ข่าว

ในหลวง-ราชินีทรงช่วยครอบครัวตร.เหยื่อบึ้มสีลม

ในหลวง-ราชินีทรงช่วยครอบครัวตร.เหยื่อบึ้มสีลม

09 พ.ค. 2553

ในหลวง-ราชินี-พระเทพฯ พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์แก่ครอบครัว 2 ตำรวจเหยื่อบึ้มคืน 7 พ.ค. ด้าน ผบช.น.ยันรู้กลุ่มยิงเอ็ม 79 รอผลตรวจวิถียืนยันจุดยิง ชี้ปมแค้นโดนจับ ลั่นเจอ เสธ.แดงจับทันที สั่งเพิ่มกำลัง 2,000 นาย ตรึงพื้นที่ชุมนุม ผอ.รพ.จุฬาฯ เผยดาบตำรวจถูก

ความคืบหน้าการล่ามือมืดสร้างสถานการณ์ป่วนแผนปรองดองระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โดยใช้อาวุธปืนยิงใส่ตำรวจและประชาชนที่หน้าธนาคารกรุงไทย สาขาย่อยอาคารซิลลิคเฮ้าส์ แยกศาลาแดง ถนนสีลมฝั่งขาเข้า แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร และยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่ด่านตรวจของตำรวจกับทหาร บริเวณใกล้ประตู 4 สวนลุมพินี ถนนพระราม 4 ฝั่งขาเข้า แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร 3 ลูกซ้อน เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ส่งผลให้ ส.ต.ท.กานต์ณุพัฒน์ เลิศจันทร์เพ็ญ ผู้บังคับหมู่งานจราจร สน.ทุ่งมหาเมฆ และ จ.ส.ต.วิทยา พรหมสำลี ผู้บังคับหมู่งานปราบปราม สภ.หนองมะโมง จ.ชัยนาท เสียชีวิต ขณะที่ทหาร ตำรวจ และพลเรือนบาดเจ็บรวม 13 คน

 ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวว่า พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษา (สบ 10) ได้เรียกประชุมเพื่อหาจุดที่คนร้ายใช้ยิงอาวุธเอ็ม 79 เพราะถ้ายังไม่ทราบจุดยิงก็ไม่สามารถอนุมานได้ว่าคนร้ายเป็นกลุ่มใด

 "จากการประชุมทำให้ทราบกลุ่มคนร้ายที่ลงมือแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจน ส่วนจะเป็นกลุ่มใดหรือมีจำนวนเท่าไรอยู่ระหว่างการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด" พล.ต.ท.สัณฐานกล่าว

 ผบช.น.กล่าวอีกว่า จุดที่คนร้ายใช้ยิงเอ็ม 79 ขณะนี้ทราบแล้ว แต่ต้องรอผลตรวจที่ชัดเจนจากกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และผู้เชี่ยวชาญด้านขีปนวิถี อย่างไรก็ตาม พบว่าการก่อเหตุครั้งนี้เชื่อมโยงกับเหตุยิงเอ็ม 79 ก่อนหน้านี้ การตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวกำลังเร่งดำเนินการ ส่วนที่พยานเห็นแสงไฟมาจากบริเวณสกายวอล์กขณะเกิดเหตุนั้น ตรวจสอบแล้วเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไม่ใช่

 สาเหตุที่คนร้ายยิงเอ็ม 79 ใส่ตำรวจจนเสียชีวิต 2 นายนั้น พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวว่า น่าจะเกี่ยวข้องกับการจับกุมคดีต่างๆ หลายรายก่อนหน้า เนื่องจากวิธีการของคนร้ายลงมือเหมือนกับต้องการเอาคืน หรือสั่งสอนมากกว่า แต่ตำรวจที่บาดเจ็บเป็นผู้ปฏิบัติตามหน้าที่และไม่เกี่ยวข้องกับชุดที่ดำเนินการจับกุมแต่อย่างใด หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้ระดมกำลังตำรวจดูแลบริเวณดังกล่าวให้เพิ่มขึ้น 3 เท่า หรือประมาณ 2,000 คน ทั้งสายตรวจเดินเท้า รถจักรยานยนต์ และสายตรวจสืบสวน

