
เร่งรัฐชี้ขาดแผนตรึงค่าพลังงานศก.ยังไม่ฟื้นลุ้นอุ้มแอลพีจีครัวเรือน-ค่าเอฟทีต่อ
กระทรวงพลังงานเร่งสรุปนโยบายตรึงราคาพลังงาน ทั้งค่าไฟฟ้า-แอลพีจี-เอ็นจีวี เสนอแยกโครงสร้างแอลพีจี 2 ราคา มองเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นอาจต้องตรึงช่วยครัวเรือนต่อ ส่วนค่าไฟฟ้ามีแนวโน้มตรึงค่าเอฟทีไว้ก่อน
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ กระทรวงพลังงานจะต้องหาข้อสรุปในเรื่องนโยบายการตรึงค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ หรือเอฟที ราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) และก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) ซึ่งจะสิ้นสุดการตรึงราคาในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อขออนุมัติจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ และ ครม. โดยจะให้ความสำคัญในเรื่องก๊าซแอลพีจีมากที่สุด เพราะปัจจุบันต้องนำเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเก็บจากราคาเชื้อเพลิงที่ใช้ในรถยนต์ทุกประเภท เพื่อไปอุดหนุนราคานำเข้าแอลพีจีถึงเดือนละ1,600-1,800 ล้านบาท เป็นภาระประชาชนในภาพรวม
"กระทรวงพลังงานจะเสนอให้ กพช.และ ครม. ตัดสินใจแยกโครงสร้างราคาแอลพีจีเป็นสองราคา และแยกสูตรราคาระหว่างแอลพีจีที่ใช้ในครัวเรือน และแอลพีจีในภาคอุตสาหกรรมและขนส่ง โดยขณะนี้ภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวมากนัก แนวทางที่เป็นไปได้ อาจต้องตรึงแอลพีจีครัวเรือนต่อไประยะหนึ่ง“ แหล่งข่าวกล่าวและว่า ปัจจุบันแอลพีจีมีโครงสร้างราคาเดียว และถูกตรึงไว้ที่กิโลกรัมละ 18.13 บาท มาป็นเวลานาน พร้อมขอทบทวนมติ กพช. เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2550 เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การกำหนดราคาเอ็นจีวีปี 2550-2551 ระดับ 8.50 บาทต่อกิโลกรัม
ในส่วนของค่าเอฟที มีแนวโน้มที่จะตรึงต่อไปที่ 92.55 สตางค์ต่อหน่วยอีกระยะหนึ่ง ซึ่งอัตราที่ตรึงไว้ ประกอบด้วย ค่าเอฟทีคงที่ 46.83 สตางค์ต่อหน่วย และค่าเอฟทีที่เปลี่ยนแปลงไป (เดลต้าเอฟที) 45.72 สตางค์ต่อหน่วย
ด้าน นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ตนจะเร่งผลักดันโครงการการส่งเสริมสนับสนุนพลังงานทดแทน ลดการใช้พลังงานให้เป็นรูปธรรม รวมทั้งการขับเคลื่อนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ การบังคับใช้ดีเซล บี 3 ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้ พร้อมบังคับใช้ บี 5 เกรดเดียว วันที่ 1 มกราคม 2554 หากวัตถุดิบมีเพียงพอ นอกจากนี้จะส่งเสริมการใช้น้ำมันอี 85 ให้มากขึ้น ในส่วนของการส่งเสริมพลังงานทดแทน จะทำข้อตกลงกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เร็วๆ นี้ เพื่อขอใช้พื้นที่มาพัฒนาพลังงานหมุนเวียน
ขณะเดียวกัน จะเร่งวางอัตราส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า หรือแอดเดอร์ หากอัตราแอดเดอร์ของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนประเภทใดสูงเกินไป จะเป็นภาระต่อค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ หรือเอฟที ต้องปรับให้เหมาะสม รวมทั้งการลดใช้พลังงาน ทั้งภาคราชการ อุตสาหกรรมและธุรกิจ
นพ.วรรณรัตน์กล่าวว่า จะส่งเสริมโครงการผลิตพลังงานที่ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกเข้าสู่กลไกการพัฒนาที่สะอาด หรือซีดีเอ็ม เพื่อขายคาร์บอนเครดิตให้ได้มากขึ้น โดยจะส่งเสริมให้มีหน่วยงานปฏิบัติการในการตรวจสอบ (ดีโออี) ในประเทศเพิ่มขึ้น หน่วยงานนี้จะมาทำหน้าที่ตรวจสอบเอกสารประกอบโครงการก่อนขึ้นทะเบียนโครงการ เพื่อรับรองการเป็นโครงการซีดีเอ็ม



