
ผู้ว่าฯกทม.เยี่ยม-มอบเงินช่วยตร.เหยื่อบึ้มศาลาแดง
ศูนย์เอราวัณยันไม่เลือกข้าง-ไม่มีสีให้บริการเท่าเทียมกัน รัฐบาลแนะเด็ก-สตรี-คนชราออกจากพื้นที่ชุมนุมแยกราชประสงค์ ปชป.จี้แกนนำนปช.ประกาศสลายม็อบภายใน1 - 2 วันนี้ ขู่ไม่รีบตัดสินใจอาจเสี่ยงอันตราย
เมื่อช่วงสายวันที่ 9 พ.ค. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหาร เข้าเยี่ยมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดบริเวณแยกศาลาแดงเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยมอบกระเช้า และเงินช่วยเหลือเป็นกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้น ทั้งที่อยู่ในช่วงของการเจรจาเพื่อสร้างความปรองดอง
ศูนย์เอราวัณยันไม่เลือกข้าง-ไม่มีสีให้บริการเท่าเทียมกัน
การเสวนาในหัวข้อ "ไม่มีสี ไม่เลือกข้าง กับภารกิจปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉิน"แลกเปลี่ยนความเห็นถึงความสำคัญ ในการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉิน น.พ.ชาตรี เจริญชีวะกุล เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ และ น.พ.เพชรพงษ์ กำจรกิจการ ผู้อำนวยการศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) ยืนยันว่า การให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินที่ผ่านมา ไม่มีการเลือกปฏิบัติ และให้บริการทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน แต่ที่ผ่านมายอมรับว่า มีอุปสรรคเกิดความไม่เชื่อใจในความเป็นกลางทุกครั้ง ที่มีการชุมนุมในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ส่งผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ และการชุมนุมในครั้งนี้ ไม่ค่อยได้รับความร่วมมือ
น.พ.เพชรพงษ์ กล่าวว่า แพทย์ต้องการพื้นที่ที่มีความปลอดภัย เพื่อบริหารจัดการ ซึ่งที่ผ่านมาทำความเข้าใจกับผู้ร่วมชุมนุม ซึ่งเชื่อว่าหากทุกฝ่ายเข้าใจบทบาทภารกิจการแพทย์ฉุกเฉิน และการบริหารจัดการที่ดี ผู้บาดเจ็บมีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้น
ด้าน น.พ.แท้จริง ศิริพานิช คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า เหตุการณ์ปะทะกันทั้ง 4 ครั้ง เป็นโอกาสที่ดีที่จะพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินในไทย ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการการแจ้งเหตุ ซึ่งสื่อมวลชนเป็นส่วนสำคัญ ที่จะช่วยเผยแพร่บทบาท และเจตนารมณ์ในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ และทำให้การบริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน ถูกยกเว้นจากความขัดแย้งทั้งปวง
รัฐบาลแนะเด็ก-สตรี-คนชราออกจากพื้นที่ชุมนุมแยกราชประสงค์
นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมีความกังวลเกี่ยวกับความเดือดร้อนและความปลอดภัยต่อชีวิตของประชาชนและผู้ชุมนุมในพื้นที่ย่านราชประสงค์ สีลม และบริเวณใกล้เคียงเป็นอย่างมาก ภายหลังเกิดเหตุระเบิดเมื่อคืนวันที่ 7 พฤษภาคม โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย และบาดเจ็บจำนวนมาก รัฐบาลจึงอยากให้ผู้ชุมนุม โดยเฉพาะเด็ก สตรี และคนชรา ออกจากพื้นที่การชุมนุม เนื่องจากขณะนี้มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีพยายามสร้างสถานการณ์เพื่อไม่ให้การชุมนุมยุติ ทั้งที่แกนนำและรัฐบาลได้ตกลงหารือร่วมกันในแผนปรองดองเรียบร้อยแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ชุมนุมต่อไป
เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้ใช้ความพยายามในการสื่อสารไปยังผู้ชุมนุม ให้ได้รับข้อมูลที่เป็นจริง ผ่านการส่งข้อความเป็น sms ทางโทรศัพท์มือถือ และขณะนี้กำลังหาแนวทางที่จะสื่อสารเพิ่มเติมกับผู้ชุมนุมตลอดเวลา
"ปชป."จี้แกนนำนปช.ประกาศสลายม็อบภายใน1 - 2 วันนี้
ที่พรรคประชาธิปตย์ เมื่อเวลา 10.30 น. นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวว่า สถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง มาถึงวันนี้และพรุ่งนี้ ถือเป็นโอกาสสุดท้ายของแกนนำนปช.ทั้ง 3 คน ที่จะมีโอกาสตัดสินใจแยกตัวออกจากการเป็นผู้ก่อการร้าย และอาจจะถูกสังคมตราหน้าเป็นผู้ก่อการร้ายและล้มล้างสถาบัน ถือว่าเป็นจังหวะที่เหมาะสมที่สุดที่จะลงจากหลังเสือ เพราะสถานการณ์ก่อนหน้าที่จะมาถึงวันนี้หลังจากที่นายกฯ ประกาศแผนปรองดองพฤติกรรมของกลุ่มนปช.ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเดินตามแผนปรองดองของนายกฯ โดยมีพฤติกรรมที่บ่งบอกถึงความไม่จริงใจ 3 ประการ คือ
1.การขนคนเข้ามาชุมนุมเพิ่มเติม 2.เนื้อหาสาระที่พูดคุยยังเป็นการสร้างเงื่อนไขใหม่ เช่น การดำเนินคดีกับผู้ที่มีคำสั่งในวันที่ 10 เม.ย. ซึ่งความจริงอันนี้ไม่น่าจะเป็นเงื่อนไข เพราะเป็นสิทธิของผู้เสียหายมีความชอบอยู่แล้วที่จะไปดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม เมื่อมาถึงตรงนี้แกนนำเองน่าจะมีความชัดเจนแล้วว่าคนที่ลงมือฆ่าประชาชนเป็นกลุ่มไหนอย่างไร ซึ่งไม่ใช่เป็นฝ่ายรัฐบาลและทหาร และถ้าแกนนำยังไม่ตัดสินใจโดยเร็ววันนี้ตนคิด ว่าการชุมนุมที่จะมีต่อไปมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นอันตรายต่อชีวิตของแกนนำเอง เพราะทราบดีว่าสถานการณ์กลุ่มที่ไม่หวังดีและกลุ่มที่ก่อการร้ายพยายามที่จะหาแกนนำรุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทน
"ผมขอเรียกร้องกับกลุ่มผู้ชุมนุมว่าวันนี้ พรุ่งนี้เป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่แกนนำจะประกาศยุติการชุมนุม เพื่อที่จะเป็นผู้ชุมนุมที่มีความหมายเหมือนที่กล่าวอ้างแต่ต้น คือสันติ อหิงสา แต่ถ้าเกิน 2 วันนี้เป็นต้นไป สถานการณ์จะเลวร้ายกว่าเดิม และจะทำให้สังคมแยกไม่ออกว่าแกนนำผู้ชุมนุมเป็นผู้ก่อการร้ายด้วยหรือไม่ และล้มล้างสถาบันด้วยหรือไม่" นายสาธิต กล่าว



