ข่าว

คุมเข้มเลือกตั้งฟิลิปปินส์เดือดส่งทหารหลายหมื่นคนป้องกันเหตุรุนแรง

คุมเข้มเลือกตั้งฟิลิปปินส์เดือดส่งทหารหลายหมื่นคนป้องกันเหตุรุนแรง

10 พ.ค. 2553

มะนิลา-ฟิลิปปินส์ส่งทหาร-ตำรวจหลายหมื่นคนประจำคูหาเลือกตั้ง หวั่นเหตุรุนแรงปะทุ หลังมีคนสังเวยเลือกตั้งหลายสิบศพ

 ผู้กำกับการตำรวจลีโอนาร์โด เอสบีนา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์ แถลงเมื่อวันอาทิตย์ (9 พ.ค.) ว่าได้จัดกำลังทหาร-ตำรวจออกรักษาการณ์ทั่วประเทศหลายหมื่นคนเพื่อคุมเข้มความปลอดภัยในการเลือกตั้งทั่วไป และการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ของฟิลิปปินส์จะเปิดฉากขึ้นในวันจันทร์นี้ หลังจากมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากการแข่งขันอย่างรุนแรงในการเลือกตั้งแล้วจำนวนมาก

 รายงานข่าวระบุว่า มีผู้ถูกยิงเสียชีวิต 5 คน จากความขัดแย้งทางการเมืองที่เชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มมือปืนที่ภักดีต่อผู้สมัครในท้องถิ่น 2 แห่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นเพียง 1 วันก่อนหน้าการเลือกตั้งประธานาธิบดี ขณะที่นายตำรวจเอสบีนาระบุว่า คาดว่าจะมีความรุนแรงเกิดขึ้นอีกมาก จึงเตรียมความพร้อมรับมือเหตุการณ์ความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น โดยจะส่งเจ้าหน้าที่ทั้งทหารตำรวจไปประจำยังคูหาเลือกตั้งต่างๆ เพื่อรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ เช่น เกาะมินดาเนา ที่เคยเกิดเหตุสังหารหมู่ภรรยาและญาติของนักการเมือง ตลอดจนนักข่าวกว่า 50 ศพเมื่อปลายปีที่แล้ว

 ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เลือกตั้งแถลงว่า มีความพร้อมที่จะเปิดการเลือกตั้ง และคาดว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์มากถึงร้อยละ 80 ของจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งราว 50 ล้านคนทั้งประเทศ ท่ามกลางความวิตกของหลายฝ่ายที่ยังคงเป็นกังวลเรื่องการใช้เครื่องเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์เป็นครั้งแรกในการเลือกตั้ง ทั้งๆ ที่มีข่าวว่าทำงานผิดพลาดในการซ้อมเลือกตั้งมาก่อนหน้านี้

 ขณะที่โพลล์หลายสำนักและผู้เชี่ยวชาญคาดว่า นายเบนีโญ "นอยนอย" อะคิโน วุฒิสมาชิกวัย 50 ปี และบุตรชายของนางคอราซอน อาคีโน อดีตประธานาธิบดีหญิงเหล็กของฟิลิปปินส์ จะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งฟิลิปปินส์

 ทั้งนี้นายอาคีโนสร้างความนิยมอย่างล้นหลามเหนือคู่แข่งคนอื่นๆ จากการนำเสนอการปกครองในแบบรัฐบาลมือสะอาด ท่ามกลางกระแสเบื่อหน่ายการปกครองมานานเกือบ 10 ปีของประธานาธิบดีกลอเรีย อาร์โรโย ที่อื้อฉาวจากข่าวการทุจริตฉ้อฉลครั้งแล้วครั้งเล่า ส่วนผู้สมัครคนอื่นๆ ที่ทำคะแนนตามมาได้แก่ นายโจเซฟ เอสตราดา อดีตประธานาธิบดี พระเอกหนังคนดังที่ถูกโค่นจากอำนาจ และนายแมนนี วิลญาร์ มหาเศรษฐีอสังหาริมทรัพย์

 ส่วนนางอิเมลดา มาร์กอส ภรรยาวัย 80 ปี อดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ผู้นำเผด็จการที่ต้องหนีไปเสียชีวิตต่างประเทศ หันมาลงสนามเลือกตั้ง โดยนางมาร์กอสได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่ง ส.ส.เป็นผู้แทนของจังหวัดทางภาคเหนือที่ยังคงชื่นชมครอบครัวมาร์กอส เช่นเดียวกับนายแมนนี ปาเกียว นักมวยชื่อดังชาวฟิลิปปินส์ ที่ลงสมัครเป็น ส.ส.ในจังหวดบนเกาะมินดาเนาด้วย