ข่าว

“เรืองไกร”ทวง“ประสพสุข”ลาออกจากปธ.วุฒิ

“เรืองไกร”ทวง“ประสพสุข”ลาออกจากปธ.วุฒิ

10 พ.ค. 2553

“เรืองไกร” ทวงคำพูด “ประสพสุข” ลาออกจากเก้าอี้ปธ.วุฒิ ด้านส.ว.ดาหน้าหนุนนั่งต่อ ขณะที่” ประสพสุข”ประกาศกลางสภา พร้อมลาออก เพื่อให้เลือกตั้ง ปธ.ใหม่ แต่ขอให้สถานการณ์บ้านเมืองกลับสู่สภาวะปกติ

(10พ.ค.) ที่รัฐสภา การประชุมวุฒิสภา มีนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุมช่วงเปิดให้สมาชิกหารือ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ได้หารือกรณีที่มีข่าวว่านายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ประกาศจะลาออกจากตำแหน่งประธานวุฒิสภาในวันที่ 1 พฤษภาคม ว่า มีการเสนอข่าวเรื่องนี้ในสื่อมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่งานสัมมนาวุฒิสภาทำงานครบรอบ 1 ปี ที่เขาใหญ่ โดยนายประสพสุข ประกาศว่า จะอยู่ในตำแหน่งอีก 1 ปี และจะลงจากตำแหน่งเพื่อให้มีการประเมินการทำหน้าที่ ล่าสุดครบกำหนดแล้วจึงมีเสียงพูดคุยในหมู่ ส.ว.ว่า นายประสพสุข ควรจะอยู่ต่อหรือไม่ จึงขอสอบถามความชัดเจนทั้งตำแหน่งประธานและรองประธานวุฒิสภาว่า หากจะมีการเลือกใหม่ก็ควรปรึกษาในที่ประชุม

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายเรืองไกร ได้สอบถามนายประสพสุข จึงได้เปิดให้สมาชิกแสดงความคิดเห็น โดยนายสุพจน์ โพธิ์ทองคำ ส.ว.สรรหา เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิ) กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้เห็นว่านายประสพสุขยังไม่ควรจะลาออกเพราะจะทำให้วุฒิสภากระเพื่อม ซึ่งคิดว่าองค์กรวุฒิสภาเป็นกลางมากกว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาล 2 ปีที่ผ่านมาประธานวุฒิสภาทำหน้าที่เป็นกลางอย่างดีที่สุดไม่ซ้ายจัดหรือขวาขัด ตนก็ถือเป็นหนึ่งใน เจ็ดของสมาชิกที่มีอายุมาก คิดว่าในตอนนี้ ส.ว.อยู่กันไปอย่างนี้ ก็ดีแล้ว เพราะประธานก็มีวาระอยู่เพียง 3 ปี ขณะนี้เหลือเวลาอีก 8 - 9 เดือนก็ต้องพ้นวาระไป ตำแหน่งประธานวุฒิสภาไม่ใช่ของ ส.ว. 150 คน แต่ประชาชนคนนอกมองเข้ามา จะเห็นแต่ภาพความขัดแย้งแตกแยก หากเปิดให้มีเลือกกันใหม่ในช่วงนี้ ตนคิดว่าถ้าส.ว.อยู่นิ่งๆ ประธานซึ่งเป็นสุภาพบุรุษ คงรู้อยู่แล้วถึงความเหมาะสมว่าควรจะทำอย่างไร เพราะตำแหน่งนี้ไม่ใช่สมบัติผลัดกันชม ดังนั้นตนจึงไม่เห็นด้วยที่จะลาออกในช่วงนี้

 นายเรืองไกร ได้ลุกขึ้นใช้สิทธิ์ถูกพาดพิงชี้แจงว่า สิ่งที่ตนหารือนำมาจากข่าวทางเวปไซต์ของวุฒิสภา และอสมท. ซึ่งส.ว.ก็มีการคุยกันในเรื่องนี้แต่ก็ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ที่ตนยกขึ้นมาพูดเพราะต้องการให้นำมาคุยกันโดยเปิดเผยและตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็นจะลาออกหรือจะอยู่ต่อไปสักพักรอเหตุการณ์บ้านเมืองสงบ เพราะไม่ต้องการให้คุยกันข้างนอก จนอาจจะออกเป็นข่าวเพื่อเป็นการหาเหตุผลเข้าข้างเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ แต่ตนไม่เกี่ยวข้องในการจะสมัคร ขนาดประธานคณะกรรมาธิการตนยังไม่อยากจะเป็น และไม่ต้องการให้งานของวุฒิสภาสะดุด หรือให้มีปัญหา และเห็นว่า การทุกตำแหน่งใน ส.ว.มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

