ข่าว

โฆษกตร.ระบุรู้ตัวคนร้ายยิงตำรวจแยกศาลาแดงดับ

โฆษกตร.ระบุรู้ตัวคนร้ายยิงตำรวจแยกศาลาแดงดับ

10 พ.ค. 2553

ตร.ทราบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณช่วยเหลือ 2 ตร. รับเมียจ่าชัยนาทเป็นตำรวจ ยันรู้ตัวคนร้ายแล้ว โฆษกศปก.ตร.ยันตร.ในม็อบไม่มีอาวุธ เส้นสายสายสืบหาข่าว คงกำลังสีกากี 114 กองร้อย เผบบึ้มบ้านกกต.ใช้ระเบิดจีน เชื่อม 2 เหตุก่อนหน้า

เมื่อเวลา11.00น. วันที่ 10 พฤษภาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผู้ช่วยผบ.ตร)โฆษก ตร. แถลงว่า ตร. พร้อมข้าราชการตำรวจทั่วประเทศและครอบครัว ทราบซึ้งในพระกรุณามหาธิคุณ เป็นล้นพ้นที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี พระราชทานเงินช่วยเหลือให้กับครอบครัวของ จ.ส.ต.วิทยา พรมสำลี ผบ.หมู่สภ.หนองมะโมง ภ.จว.ชัยนาท และ ส.ต.ท.กาณต์นุพัฒน์ เลิศจันทร์เพ็ญ ผบ.หมู่สน.ทุ่งมหาเมฆ ข้าราชการตำรวจทั้ง 2 นาย ที่เสียชีวิตจากการปฎิบัติหน้าที่ ซึ่งถือว่าเป็นขวัญและกำลังใจอย่างยิ่ง แก่ข้าราชการตำรวจ โดยตำรวจเราให้คำมั่นสัญญา ว่าจะมุ่งมั่นทำหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยตามที่ได้รับมอบหมาย หวังว่าเหตุการณ์ร้ายทั้งหลายต่างๆที่กำลังเกิดขึ้นนั้นจะสงบลงด้วยความเรียบร้อยในเวลาสั้น เพื่อความสงบสุข มาสู่สังคมและความสงบเรียบร้อยของ

 พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่า จากกรณีตำรวจ 2 นายเสียชีวิตนั้น พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. ได้อนุมัติในหลักการ ให้รับ นางรุ่งนภา พรมสำลี ภรรยา จ.ส.ต. เข้ารับราชการตำรวจ โดยจะแต่งตั้งและบรรจุ เป็นตำรวจ สังกัด สภ.อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี ทั้งนี้นางรุ่งนภาอยากสืบทอดเจตตารมณ์ของสามี ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่

 โฆษกตร. กล่าวด้วยว่า ช่วงนี้มีข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิต จากการปฏิบัติหน้าที่ บ่อยครั้ง โดยเฉพาะจากผู้ที่เสียชีวิตจากกราปรามปรามยาเสพติด โดยเฉพาะที่บก.ภ.จว.ราชบุรี ที่ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย ซึ่งตร.ห่วงใย ได้มอบหมายให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับลงไปดูแล ในเรื่องยุทธวิธีการปฏิบัติ โดยเฉพาะข้าราชการตำรวจที่มาจากต่างจังหวัด ที่ลงมาทำหน้าที่ควบคุมฝูงชนนั้น พล.ต.อ.ปทีป ได้มอบหมายให้พล.ต.ท.สันฐาน ชยนนท์ ผบช.น. เป็นผู้ควบคุมกำลังในทางยุทธวิธีร่วมกับ ศอฉ. ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนกำลังอย่างไร ให้เกิดความปลอดภัย ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติการในแนวหน้า ที่ใกล้ชิดกับประชาชน รวมถึงสามารถรักษาความสงบเรียบร้อย ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ซึ่ง รรท.ผบ.ตร. ได้เน้นมาตลอด เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียขึ้นอีก เพราะถือว่าเป็นเริ่องที่ไม่อาจยอมรับได้ 

 พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่า สำหรับการสืบสวนจับกุม คนร้ายที่ก่อเหตุไม่สงบ ในหลายคดีที่ผ่านมา ทราบจากพล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษา(สบ10)หัวหน้าชุดสืบสวน ว่าได้ทราบเค้าลางกลุ่มคนร้าย ค่อนข้างจะชัดเจน อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่ตำรวจต้องตระหนัก คือการแสวงหาพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกระบวนการยุติธรรมในส่วนนี้พยานหลักฐานต่างๆจะส่งมอบให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ในการที่จะดำเนินการต่อไป เพราะถือว่าเป็นคดีพิเศษ ก็หวังว่าคงจะมีความคืบหน้าโดยเร็วที่สุดเพื่อให้เกิดความมั่นใจของพี่น้องประชาชน ในการทำงานของทุกหน่วยผู้ที่เกี่ยวข้อง และสามารถที่จะกุมคัวคนร้ายในการกระทำความผิดในคดีต่างๆมาลงโทษ

 พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ รองผู้บัญชาการสำนักงานเทคโนโลยีสารสินเทศและการสื่อสาร ในฐานะ โฆษก ศปก.ตร. กล่าวว่า กรณีที่ประชาชน ความกังวลในเรื่องการใช้อาวุธ หรือการนำอาวุธปืนพกติดตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นั้น เนื่องจากว่า ศอฉ. มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ ปฏิบัติการชุมนุม ทั้งการดูแลผู้ชุมนุม และการสืบสวนหาข่าว การตั้งด่านจุดสกัด ให้มีการพกพาอาวุธปฏิบัติหน้าที่ได้ ซึ่งพล.ต.อ. ปทีป ก็กำชับในการปฏิบัติว่าต้องปฏิบัติตามระเบียบของคำสั่ง โดยแบ่งเป็น 2 แนวทางใหญ่ๆ คือ ในงานติดตามหาข่าวสืบสวน การตั้งด่านสกัด หรือการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ซึ่งเจ้าหน้าที่มีอาวุธปืนประจำกายหรือของราชการไปปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ส่วนเจ้าหน้าที่ ที่ดูแลผู้ชุมนุมเพื่อดูแลเหตุการณ์ต่างๆ ยังคงยืนยันตามหลักการเดิมคือไม่มีอาวุธแต่อย่างใด

 พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า ส่วนเจ้าหน้าที่ที่มีอาวุธปืน ในเรื่องการการสืบสวน เคลื่อนที่เร็ว ซึ่งได้เคยประชาสัมพันธ์แล้วว่ามีอาวุธ และเจ้าหน้าที่จะอยู่ในที่ตั้ง จะออกมา ต่อเมื่อมีเหตุจำเป็น และต้องได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาก่อน ไม่ใช่ว่าออกมาตามใจชอบ ยกเว้นเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ เช่น เจ้าหน้าที่จราจร เจ้าหน้าที่สายตรวจ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม แต่เป็นให้บริการในเรื่องความปลอดภัยตามปกติ

 พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า การใช้อาวุธเมื่อมีผู้ก่อเหตุความไม่สงบ จะเป็นบริเวณที่มีผู้ชุมนุมหรือไม่มีก็ดี ทาง ศอฉ. ก็ได้ออกมาตรการตามหลักการกว้างๆซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติตามขั้นตอน คือมีการแจ้งเตือนก่อนให้หยุดยั้งการกระทำ เมื่อไม่หยุดยั้งก็จะใช้การยิงเตือนคือยิงขึ้นฟ้าหรือยิงไปทิศทางที่ปลอดภัยเพราะไม่ประสงค์ที่จะต้องการให้มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนกรณีสุดท้ายหากจะมีการใช้อาวุธก็จะอยู่ในหลักการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 68 ประมวลกฎหมายอาญา คือต้องกระทำไปในภัยอันตรายที่ใกล้จะถึงตัว หรือประชาชน คือเป็นการเพื่อรักษาชีวิต ตามหลักที่สมควรกว่าเหตุ ดังนั้นขอให้มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้ดุลยพินิจในการตัดสินใจใช้อาวุธ ไม่ต้องกังวล โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ชุมนุม

 พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวต่อว่า วันนี้ตำรวจจะมีการปรับสับเปลี่ยนกำลังในเวลา 16.00 น.  ซึ่งป็นรอบที่ 15 แล้ว โดยขณะนี้ตำรวจที่ทำหน้าที่จะมี 114 กองร้อยเช่นเดิม

 พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวถึงกรณีที่ดีเอสไอให้แกนนำมามอบตัวที่ ตร. ตามความผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯว่า ถ้ามีการมามอบตัวในวันนี้ ทางศปก.ตร. ก็จะมีความพร้อม เพราะได้เตรียมแผนมาบ้างแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานจากใครเรื่องการมอบตัวแต่อย่างใด

 โฆษกศปก.ตร. ยัง กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีคนร้ายขว้างระเบิดใส่บริเวณบ้านพัก นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. เมื่อกลางดึกที่ผ่านมาว่า จากการตรวจสอบของกองพิสูจน์หลักฐานพบว่าระเบิดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเป็นระเบิดขว้างทำในประเทศจีน โดยคนร้ายถอดสลักออกแล้วใช้ยางรัดนำไปใส่ในถ้วยบะหมี่สำเร็จรูป แล้วใส่น้ำมันเพื่อให้น้ำมันทำปฏิกิริยากับยางรัดจนขาดและเกิดระเบิดขึ้น ขณะที่ยังมีระเบิดอีก 2 ลูกที่ยังไม่ทำงาน

 พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยมีคนร้ายใช้ระเบิดชนิดนี้ก่อเหตุมาแล้ว 2 ครั้ง ในห้วงการชุมนุม โดยต้องสืบสวนความเชื่อมโยงอีกครั้ง ซึ่งระเบิดนี้แต่จะมีใช้ในราชการหรือไม่นั้นยังไม่มั่นใจ ของ ตร.ไม่น่าจะมีใช้ ส่วนการดูแลบ้านบุคคลสำคัญ ศปก.ตร. ส่งกำลังเข้าดูแลมาตลอดตั้งแต่มีการชุมนุม เหตุที่เกิดขึ้นคาดว่าคนร้ายน่าจะใช้ช่วงเวลาในการปรับเปลี่ยนเวรยามเข้ามาลงมือ ซึ่งต้องตรวจสอบรายละเอียดด้วย 

 สำหรับความคืบหน้าคดีระเบิด ธนาคารกรุงเทพ สาขารัชดา-ลาดพร้าว พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า คนร้ายก่อเหตุยิงระเบิดชนิด M79 มาจากเชิงสะพานข้ามแยก รัชดา-ลาดพร้าว แต่ระเบิดไม่ทำงาน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งจากการตรวจสอบภาพวงจรปิดในธนาคาร ไม่เห็นภาพคนร้าย เพราะกล้องหันเข้าด้านใน โดยขณะนี้ อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณใกล้เคียง

 ขณะที่มีรายงานว่า เวลา 13.00น. พล.ต.ท.พงศพัศ เป็นประธานส่งศพ จ.ส.ต.วิทยา ขึ้นเครื่องบินของกองบิน ตร. ไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่ศาลานาบุญ อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี