
ทักษิณยกหูแจงสั่งเปลี่ยนตัวแกนนำแดงไม่ใช่ธุระ
"ทักษิณยกหูสั่งนพดล แจงเปลี่ยนตัวแกนนำ ยันไม่ใช่ธุระ ชี้เป็นเรื่องของเสื้อแดงจัดการกันเอง จวกกต.แกว่งปากหาเรื่องสหรัฐ หาแทรกแซงกิจการภายใน
(10พ.ค.) นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่าพ.ต.ท.ทักษิณแต่งตั้งให้นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นายขวัญชัย ไพรพนา เป็นแกนนำชุด 2 แทน สามเกลอนั้น ถือเป็นการเสนอข่าวที่คลาดเคลื่อน
โดยหลังจากที่พ.ต.ท.ทักษิณทราบเรื่องก็ได้โทรศัพท์มาหาตน เพื่อให้ช่วยชี้แจงว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น มันไม่ใช่เรื่องของพ.ต.ท.ทักษิณที่จะไปตัดสินใจเปลี่ยนตัวแกนนำ เป็นเรื่องของมวลชนเสื้อแดง ขณะนี้มีมวลชนคนเสื้อแดงโทรศัพท์ไปหาพ.ต.ท.ทักษิณแสดงความเป็นห่วง โดยเฉพาะญาติผู้เสียชีวิตที่ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม และคนสั่งการยังไม่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งยังเห็นว่าแผนโรดแมปของนายอภิสิทธิ์เป็นเพียงการหาทางลงให้ตัวเองเท่านั้น พ.ต.ท.ทักษิณจึงแนะนำให้แกนนำคนเสื้อแดงคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน พี่น้องผู้สูญเสียด้วย แต่กระบวนการดำเนินการต่างๆเป็นเรื่องของแกนนำคนเสื้อแดง ไม่เกี่ยวกับพ.ต.ท.ทักษิณ
เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ได้แสดงความเห็นต่อการทำหน้าที่ของแกนนำคนเสื้อแดงชุดแรกหรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานใด ๆ ของแกนนำชุดแรก เพียงแต่ให้กำลังใจว่าทุกคนทำงานหนัก เครียด และต่อสู้มา เพียงแต่มีการสะท้อนจากประชาชนว่าเราปล่อยให้นายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงพ้นผิดง่ายๆไปหรือเปล่า
นายนพดล ยังกล่าวถึงกรณีที่นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่าการที่นายเคิร์ต แคมป์เบลล์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกาพบกับนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย รวมทั้งตน ถือเป็นการแทรกแซงกิจการภายใน ขณะเดียวกันยังกล่าวหาว่าตนมีความใกล้ชิดกับกลุ่มที่ต้องการล้มล้างรัฐบาล ใช้ความรุนแรง เกี่ยวข้องขบวนการก่อการร้ายนั้น ถือเป็นความเห็นที่คลาดเคลื่อน และใส่ร้าย ยืนยันว่าตนและนายจาตุรนต์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการก่อการร้าย หรือใช้กำลังใดๆ ถ้าหากมีขบวนการก่อการร้ายก็เป็นหน้าที่รัฐบาลที่จะไปจัดการ ก็อยากฝากให้นายชวนนท์ไปดูเจ้านายตัวเอง คือนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่มีคดีผู้ก่อการร้าย ยึดสนามบินดีกว่า
“สำหรับนายชวนนท์นั้นแม้จะเป็นคนขยันแต่ยังไม่ค่อยรู้มารยาททางการทูต นายเคิร์ตเพียงแต่มาสอบถามข้อมูลทั่วไป และในวันนั้นก็มีตัวแทนเอ็นจีโอไปด้วย นอกจากนี้ยังมีการเชิญนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แต่นายปณิธานติดภารกิจ ดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่ใช่การแทรกแซงกิจการภายในอะไรเลย การรีบไปตำหนิจะทำให้กระทบความสัมพันธ์โดยไม่จำเป็น ผลักมิตรให้เป็นศัตรูเปล่าๆ”นายนพดลกล่าว



