
ภัยใกล้ตัว 4 แกนนำแดง
โรดแม็พ 5 ประการของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กำลังสร้างความปั่นป่วน และหวาดระแวงให้แก่กลุ่มแกนนำคนเสื้อแดง
โดยเฉพาะ 4 แกนนำหลักบนเวที อย่าง วีระ มุสิกพงศ์ เหวง โตจิราการ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และจตุพร พรหมพันธุ์
คนกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะเลือกเดินลงตามสะพานที่รัฐบาลทอดไปถึง ด้วยการประกาศนับ 2 ต่อจาก อภิสิทธิ์ ที่ขึ้นต้นนับหนึ่งที่จะไปสู่ความปรองดองของคนในชาติ
แต่เสียงปืน และเอ็ม 79 เมื่อค่ำคืนที่ 7 พฤษภาคมนั้น ทำให้เกิดความไม่แน่นอนขึ้นอีกครั้งกับแกนนำทั้ง 4 โดยเฉพาะในด้านความปลอดภัยในการลงจากหลังเสือ
ไม่ว่าต้นทางของกระสุนปืนจะมาจากทิศทางใดก็ตาม ไม่ว่าเป้าหมายจะเป็นใครก็ตาม แต่ชัดเจนว่า นี่คือสิ่งบอกเหตุว่า การชุมนุมจะต้องไม่สิ้นสุดลงในวันนี้หรืออนาคตอันใกล้นี้
ถามว่าใครเป็นคนกำหนดวันเวลาที่ว่า ?
แน่นอน ย่อมไม่ใช่ 4 แกนนำ แต่เหตุที่เกิดน่าจะเป็นการบอกกับบรรดาแกนนำทั้ง 4 คนว่า หากบุ่มบ่ามตัดสินใจเดินลงจากเวที ทิศทางของกระสุนปืนก็อาจเปลี่ยนแปลงในทันทีเช่นกัน
ชีวิตของแกนนำทั้ง 4 เหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้ายแล้วในวันนี้ !
จะว่าไป ทั้ง 4 หากตัดสินใจเดินลงจากเวที ข้อกล่าวหาแทบจะทั้งหมด ล้วนมีช่องทางที่จะต่อสู้ได้ โดยเฉพาะ จตุพร นั้น มีเอกสิทธิ์การเป็น ส.ส.คุ้มครองอยู่ ส่วนอีก 3 แม้จะไม่ได้เป็น ส.ส. แต่หากมีเหตุมีผลก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะยื้อ เพื่อให้คดีความยืดเยื้อออกไปเพื่อรอให้มีการเลือกตั้งใหม่
รอวันที่พรรคเพื่อไทยได้กลับมาอีกครั้ง
กลับมาเมื่อไหร่ การจะออกกฎหมายเพื่อยกเลิกการเอาผิด หรือออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรม ในวันนั้น ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่เหลือบ่ากว่าแรง
แต่การยืดเวลาการชุมนุมออกไป ในขณะที่ฝ่ายรัฐบาลรุกกลับด้วยโรดแม็พ และมวลชนคนหลากสีที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน ไม่ใช่เรื่องที่เข้าท่านักสำหรับแกนนำทั้ง 4 ซ้ำร้ายยังเสี่ยงกับกระแสตีกลับที่ก่อตัวจนพร้อมที่จะปะทุขึ้นอย่างรุนแรงได้ทุกเมื่อ
นี่คือโจทย์สำหรับแกนนำทั้ง 4 ในยามที่จะก้าวลงจากหลังเสือที่กระหายเลือดและอำนาจ
แต่โจทย์หาได้มีเพียงแค่นั้น เมื่อในกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ได้มีเพียงพวกเขา 4 คนที่เป็นแกนนำ
คนเสื้อแดงยังมีแดงนักการเมือง แดงชาวบ้าน และแดงฮาร์ดคอร์
น่ากลัวที่สุดก็คือ แดงฮาร์ดคอร์นี่แหละ
คนเหล่านั้นมีจำนวนเท่าใดยังไม่ชัดเจน แต่รู้ว่าระดับแกนนำที่ขึ้นบนเวทีนั้นมีไม่ต่ำกว่า 3 คน
ทั้ง 3 เชื่อมต่อกับกลุ่มฮาร์ดคอร์ และกลายเป็นผู้ที่มีคดีความติดตัวมากจนเชื่อว่า หากเลิกรากันไปในลักษณะนี้ พวกเขาคือผู้ที่ต่อสู้เคลื่อนไหว เดินหน้าชน เสี่ยงมากที่สุด แต่กลับจะเป็นกลุ่มที่ต้องชดใช้ในยามที่คนอีกกลุ่มกระหยิ่มยิ้มย่องกับเงื่อนไขที่รัฐบาลเสนอ
โทษทัณฑ์สูงสุดเผลอๆ อาจถึงขั้นประหารชีวิต!