 นายไพบูลย์ ซำศิริพงษ์ ส.ว.ปทุมธานี กล่าวว่า นายประสพสุข ทำงานได้สมบูรณ์แบบ สังคมก็ชื่นชมว่าวุฒิสภาชุดนี้ทำงานได้ดีตนจึงเห็นว่า 1 .ส.ว.อยู่กันอย่างปกติสุขดี จึงไม่ควรเปลี่ยนแปลงในช่วงนี้ที่บ้านเมืองวุ่นวาย 2.ประจักษ์จากภาคสังคมว่า วุฒิสภาทำงานจนมีผลงาน 3.นายประสพสุข เป็น ส.ว.สรรหา จะหมดวาระ 3 ปีในอีกประมาณ 8 เดือน ซึ่งตลอดเวลาก็ทำหน้าที่ได้สง่างามแล้วจึงควรอยู่ให้ครบวาระแล้วค่อยเปลี่ยน 4.เปลี่ยนในช่วงนี้ไม่เหมาะสมอย่ายิ่ง ตอนนี้ไม่ใช่แค่อย่าเปลี่ยนม้ากลางศึก แต่เป็นอย่าเปลี่ยนยอดขุนพลในช่วงสถานการณ์วุ่นวาย 5.การที่นายประสพสุข เป็นสุภาพบุรุษ รักษาคำพูด และประกาศว่า ยินดีให้ประเมิน แต่ก็ประจักษ์แล้วว่า นายประสพสุข ทำงานได้ดีเยี่ยม ฉะนั้นถ้าส.ว.ขอไว้ให้อยู่ต่อ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องการที่เคยพูดไว้ 6.ข่าวที่ออกเป็นความเห็นของคอลัมนิสต์คนนั้นๆ แต่ไม่ใช่ความเห็นของคนส่วนใหญ่ จึงขอวิงวอน ส.ว. เพราะอยู่อย่างสงบกันอยู่แล้ว และงานไม่มีปัญหา ขอให้นายประสพสุข อยู่ต่อให้ครบวาระส.ว.สรรหา ซึ่งเหลืออีกไม่ถึงปี เมื่อหมดวาระแล้วเพื่อนส.ว.ค่อยมาพูดกันเรื่องนี้

 จากนั้นมีส.ว.เกือบ 10 คน ทั้งฝ่ายเลือกตั้งและสรรหา ได้แจ้งชื่อขออภิปราย แต่นพ.อนันต์ อริยะชัยพาณิชย์ ส.ว.สุรินทร์ หารือว่า เปิดให้อภิปรายแบบนี้เสียเวลา เพราะจะมีฝ่ายหนึ่งเชียร์และอีกฝ่ายหนึ่งค้านและไม่จบ การจะอยู่สง่างามหรือไม่อยู่ที่นายประสพสุข เอง จะเปลี่ยนความคิดอยู่ต่อสักระยะรอบ้านเมืองสงบก็ขอให้บอกส.ว. เพื่อทำความเข้าใจกัน ไม่มีปัญหา ทำให้นายประสพสุข กล่าวสรุปว่า ถ้าเช่นนั้นก็คงไม่ต้องให้อภิปราย แต่ตนขอชี้แจงว่า เมื่อปีที่แล้วที่งานสัมมนาครบรอบ 1 ปีวุฒิสภา ที่เขาใหญ่ ตนบอกว่า ครบอีก 1 ปี จะพิจาณาตัวเองหมายความว่า เมื่อจัดประชุมสหภาพรัฐสภาหรือไอพียูเสร็จในวันที่ 2 เมษายน 2553 เดือนพฤษภาคม 2553 จะพิจาณาตัวเอง แต่เมื่อสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้เป็นอย่างนี้ ก็ขอขอบคุณหลายคนที่อภิปรายโดยเข้าใจถึงเหตุที่ยังไม่ลาอก

 “ ผมขอแสดงความจริงใจกับทุกคน ณ บัดนี้ว่า ยังยืนยันอยู่ตามที่พูดไว้ที่งานสัมมนา ทั้งนี้ ส.ว.ทั้ง 150 คน มีศักยภาพที่เป็นประธานได้ ฉะนั้นถ้าสถานการณ์บานเมืองเป็นปกติ ก็จะเปิดให้ 150 คนเลือกประธานวุฒิสภากันใหม่แน่นอน”นายประสุข กล่าว