
คลังโล่งชำระหนี้ตั๋วเงินก่อนกำหนดไร้ค่าปรับ
สบน.เล็งนำเงินคงคลัง 4.2 หมื่นล้านชำระหนี้ตั๋วพีเอ็นอายุ 2-5 ปีก่อนกำหนด ระบุไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม "กรณ์" ยันไม่ได้ถูกกดดันทางการเมืองแต่เห็นว่าเงินคงคลังสิ้นปีงบ 53 มีสูงถึง 3.5 แสนล้าน
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า สบน.อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลหนี้ที่ต้องชำระคืนก่อนครบกำหนดจำนวน 4.2 หมื่นล้านบาท ที่กำหนดไว้เดิมในปีงบ 2554 โดยจะเป็นหนี้ในส่วนของเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินในรูปตั๋วสัญญาใช้เงิน (พีเอ็น) อายุตั้งแต่ 2 ปี 3 ปี แล 5 ปีที่กู้ยืมในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายนปีที่แล้ว ซึ่งมีวงเงินรวมประมาณ 1 แสนล้านบาท และเลือกในส่วนที่ถูกตั้งงบประมาณ เพื่อชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยในงบประมาณปี 2554 ที่มีวงเงินรวม 5 หมื่นล้านบาท
“เราจะคัดเลือกตั๋วพีเอ็นที่สามารถชำระคืนเงินต้นก่อนกำหนดได้ โดยไม่มีปัญหาต้องเสียค่าธรรมเนียม ซึ่งพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่สามารถดำเนินการได้ในส่วนของพันธบัตรรัฐบาลที่ออกไปก่อนหน้านี้เพราะอาจเสียค่าธรรมเนียม โดยตั๋วพีเอ็นที่ชำระคืนก่อนนั้นเลือกในส่วนของที่ต้องชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยในปีงบประมาณ 2554 เท่านั้น ตัวเลขจึงเหลือเพียง 4.2 หมื่นล้านบาท จากจำนวนที่ตั้งงบประมาณไว้ชำระหนี้ทั้งสิ้น 5 หมื่นล้านบาท” นายจักรกฤศฏิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะสามารถนำเงินงบประมาณที่จัดสรรไว้เพื่อชำระเงินต้นและดอกเบี้ยในปีงบประมาณปี 2554 มาใช้เป็นงบลงทุนได้เพิ่มขึ้นตามนโยบายรัฐบาลแต่ตามกฎหมายกำหนดไว้ว่าเมื่อมีการนำเงินคงคลังออกไปใช้ จะต้องมีการตั้งงบประมาณชดเชยในปีงบประมาณถัดไปคือปี 2555 ในจำนวนที่เท่ากัน 4.2 หมื่นล้านบาท เหมือนกรณีที่ตั้งงบประมาณไว้ 3 หมื่นล้านบาท เพื่อชดเชยเงินคงคลังในปีงบประมาณ 2554 ทำให้งบชำระหนี้จะไปเพิ่มมากในปี 2554 แทน
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การชำระหนี้ล่วงหน้า 4.2 หมื่นล้านบาท จะไม่ทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะลดลง แต่จะไม่ทำให้สัดส่วนนี้เพิ่มขึ้นอีก เพราะในกรอบงบประมาณ 2554 ยังขาดดุล 4.2 แสนล้านบาท หรือ 4.1% ของจีดีพี และยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการตัดสินใจที่เร็วเกินไป เมื่อประเมินจากแรงกดดันทางการเมืองปัจจุบัน เพราะประเมินแล้วว่าระดับเงินคงคลังเมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2553 จะอยู่ที่ระดับ 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งถือว่าระดับที่เพียงพอต่อการรองรับการเบิกจ่ายงบประมาณได้