 "การเพิ่มใกล้พื้นที่ชุมนุมไม่ใช่การกดดัน นปช. เราทำเพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นอีก ส่วนการชุมนุมสามารถทำต่อไป แต่ถ้าทำผิดกฎหมายก็ต่อต้องว่ากันไป ส่วนตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่การชุมนุมสามารถพกอาวุธได้ แต่การใช้อาวุธเราต่างทราบกฎหมายดีอยู่แล้วว่าสามารถป้องกันตัวตามมาตรา 68 ได้อย่างไร" พล.ต.ท.สัณฐานกล่าว

 ผบช.น.กล่าวถึง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ที่ให้สัมภาษณ์ว่าจะมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ว่า ตำรวจต้องตรวจสอบทั้งหมด พล.ต.ขัตติยะมีหมายจับอยู่แล้ว คงไม่สามารถเชิญตัวมาพูดคุยได้ ถ้าเจอต้องจับทันที เพราะมีหมายจับอยู่

 ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พร้อมด้วยนายสง่า พรหมสำลี อายุ 62 ปี บิดาของ จ.ส.ต.วิทยา นางรุ่งนภา พรหมสาลี อายุ 40 ปี ภรรยาของ จ.ส.ต.วิทยา และญาติ เดินทางมารับศพ จ.ส.ต.วิทยา ท่ามกลางบรรยากาศที่โศกเศร้า โดยมีตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชน จ.ชัยนาท จำนวน 48 นาย ตั้งแถวเกียรติยศแสดงความเคารพ จ.ส.ต.วิทยา เป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นเคลื่อนย้ายศพไปตั้งที่ศาลา 5/1 วัดตรีทศเทพวรวิหาร เพื่อรอพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ จ.ส.ต.วิทยาเต็มไปด้วยความโศกเศร้าของญาติพี่น้องและเพื่อนตำรวจ โดยมี พล.อ.อ.กำธน สินธวานนท์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มอบพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์แก่ครอบครัวของ จ.ส.ต.วิทยา ต่อมา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เดินทางมาเป็นประธานในพิธีรดน้ำหลวงอาบศพ จ.ส.ต.วิทยา พร้อมด้วย พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รอง ผบ.ตร. และนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ร่วมงานอย่างคับคั่ง และมอบเงินจากมูลนิธิบุณยะจินดาเพื่อข้าราชการตำรวจและครอบครัว ให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตรายละ 1 หมื่นบาท

 กระทั่งเวลา 17.00 น. นายประเทือง เหมทัต กรมวังผู้ใหญ่ เป็นผู้แทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มอบพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ช่วยเหลือครอบครัวตำรวจผู้เสียชีวิตทั้งสองนาย ทั้งนี้ สตช.เป็นเจ้าภาพพิธีสวดพระอภิธรรมศพ จ.ส.ต.วิทยา ที่ศาลา 5 วัดตรีทศเทพวรวิหาร และในวันที่ 10 พฤษภาคม เวลา 12.00 น. จะเคลื่อนย้ายศพ จ.ส.ต.วิทยา ไปบำเพ็ญกุศลที่ศาลานาบุญ อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี และจะพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้

 ส่วนศพ ส.ต.ท.กานต์ณุพัฒน์ ขณะนี้ตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดบางช้างใต้ อ.สามพราน จ.นครปฐม

 พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต และ สตช.อย่างหาที่สุดมิได้ ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์แก่ครอบครัวของข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ทั้ง 2 นาย นับเป็นขวัญและกำลังใจแก่ตำรวจผู้ปฏิบัติงานเป็นอย่างยิ่ง ยืนยันว่าข้าราชการตำรวจที่มาปฏิบัติหน้าที่ในการควบคุมฝูงชนจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ อย่างต่อเนื่องต่อไป

 ด้าน ศ.นพ.อดิศร ภัทราดูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวถึงกรณีที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 7 เนื่องจากมีเหตุการณ์ยิงอาวุธสงครามและระเบิดเอ็ม 79 ใส่ตำรวจทหารที่บริเวณแยกศาลาแดงและหน้าสวนลุมพินีว่า ทางโรงพยาบาลได้รับผู้ป่วยจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมเข้ารับการรักษา 8 คน เสียชีวิต 2 คน มีผู้ป่วยที่ยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ได้แก่ จ.ส.ต.เกษม แก้วกุล ส.ต.ต. ณัฐกานต์ โพธิ์น้อย ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว คาดว่าจะกลับบ้านได้ในเร็วๆ นี้ ส่วน ด.ต.เกียรติศักดิ์ อัญชรินทร์ อาการสาหัส ต้องเข้ารับการผ่าตัดล้างสะเก็ดระเบิดที่สมองอีกครั้ง