
แผนปรองดองตกรางแล้ว
เห็นได้ชัดว่าแผนปรองดองซึ่งรัฐบาลเสนอให้กลุ่ม นปช. ซึ่งยังเสริมกำลังคนกลางสี่แยกราชประสงค์นั้น ประสบอุปสรรค เพราะแกนนำเสื้อแดงยังใช้วิธีตีสองหน้า นั่นคือพยายามเจรจาต่อรองเอาเงื่อนไขที่ดีที่สุด โดยให้ลดโทษจากอาชญากรรมที่ตัวเองก่อขึ้น โดยเฉพาะการก่อการร้าย
โอกาสที่จะมีการสู้รบ เพราะกลุ่มก่อการร้ายไม่ต้องการให้ตรวจค้นอาวุธ จะนำไปสู่การปะทะ เพราะถ้ามีอาวุธ จะเป็นหลักฐานสำคัญมัดตัวแกนนำว่ามีกลุ่มผู้ติดอาวุธ และทำร้ายเจ้าหน้าที่บ้านเมืองตามที่เคยเกิดขึ้นหลายครั้ง นับตั้งแต่การชุมนุมเริ่มต้น
รัฐบาลยังเพ้อฝันว่าพวกแกนนำแดงอยากเจรจาด้วยความจริงใจ แต่ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงเล่ห์กลในการยื้อชุมนุมต่อไป โดยสร้างเงื่อนไขที่รัฐบาลยอมรับไม่ได้ ดังนั้น การยิงระเบิดสังหารเจ้าหน้าที่คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 2 นายเท่ากับเป็นการปิดเส้นทางสำหรับการปรองดองนั่นเอง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ประชุมหารือกันถึงเหตุความรุนแรงที่คนร้ายใช้อาวุธปืนกราดยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มผู้ชุมนุมชาวสีลม เพื่อหารือในเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย ซึ่งอาจต้องกระชับให้มากขึ้นอีก
แต่การประชุมเหมือนเป็นการแสร้งทำเป็นไม่รับรู้ว่าวิกฤตินั้นร้ายแรงกว่าทุกครั้ง และหาเหตุผลในการไม่ใช้กำลังเข้าสลายกำลังการก่อการร้าย อ้างว่าไม่ต้องการความสูญเสีย ขณะที่เจ้าหน้าที่และประชาชนได้ตกเป็นเหยื่อการก่อการร้ายทุกวัน แต่ยังยืนยันว่ารัฐบาลยังคงต้องให้มีแผนปรองดองที่กำลังเดินหน้าอยู่ เพราะเป็นเรื่องที่ต้องเดินควบคู่กันไปกับเรื่องของความมั่นคง และยังอ้างว่าเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อแผนปรองดองระหว่างรัฐบาลและกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างแน่นอน และต้องเร่งหาทางคืนความสงบให้บ้านเมืองโดยมองข้ามรายละเอียดอย่างอื่นไป
ฝ่าย นปช.ยังพยายามป้องกันตัวเองไม่ให้ถูกสลาย อ้างว่าการโจมตีสังหารเจ้าหน้าที่ครั้งล่าสุดเป็นฝีมือของกลุ่มที่ไม่ต้องการเห็นกระบวนการปรองดองเกิดขึ้นให้สำเร็จ เพราะเหตุการณ์ไม่ควรจะเกิดขึ้น ในระหว่างที่เหตุการณ์ทั้งหมดกำลังจะคลี่คลาย อย่างไรก็ตาม และอ้างว่ากลุ่ม นปช.จะไม่หวั่นไหวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะยังคงเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการปรองดองต่อไป แต่ต้องการให้รัฐบาลถอนกำลังตำรวจทหารที่ตั้งด่านออกไป เพราะอาจเกิดกระทบกระทั่งขึ้นได้อีก
ถ้ารัฐบาลยังแสร้งมองว่า กลุ่ม นปช.มีความสุจริตใจ ผลสุดท้าย อาจเลี่ยงการปะทะไม่ได้ เพราะกลุ่มหัวรุนแรงติดอาวุธในกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ต้องการความปรองดอง และอยู่นอกเหนือการควบคุมของแกนนำ นปช. ดังนั้น ความเสี่ยงว่าจะเกิดการนองเลือดยังมีอยู่ และการสูญเสียอาจมากกว่าที่ควรจะเป็น ถ้าพวกกลุ่มหัวรุนแรงชิงลงมือก่อน โดยมีโล่มนุษย์กำบังขณะที่ฝ่ายรัฐเป็นฝ่ายตั้งรับ ดังนั้น ฝ่ายรัฐต้องประเมินสถานการณ์ใหม่