เมื่อเป็นเช่นนี้ การเลิกรากันไป โดยที่การต่อรองไม่ได้มีความทุกข์ยากของพวกเขาอยู่บนโต๊ะเจรจาด้วย เป็นสิ่งที่ไม่อาจรับได้
ความรู้สึกที่ว่านี้ หากไปถาม อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง สุภรณ์ อัตถาวงศ์ พายัพ ปั้นเกตุ และ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ก็เชื่อว่า รับรู้ เข้าใจ และเห็นใจด้วยแน่ๆ
แม้กระทั่ง ขวัญชัย ไพรพนา เองก็เถอะ
เห็นได้จากการพลิกลิ้นเพียงแค่ข้ามคืน จากที่ก่อนหน้านี้บอกว่า 10 พฤษภาคม หลังทำบุญรำลึก 10 เมษายน แล้วจะแยกย้ายกันกลับ ก็บอกว่า จะปักหลักอยู่ต่อ
มวลชนคนเสื้อแดงที่เริ่มทยอยเข้ามาร่วมชุมนุมอย่างต่อเนื่องนั้น แทบไม่ต่างจาก "โล่มนุษย์" ที่จะคุ้มครองแกนนำในยามที่ต้องตัดสินใจว่า จะลงกันอย่างไรให้ปลอดภัยมากที่สุด
แต่ไม่ได้หมายความว่า ปลอดภัยจากการสลายการชุมนุมของทหาร-ตำรวจ อย่างที่มีการขีดเส้นตายเอาไว้ว่า ต้องสลายการชุมนุมก่อนวันที่ 15 พฤษภาคม
เป็นความปลอดภัยจาก "คนใกล้ตัว" ซึ่งอยู่ในที่ชุมนุมนั่นต่างหาก
ถึงแม้ว่าจะมีการจัดกำลังการ์ดเพิ่มเป็นพิเศษเพื่อดูแลแกนนำทั้ง 4 คน แต่ในอีกมุมมองกลับมองว่า การ์ดพิเศษที่เพิ่มขึ้นมานั้น เป็นการเพิ่มโดยไม่ได้ร้องขอ และไม่รู้ว่าใครเป็นคนจัดกันแน่ รับรู้เพียงคำบอกเล่าว่า เพื่อความปลอดภัย แต่ในใจนั้น การอยู่ห่างจากการ์ดชุดใหม่นี้ดูจะปลอดภัยมากกว่า
จำนวนคนที่ดูแลความปลอดภัยเพิ่มขึ้นนั้น มีมากถึง 10:1
ทว่าจำนวนคนที่เพิ่มมากขึ้น กลับยิ่งรู้สึกไม่ปลอดภัย ยิ่งรัฐบาลแสดงท่าทีพร้อมจะเข้าสลายการชุมนุม ก็ยิ่งหวั่นวิตกว่าจะตกเป็นเหยื่อ "กองกำลังไม่ทราบฝ่าย" เพื่อสร้างกระแสให้เสื้อแดงลุกฮือขึ้นมาอีกครั้งตามความต้องการของตนเอง และกลุ่มคนที่ยังมุ่งหวังให้เกิดสงครามกลางเมือง ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงของบ้านเมือง
สถานการณ์ 4 แกนนำเสื้อแดงในวันนี้จึงอยู่ในสภาพที่ว่า เดินหน้าไม่ได้ ถอยหลังก็ตกเหว
เผลอๆ ทางรอด และปลอดภัยอาจจะต้องหันหน้าไปพึ่งพา ศอฉ.และกองทัพ เพื่อให้รีบเข้ามาคุ้มครอง ช่วยพาออกจากพื้นที่สังหาร !
ศรุติ ศรุตา /ทีมข่าวความมั่นคง



