการค้นหาต้นตอของความรุนแรงไหม? (อาทิ ใครทำ? หรือมีแต่การรายงานว่าใครพูดว่าใครทำ?)
นอกจากนี้ เมื่อพูดถึงการสื่อสารเรื่องความรุนแรงนั้น เรามีความระมัดระวังแค่ไหนในเส้นแบ่งของการเสนอข่าวเรื่องความรุนแรง กับ การกลายสภาพ/สถานะเป็นเครื่องขยายเสียง/ผู้ขยายผลของความรุนแรงและสำนวนภาษาที่ปลุกเร้าความรุนแรง ไม่ว่าจะจากผู้ที่ก่อความรุนแรง จากรัฐที่ต้องการปราบความรุนแรง(แต่อาจใช้ความรุนแรง) และจากกองเชียร์ที่ต้องการให้เกิดความรุนแรง หรือต้องการให้ใช้ความรุนแรงในการจัดการความรุนแรง
อย่าลืมว่าภาษานั้นก็ก่อให้เกิดความรุนแรงได้ เพราะหน้าที่สำคัญประการหนึ่งของภาษาโดยเฉพาะเมื่อเราพูดเรื่องสื่อซึ่งเกี่ยวพันกับภาษานั้น เราหลีกเลี่ยงได้ยากว่าภาษานั้นก็ทำหน้าที่กำหนดความหมายและความเป็นจริงทางสังคมด้วย เพราะคนจำนวนมากเข้าใจโลกผ่านสื่อ นั่นหมายความว่าเขาเข้าใจโลกผ่านภาษามากกว่าประสบการณ์ตรงนั่นเอง
เรื่องที่สองคือ ใครจะเป็นผู้ตัดสินในการจัดการความรุนแรง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เหมือนจะไม่ยากแต่ยากยิ่ง เพราะกลุ่มหนึ่งจะรู้สึกทันทีว่ารัฐนั้นมีหน้าที่ในการจัดการความรุนแรง แต่สิ่งที่สำคัญก็คือ ถ้าความรุนแรงนั้นมีขึ้นจากการท้าทายความชอบธรรมของรัฐ หรือความรุนแรงนั้นมาจากรัฐเอง คำถามก็คือใครจะเป็นผู้จัดการความรุนแรง
ที่พูดมาทั้งหมดไม่ใช่เรื่องง่าย ในสถานการณ์ที่ความรุนแรงนั้นมีในหลายมิติ ทั้งความรุนแรงทางตรง ความรุนแรงในนามของความไม่รุนแรง ความรุนแรงใน/ของภาษา ความรุนแรงของการยุติความรุนแรง รวมทั้งความรุนแรงที่ก่อให้เกิดความกลัว หรือความไม่แน่ใจว่าตกลงใครเป็นผู้สร้างความรุนแรง และต้องการอะไรจากความรุนแรงกันแน่



