
เรื่องเล่า จากเมืองลาว
คนส่วนใหญ่มักจะประกอบอาชีพที่ตนถนัดเพียงอย่างเดียว มีคนไม่มากนักที่ประกอบอาชีพถึงสองสามอย่างในเวลาเดียวกัน หนึ่งในจำนวนคนไม่มากนักนั้นมีผมรวมอยู่กับเขาด้วย ด้วยว่าผมเป็นคนไม่อยากมีเวลาว่างให้กับชีวิตตนเอง เพราะรู้ตัวดีว่าเป็นคนที่ทำตัวแบบน้ำคือไหลลงที่ต่
มีเวลาว่างเมื่อใดก็อดไม่ได้ที่จะใฝ่ใจไปทางด้านอบายมุข ทั้งเล่น ดื่ม กิน และเที่ยวครบสูตร จนชีวิตช่วงวัยรุ่นที่ผ่านมาตกอยู่ในฉากด้านมืดเป็นส่วนใหญ่ ทำให้หลังจากผ่านเรื่องราวต่างๆ มามากจนเกินพอแล้ว ผมจึงพยายามหางานหลายๆ อย่างมาทำในเวลาเดียวกัน เพื่อให้ตัวเองไม่มีเวลาว่างพอที่จะไปใฝ่อบายมุขจนเดือดร้อนขึ้นมาอีก
หนึ่งในบรรดาอาชีพเสริมเพื่อลดเวลาว่างของผมคือการรับจ้างคุมขบวนคาราวานรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางภายในประเทศทั่วทุกภาคทุกจังหวัด หรือจะเป็นเส้นทางไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว เขมร พม่า มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ไปจนถึงประเทศจีน คนอื่นจัดแล้วมาว่าจ้างให้ผมคุมเพียงแค่ขบวนคาราวานผมก็รับทำ หรือจะให้ผมจัดวางเส้นทางและสถานที่ท่องเที่ยวให้ผมก็ยินดี
โดยเฉพาะในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือ ส.ป.ป.ลาว หรือ ลาว ที่เราเรียกกันสั้นๆ จนติดปาก เพราะประเทศลาวเป็นประเทศที่ผมชอบมากที่สุดในย่านนี้ ทั้งภูมิอากาศ บรรยากาศ สถานที่ท่องเที่ยวและผู้คนทั่วไป ผมรักประเทศลาวจนไม่อยากให้มีการพัฒนาทางด้านวัตถุในประเทศลาวมากไปกว่าทุกวันนี้
เพราะจะทำให้ลาวขาดเสน่ห์ความเป็นลาวไปมาก จนเพื่อนชาวลาวหลายคนบอกว่าผมรักประเทศลาวแบบคนเห็นแก่ตัว ซึ่งผมยอมรับว่าเป็นความจริง เพราะผมรักประเทศลาวในแบบของพ่อ ที่อยากให้ลูกสาวมีอายุเพียงแค่เจ็ดแปดขวบตลอดไป โดยไม่ต้องเติบใหญ่เป็นสาวมีแฟน
ล่าสุดผมมีโอกาสคุมขบวนคาราวานรถยนต์เข้าไปประเทศลาวอีกครั้งหนึ่ง ผู้ร่วมขบวนคาราวานของผมมีตั้งแต่ผู้หญิงอายุ 77 ปี เดินทางมาจาก จ.ตรังพร้อมลูกและหลาน กลุ่มนายพลทหารนอกราชการที่เกษียณอายุแล้ว แต่ยังแข็งแรงและชอบขับรถเดินทางด้วยตนเอง มีช่างภาพอิสระ มีครอบครัวพ่อค้าอาหารจากนครปฐม มีเจ้าของโรงงานเส้นใยขนาดใหญ่ระดับประเทศ มีพนักงานจากบริษัทธุรกิจขนาดใหญ่ เจ้าของกิจการส่วนตัวขนาดกลางและเล็ก ไปจนถึงเจ้าของบ่อกุ้งและเจ้าของร้านขายเพชรพร้อมครอบครัว
หนองคายได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารต่างประเทศให้เป็นจังหวัดที่น่าอยู่ติดอันดับ 7 ของโลก เสียแต่การบริหารจัดการของหนองคายยังทำได้ไม่เต็มที่นัก ทำให้คนไทยเจ้าของประเทศยังให้ความสนใจเดินทางมาท่องเที่ยวไม่มากนัก ยกเว้นเพียงแค่ช่วงเวลาของการชมบั้งไฟพญานาคเท่านั้น ที่พอจะมีนักเดินทางมาเยี่ยมเยียนหนองคายกันคับคั่ง มากกว่าช่วงเวลาอื่นๆ ในแต่ละปี
นักเดินทางชาวไทยที่จะผ่านไปประเทศลาวส่วนใหญ่มักใช้อุดรธานีเป็นที่พักแรมและนัดพบกัน ในขณะที่พ่อค้าประชาชนชาวลาวเมื่อเดินทางมาเมืองไทย ก็ใช้อุดรธานีเป็นฐานที่พักและจับจ่ายใช้สอยมากกว่าที่จะใช้เงินใน จ.หนองคาย ซึ่งปัญหาทางเศรษฐกิจข้อนี้คงต้องให้หอการค้าจังหวัดหนองคายเป็นผู้หาคำตอบเพื่อแก้ไขและปรับปรุง
ครั้งหน้าผมจะมาเล่าให้ฟังถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับนักธุรกิจฝั่งลาวซึ่งมีที่มาที่ไปจากฝั่งไทย และจะเล่าให้ฟังถึงนักลงทุนในประเทศลาว เท่าที่ได้พบเห็นและพูดคุยมาจากการเดินทางในครั้งนี้ครับ
พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ



