
หมดท่า
การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ชุมนุมคนเสื้อแดงลดลงแม้แต่น้อย
หนำซ้ำยังเพิ่มความเร้าใจท้าทายให้คนร้ายลองของจาก 2 เหตุการณ์ที่ตำรวจและประชาชนถูกยิงบริเวณแยกศาลาแดงกับเอ็ม 79 ที่ถล่มเข้าใส่ด่านตำรวจบริเวณสวนลุมไนท์บาซาร์ ทั้งสองเหตุมีตำรวจเสียชีวิต 2 นาย
ช่วงนี้อาวุธสงครามเข้ามาเพ่นพ่านในเมืองหลวงยิ่งกว่าตลาดนัดอาวุธตามแนวชายแดนเสียอีก เป็นความล้มเหลวของการตั้งด่านสกัดจับทั้งตำรวจ ทหาร
ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ที่คุยนักคุยหนาว่า ตั้งด่านเหมือนตาข่ายไม่ให้ขนย้ายอาวุธเข้าออกพื้นที่ได้ แต่ไฉนมีการก่อเหตุด้วยอาวุธสงครามไม่ขาดระยะ
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศอฉ. ไม่สงสัยเลยหรือว่า ที่ป่าวประกาศอยู่ทุกวันนั้นในทางปฏิบัติล้มเหลว ประเมินกันอย่างไร มีนายทหารระดับเสธฯ อยู่เต็มกองทัพไปหมด แต่ละคนจอมวางแผนกันทั้งนั้น
ยังมีนายตำรวจระดับพล.ต.ท.-พล.ต.อ. บิ๊กๆ ทหารเดินกันอยู่เต็มใน ร.11 แต่แผนการควบคุมบริเวณโดยรอบสวนลุมพินี ศาลาแดง สีลม พื้นที่แค่หยิบมือเดียวกลับดูแลไม่ได้ แล้วชายแดนทั้งประเทศจะมีปัญญาไปดูได้อย่างไร
วันก่อนออกมาขู่คนเสื้อแดงว่าตั้งด่านสำคัญ 6 จุดเพื่อสกัดการขนย้ายอาวุธสงครามเข้า-ออก ล็อกตายบริเวณจุดชุมนุม เพราะเชื่อว่าม็อบเสื้อแดงบางคนมีอาวุธสงครามใช้กันอยู่
การข่าวรู้กันขนาดนี้ยังหาวิธีควบคุมพื้นที่ไม่ได้ จุดล่อแหลมอย่างสีลม ศาลาแดง สวนลุมไนท์บาซาร์ ไม่ใช่ไม่เคยเกิดเหตุ ที่ผ่านมาพวกก่อการร้ายใช้เป็นพื้นที่ลองของ ฝึกยิงชาวบ้าน ยิงตำรวจมาหลายครั้งแล้ว มีทั้งปืน ทั้งลูกระเบิด เอ็ม 79 ก็ว่อนอยู่หลายครั้ง ขนาดเกิดโต้วิวาทะกันระหว่างหมอผ่าศพ ที่มาร่วมตรวจวิถีกระสุนกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาฯ หยกๆ มานี่เอง
ไม่กี่ชั่วโมงเอ็ม 79 ก็ออกมาโชว์ตัวอีกรอบเหมือนไม่มีตำรวจ ทหาร อยู่ในสายตา
แสดงว่าแนวคิด ยุทธศาสตร์ ความเจนจัดในยุทธวิธีเหนือกว่า ศอฉ. เยอะ คนเก่งแบบนี้กองทัพไม่มี ตำรวจไม่เห็นได้อย่างไร
ฝีมือชั้นยอดแบบนี้แหละที่กองทัพกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรมีไว้ ไม่ใช่เอาแต่พวกหมดสภาพมาบริหารอย่างทุกวันนี้!!



