
สินค้าอาหารจ่อคิวขึ้นราคาเพียบ"แป้งมัน-แป้งข้าวเหนียว"แจ้งขอปรับโลละ2บาท
สินค้าอาหารส่งสัญญาณขยับราคา "แป้งข้าวเหนียว- แป้งมัน" ขอขึ้นราคากิโลกรัมละ 2 บาท ขณะที่ปลากระป๋องจ่อขึ้น 1 บาท ด้านวงการเหล็กคาดพาณิชย์ปรับราคาแนะนำเหล็กอีกกิโลกรัมละ 12 บาท หลังวัตถุดิบโลกราคาพุ่ง
นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ผลิตและจำหน่ายแป้งมันสำปะหลังและแป้งข้าวเหนียวได้แจ้งขอปรับขึ้นราคาจำหน่ายส่งมายังร้านค้าปลีก โดยอ้างว่าต้นทุนวัตถุดิบข้าวเหนียวมีราคาเพิ่มสูงขึ้นจากผลผลิตที่ออกสู่ตลาดลดลง ขณะที่วัตถุดิบหัวมันสำปะหลังมีราคาสูงขึ้นมากเช่นกัน เนื่องจากผลผลิตมีน้อยกว่าความต้องการ รวมทั้งยังมีการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไปยังต่างประเทศจำนวนมาก เนื่องจากมีราคาดี ทำให้ร้านค้าปลีกต้องปรับขึ้นราคาจำหน่ายปลีกแป้งทั้ง 2 ชนิด กิโลกรัมละ 2 บาท
นอกจากนี้ ผู้ผลิตอาหารกระป๋องโดยเฉพาะปลากระป๋องหลายรายแจ้งมาว่า เตรียมจะปรับขึ้นราคาจำหน่ายส่งปลากระป๋อง ซึ่งจะทำให้ราคาจำหน่ายปลีกปรับเพิ่มขึ้นอีกกระป๋องละ 1 บาท จากเดิมจำหน่ายกระป๋องละ 10-12 บาท โดยจะปรับเพิ่มเป็นกระป๋องละ 11-13 บาท ผู้ผลิตอาหารกระป๋องอ้างว่ามีภาระต้นทุนเพิ่มขึ้น เพราะก่อนหน้านี้กระทรวงพาณิชย์อนุมัติให้ผู้ประกอบการผลิตเหล็กแผ่นเคลือบดีบุก (ทินเพลต) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการนำมาทำบรรจุภัณฑ์ของปลากระป๋องปรับขึ้นราคา
แหล่งข่าวจากอุตสาหกรรมเหล็กกล่าวว่า เร็วๆ นี้คณะอนุกรรมการพิจารณาราคาเหล็กเส้นและเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ อาจจะเรียกประชุมเพื่อพิจารณาปรับขึ้นราคาแนะนำเหล็กเส้นและเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ เนื่องจากราคาวัตถุดิบเศษเหล็กในตลาดโลกปรับขึ้นมากอย่างต่อเนื่อง โดยเหล็กแท่งยาว ซึ่งใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเหล็กเส้นและเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ ในเดือนกุมภาพันธ์ ราคาอยู่ที่ตันละ 400 ดอลลาร์สหรัฐ เดือนมีนาคม ขยับขึ้นเป็นตันละ 500 ดอลลาร์สหรัฐ เดือนเมษายน ขยับขึ้นเป็นตันละ 600 ดอลลาร์สหรัฐ
ล่าสุด เดือนพฤษภาคม ราคาขยับขึ้นมาอยู่ที่ 710 ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากความต้องการของตลาดโลกเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ประกอบกับช่วงก่อนหน้า ซึ่งเป็นวิกฤติการเงินสหรัฐ ประเทศผู้ผลิตส่วนใหญ่ได้ชะลอการผลิต ทำให้สต็อกเหล็กโลกเหลือน้อย ไม่เพียงพอต่อการบริโภคในปัจจุบันที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว
“ราคาวัตถุดิบเหล็กในตลาดโลกปรับราคาขึ้นรุนแรงมาตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ จนถึงขณะนี้ปรับเพิ่มขึ้นไปแล้วตันละ 300 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ต้นทุนผู้ผลิตเพิ่มขึ้น ดังนั้นมีความจำเป็นที่กระทรวงพาณิชย์จะต้องปรับขึ้นราคาแนะนำเหล็กเส้นและเหล็กโครงสร้างรูปพรรณให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง หากพิจารณาตามภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นคณะอนุกรรมการจะต้องปรับขึ้นราคาแนะนำตันละ 9,600 บาท หรือกิโลกรัมละ 9.60 บาท เนื่องจากกระทรวงพาณิชย์ไม่ได้ประกาศปรับขึ้นราคาแนะนำมานานกว่า 1 ปีแล้ว โดยมีการปรับขึ้นราคาแนะนำครั้งล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคม ปีที่ผ่านมา”



