ข่าว

 ควรให้คุณบัณฑิต นิจถาวร เป็นผู้ว่าการแบงก์ชาติ !

ควรให้คุณบัณฑิต นิจถาวร เป็นผู้ว่าการแบงก์ชาติ !

09 พ.ค. 2553

ปลายเดือนกันยายน 2553 นี้ นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือที่นิยมเรียกกันสั้นๆ ว่า ผู้ว่าแบงก์ชาติ ซึ่งเป็นผู้ว่าการคนที่ 21 และเป็นสุภาพสตรีคนแรกที่ได้รับการเลือกให้ดำรงตำแหน่งนี้ ก็จะเกษียณราชการแล้ว กระทรวงการคลังโดยนายกรณ์ จาติกวณิช

 โดยผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อโดยรัฐมนตรีว่ากระทรวงการคลัง ที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้ว ได้แก่ 1. นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ด้านเสถียรภาพการเงิน 2.นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคาร กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 3.นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) 4.นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง หรือแม้แต่ นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์

 ทั้ง 5 ท่านที่เอ่ยนามมานี้ล้วนเป็นบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ และทรงคุณค่าในแวงวงเศรษฐกิจของไทยด้วยกันทั้งสิ้น ความรู้ความสามารถของแต่ละท่านคงไม่ต้องพูดถึงนะครับ หาไม่แล้วคงไม่สามารถเจริญก้าวหน้าในอาชีพจนเป็นหมายเลข 1 ของแต่ละองค์กรได้อย่างนี้ และหากนำความรู้ความสามารถมาเทียบเคียงกันก็จะทำให้คณะกรรมการคัดสรรทั้ง 7 ท่าน เกิดความรู้สึก “รักพี่เสียดายน้อง” เปล่าๆ

 วิธีการที่น่าจะเหมาะสมที่คณะกรรมการคัดสรรควรเลือกปฏิบัติคือ ลงมติเลือกนายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการแบงก์ชาติ ขึ้นมารับตำแหน่งผู้ว่าการแบงก์ชาติคนที่ 22 นะครับ ทั้งนี้เพื่อเป็นบรรทัดฐานสำหรับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ของรัฐ ที่ให้การสนับสนุน “คนใน” ที่ทำงานกับองค์กรมาอย่างยาวนานได้มีโอกาสก้าวสู่ตำแหน่งสูงสุดในองค์กรนั้นๆ เว้นแต่ว่าในแต่ละแห่งหา “คนใน” ที่มีความสามารถอย่างรอบด้านแล้วไม่ได้จริงๆ หรือ “คนใน” ที่มีอยู่ “ด่างพร้อย” ในวัตรปฏิบัติหรือมีคดีความเป็นชนักปักหลังอยู่ จึงค่อยสรรหาจากบุคคลภายนอก

 และเพื่อให้การคัดสรรผู้ว่าการแบงก์ชาติคนใหม่เป็นไปอย่างราบรื่นขึ้น ผมขอเรียกร้องให้ทุกท่านที่ได้รับการทาบทาม หรือ “อยากเป็น” ได้ถอนตัวออกไปเถอะครับ เท่าที่ผมทราบมา นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้ขอถอนตัวจากการเสนอชื่อไปแล้ว ด้วยเหตุผลที่น่ายกย่องอย่างยิ่งคือท่านปลัดกระทรวงการคลังบอกว่า เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะให้คนของกระทรวงการคลังไปนั่งบริหารแบงก์ชาติ เพราะอาจทำให้พนักงานของแบงก์ชาติเกิดความไม่สบายใจได้

 ส่วนอีกท่านหนึ่งที่เข้าใจว่าคงไม่มาแบงก์ชาติอย่างแน่นอนแล้วก็คือนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล แห่งแบงก์กสิกรไทย ที่เพิ่งรับตำแหน่งประธานสมาคมธนาคารไทย คนที่ 22 (พอดีเหมือนกัน) ไปเมื่อปลายเดือนที่แล้ว ซึ่งจะต้องระดมสมองบรรดาสมาชิกเพื่อหาทางเยียวยาลูกค้าของแบงก์ต่างๆ ที่ประสบปัญหาจากการเมือง ดังนั้นจึงเหลือนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการ ก.ล.ต. กับนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการสภาพัฒน์ ซึ่งผมเชื่อว่าถึงนาทีสุดท้ายทั้งสองท่านนี้ก็คงจะแสดงสปิริตด้วยการถอนตัวจากคณะกรรมการคัดสรรเช่นเดียวกันนะครับ (เอ๊ะ ยังไง)

 ผมอยากให้การคัดสรรผู้ว่าการแบงก์ชาติคนใหม่ได้เป็น “จุดเริ่มต้น” ของระบบธรรมาภิบาลที่แท้จริงของทุกองค์กร คือให้ตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดขององค์กรนั้นๆ เป็นของ “คนใน” ครับ นอกจากจะทำให้คนในแต่ละองค์กรกระตือรือร้นแสดงความสามารถเพื่อก้าวไปสู่หมายเลข 1 อย่างเต็มกำลังความสามารถแล้ว ยังเป็นเกียรติประวัติของพนักงานในองค์กรแต่ละแห่งอีกด้วย นายบัณฑิต นิจถาวร จึงสมควรนั่งบนเก้าอี้ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย คนที่ 22 ด้วยเหตุนี้แลเฮย

ภาณุมาศ ทักษณา