
อินไซด์ยุติธรรมประจำวันที่10พ.ค.
**เมื่อ ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ออกมาประกาศบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด เดินหน้าแจ้งข้อหาหนักก่อการร้ายกับ 9 แกนนำนปช. จนกว่าจะมีผู้หาญกล้าตรากฎหมายนิรโทษกรรมให้พ้นผิด ร้อนถึงบรรดาดีเอสไอไส้แดง ให้ต้องเร่งเกมหาจุดอ่อนของ "อธิบดีธาริต" โดยขุดคุ้ยย้อนหลังไป
ซึ่งใช้จ่ายงบประมาณไม่ทัน จึงต้องตัดสินใจจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษหลายรายการ ทีมงานไส้แดงลงทุนตรวจสอบเอกสารย้อนหลังไปถึงการจัดซื้อคอมพิวเตอร์พบหนังสือราชการบางแผ่นถูกป้ายน้ำยาลบคำผิด เพื่อแก้ไขรายชื่อคณะกรรมการจัดซื้อและคณะกรรมการตรวจรับ คาดว่าเอกสารดังกล่าวในอนาคตอันใกล้จะถูกทยอยนำมาใช้เลื่อยขาเก้าอี้ ไส้แดงกระจายไปทุกสัดส่วนอย่างนี้ต้องไม่ลืมระวังหลัง **
**เลื่อนกำหนดการเดินทางไป จ.อุบลราชธานี เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเป็นหนี้นอกระบบมาหลายรอบ สุดท้าย "ม็อบแดง" ไม่ยอมยุติการชุมนุมเสียที พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รองปลัดยุติธรรม จึงตัดสินใจนำคณะทำงานร่วมกรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพไปตั้งโต๊ะรับเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นระบบ งานนี้มีลูกหนี้ให้ความสนใจแต่งตัวมารอความช่วยเหลือกว่า 2,000 ราย แต่ฝ่ายเจ้าหนี้รู้ทัน ชิงตั้งโต๊ะปรับลดหนี้ คงเหลือเฉพาะเงินต้นล้วนๆ ใจป้ำขนาดนี้ น่าจะประนอมยอมความกันนานแล้ว
*** สัก กอแสงเรือง อดีตนายกสภาทนายความ 3 สมัย และอดีต คตส. ลงสมัครรับเลือกตั้งนายกสภาทนายความ ครั้งที่ 9 และลูกทีมที่ลงสมัครเป็น กรรมการสภาทนายฯ หายใจโล่งไปเลยทีเดียวกับวันนี้ที่รอคอย...ในการปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้นำองค์กรทางกฎหมายอีกครั้ง หลังประธานกรรมการมรรยาท ได้ประกาศผลชนะแบบยกทีมทั้ง 23 คน อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 เมษายน โดยไม่ปรากฏผลการร้องเรียน...ว่าแต่ตามระเบียบเลือกตั้งนายกสภาทนายฯ ยังให้เวลาคู่แข่งยื่นเรื่องร้องเรียนภายใน 60 วันนับตั้งแต่มีการประกาศผล อย่างนี้ทีมนายกสภาทนายฯ ชุดใหม่ คงต้องลุ้นกันอีกรอบว่าจะเจอพิษเลือกตั้งเหมือน การเมืองระดับชาติมั้ยน้อ !!!!
*** ขณะที่ฝั่งศาลยุติธรรม ที่ต้องพิจารณาตัดสินคดีนักการเมืองที่หลงผิดใช้อำนาจแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวแบบทับซ้อนนั้น ได้เฟ้นหาผู้พิพากษาศาลฎีกา 5 คนมาเป็นองค์คณะพิจารณาอุทธรณ์คดียึดทรัพย์อดีตผู้นำ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัวแล้ว งานนี้เห็นชื่อแล้วมีแต่รองประธานศาลฎีกา และประธานแผนกคดีในศาลฎีกาทั้งน้าน แต่ไม่แปลกใจเมื่อนานทีจะมีคดีระดับอดีตผู้นำประเทศขึ้นศาล ก็ต้องใช้ประสบการณ์เก๋าๆ ของบิ๊กๆ ในศาลวางบรรทัดฐานกันหน่อย ไม่งั้น...จะถูกครหาว่าสองมาตรฐานอีก !!!



