ข่าว

ธรรมะของหลวงพี่น้ำฝน

ธรรมะของหลวงพี่น้ำฝน

10 พ.ค. 2553

วันก่อนผมไปนมัสการหลวงพี่น้ำฝนมา หลังจากที่ได้ยินชื่อเสียงของท่านมาเป็นเวลานานพอสมควร หลวงพี่น้ำฝน หรือพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ เป็นเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม โดยรับตำแหน่งเจ้าอาวาสต่อจากพระมงคลสิทธิการ หรือหลวงพ่อพูล เกจิอาจารย์ชื่อดัง

 หลวงพี่น้ำฝนตามที่เรียกกันทั่วไป เป็นพระนักพัฒนา ท่านได้อุทิศเวลาและปัจจัยแก่การศึกษา เยาวชน และพระพุทธศาสนา อย่างมากมาย จนได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม จากมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา อาจจะเพราะในวัยเด็กท่านใช้ชีวิตอยู่ในย่านดินแดง ซึ่งเวลานั้นเป็นแหล่งยาเสพติดและอาชญากรรม จึงทำให้ท่านได้ทราบถึงพิษภัยของสิ่งเหล่านั้นเป็นอย่างดี และเมื่อมาอุปสมบทอยู่ที่วัดไผ่ล้อม ในปี 2536 หลวงพี่น้ำฝนก็ได้รณรงค์และริเริ่มกิจกรรมต่างๆ เพื่อต่อต้านยาเสพติดและอบายมุขมาโดยตลอด จนได้รับประกาศเกียรติคุณผู้บำเพ็ญคุณประโยชน์ในการแก้ปัญหายาเสพติดของ จ.นครปฐมถึง 2 ครั้ง

 ในการไปนมัสการในวันนั้น หลวงพี่น้ำฝนได้มอบหนังสือ "มหันตภัยร้าย ทำลายมนุษย์" ที่ท่านได้เขียนขึ้นให้ผมมาอ่าน ซึ่งเมื่ออ่านแล้ว ผมก็เห็นว่าเป็นหนังสือดีมีประโยชน์จึงขอนำมาเล่าต่ออย่างย่อๆ ในหนังสือเล่มดังกล่าว หลวงพี่น้ำฝนได้เปรียบเทียบภัยซึ่งเกิดจากพฤติกรรมของมนุษย์ว่ามีความร้ายแรงกว่ามหันตภัยธรรมชาติ ภัยดังกล่าวได้แก่ภัยจากบุหรี่ (ซึ่งอาจรวมถึงยาเสพติดด้วย) ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้เสพและคนใกล้เคียงยิ่งกว่าอัคคีภัย เพราะอัคคีภัยหากมีสติและมีความระมัดระวังเพียงพอ ก็สามารถป้องกันได้ แต่บุหรี่นั้นเราจุดไฟเพื่อเผาไหม้อวัยวะภายในของตัวเองและคนใกล้ชิดวันละหลายๆ ครั้ง โดยไม่รู้ตัว ท่านเปรียบสุราเหมือนกับอุทกภัย เพราะคนที่ถูกเหล้ากินนั้นจะขาดสติ ขาดความละอาย และความรู้สึกผิดชอบชั่วดี จนทำสิ่งต่างๆ ที่ผิดเพี้ยน ก่อปัญหาแก่ตัวเอง ครอบครัว และสังคมได้โดยง่าย

 ในส่วนของวาตภัย หรือภัยที่เกิดจากลมนั้น หลวงพี่น้ำฝนเห็นว่าลมปากของมนุษย์ก่อให้เกิดภัยอันตรายไม่แพ้ลมพายุ ดีเปรสชัน หรือทอร์นาโด เพราะการพูดใส่ร้ายป้ายสี การพูดเท็จ พูดส่อเสียด หรือการพูดเลอะเทอะเลื่อนเปื้อนนั้น ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายทั้งตัวผู้พูดและบุคคลอื่นที่ถูกพาดพิง สมดังที่สุนทรภู่กล่าวไว้ว่า “อันมนุษย์สุดนิยมเพียงลมปาก จะได้ยากโหยหิวเพราะชิวหา”

 มหันตภัยประการสุดท้าย ได้แก่การพนัน ซึ่งน่ากลัวกว่าโจรภัย เพราะภัยประเภทนั้นถ้าเรามีความรอบคอบ มีความระมัดระวัง และรู้จักป้องกันตัวเอง เช่นดูแลปิดประตูบ้านช่องให้มิดชิด ไม่ใส่เครื่องประดับที่มีค่า ไม่ไปในที่เปลี่ยว ก็คงไม่เป็นที่ล่อตาล่อใจของโจรผู้ร้าย แต่การพนันนั้นเหมือนกับการที่เราสมัครใจไปให้โจรปล้น หรือปล้นตัวเอง ที่สำคัญก็คือโจรปล้น 10 ครั้ง ก็ยังเหลือบ้าน เหลือที่ดิน เหลือรถยนต์ แต่การพนันนั้นเป็นการถูกปล้นจนหมดเนื้อหมดตัว จนไม่มีทรัพย์สินหรือแม้แต่ครอบครัวหลงเหลืออยู่เลย

 ครับ นั้นคือสารัตถะในหนังสือ "มหันตภัยร้าย ทำลายมนุษย์" ของหลวงพี่น้ำฝน ซึ่งเป็นธรรมะที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย และเตือนใจให้คิด เตือนจิตให้สำนึก อย่างที่ท่านตั้งใจไว้จริงๆ