ข่าว

ฆ่ายัดโอ่ง"พระภิกษุ"วัดดังเมืองนครปฐม

ฆ่ายัดโอ่ง"พระภิกษุ"วัดดังเมืองนครปฐม

08 พ.ค. 2553

ฆ่ายัดโอ่งก่อนเผาพระภิกษุน้องเขยรองเจ้าอาวาสวัดหนองเสือ สัปเหร่อพบศพตายมานานกว่า 2 เดือน พบก่อนเกิดเหตุร้าย มีอดีตพระที่ติดยาบ้ามาคลุกคลีด้วย

(8พ.ค.) เวลา 16.30 น. ร.ต.อ.บุญศักดิ์ ติ๊บมา พนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.นครปฐม ได้รับแจ้งเหตุมีผู้พบศพพระภิกษุถูกฆ่าแล้วเผานำศพใส่ในโอ่ง อยู่ภายในวัดหนองเสือ ม.3 ต.หนองดินแดง อ.เมือง จ.นครปฐม จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ก่อนเดินทางไปตรวจสอบภายในที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงศ์ รอง ผบช.ภ.7,พ.ต.อ.วัฒนา พิมพ์อัฐ ผก.สภ.เมืองนครปฐม,พ.ต.ท.ปรีชา ทิมหอม รองผกก.สส.ภ.จว.นครปฐม,พ.ต.ต.สมหวัง สุขผ่อง สว.สส.,เจ้าหน้าที่สุขศาลานุเคราะห์,แพทย์เวร รพ.ศูนย์นครปฐม และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสภ.เมืองนครปฐมจำนวนหนึ่ง

 บริเวณที่เกิดเหตุภายในโอ่งปูนขนาดใหญ่ ที่ตั้งเรียงรายอยู่ริมชายคาศาลาร้างข้างโบสถ์วัดหนองเสือ เจ้าหน้าที่พบศพพระพลายแก้ว อายุ 71 ปี พระลูกวัดและมีศักดิ์เป็นน้องเขยหลวงพ่อสังวาลย์ จารุธรรมโม รองเจ้าอาวาสวัดหนองเสือ นอนเสียชีวิตอยู่ในโอ่ง โดยมีย่ามสีเหลืองของผู้ตายที่บรรจุใบไม้แห้งวางอยู่ข้างบนสุด จากนั้นก็จะเป็นเศษแผ่นกระดานอัดที่ถูกไฟไหม้จนบางชิ้นเป็นถ่านขี้เถ้า และกาบของต้นหมากที่แห้งแล้วกองทับถมอยู่ นอกจากนี้ยังพบสบงและจีวรที่ถูกไฟไหม้เป็นบางแห่ง วางอยู่กองอยู่บนศพ 2 ผืนข้าง ๆ กัน สภาพศพนอนหงายคุดคู้อยู่ก้นโอ่งตามร่างกายมีร่องรอยถูกเผาจนไม้เกรียมเป็นบางส่วน บริเวณศีรษะเหลือเพียงแต่กะโหลก คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 2 เดือน จึงบันทึกภาพในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน และร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นำค้อนมาทุบโอ่งเพื่อนำศพออกมา ก่อนที่จะร่วมกับแพทย์เวร  โรงพยาบาลศูนย์นครปฐมชันสูตรศพ

 นายสุเทพ เปลี่ยนน้อย อายุ 36 ปี ผู้พบศพคนแรก เล่าว่า ตนเป็นสัปเหร่อของวัดดังกล่าว และก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนกำลังรอเผาศพนายเฮี้ยง ลิ้มกุลาคม อยู่นั้นก็ได้เดินสำรวจไปรอบๆวัดและเมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุก็ได้กลิ่นเหม็นเน่าสาปสางเหมือนกลิ่นซากศพ จึงเดินหาและตามกลิ่นมาจนถึงบริเวณโอ่งน้ำ ตนก็ได้กลิ่นฉุนรุนแรง จึงเปิดฝาโอ่งดู ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นย่ามสีเหลืองของพระที่บรรจุใบไม้แห้งวางอยู่บนเศษไม้ที่ถูกเผา จึงมาแจ้งต่อหลวงพ่อสังวาลย์ จารุธรรมโม รองเจ้าอาวาสวัดหนองเสือ  เชื่อว่าศพดังกล่าว น่าเป็นพระพลายแก้ว ที่หายไปจากวัดมานานกว่า 2 เดือนแล้ว จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาทำการตรวจสอบดังกล่าว

 หลวงพ่อสังวาย์ จารุธรรมโม อายุ 81 ปี รองเจ้าอาวาสวัดหนองเสือ เล่าว่า พระพลายแก้วนั้นมีศักดิ์เป็นน้องเขยอาตมา และได้บวชเป็นพระภิกษุอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.สุรินทร์ ก่อนที่นางแหม่ม ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ผู้เป็นลูกสาวจะนำมาฝากให้มาจำวัดที่วัดหนองเสือ ซึ่งปกติว่าพระแก้วจะเป็นคนเงียบๆ และไม่เคยมีปัญหากับพระลูกวัดแต่อย่างใด โดยปกติแล้วยามว่างพระแก้วก็จะออกมากวาดลานวัดเป็นประจำ กระทั่งต่อมาได้ไปผ่าตัดตา  จึงให้พักผ่อนไม่ต้องกวาดลานวัด และก่อนที่พระแก้วจะหายตัวไปก่อนหน้าประมาณ 1 เดือน ลูกชายของพระแก้ว ที่พักอาศัยอยู่แถวสนามบินดอนเมือง ได้เดินทางมาหาพระแก้วแล้วมาขอเงินไปซื้อจักรยานยนต์เพื่อนำไปวิ่งรับจ้าง จากนั้นไม่นานนางแหม่มลูกสาวของพระแก้วก็ได้มาหาพระแก้วที่วัด และแสดงความไม่พอใจพร้อมโวยวายพระแก้ว ก่อนกลับไป จากนั้นต่อมาประมาณ 1 เดือนพระแก้ว ก็หายไปจากวัด ตอนแรกก็คิดว่ากลับไปหาลูกสาวแต่พอหลายวันเข้าก็ไม่สามารถติดต่อได้ จึงออกตามหาและชักชวนนายประเสริฐ สิงห์โหม อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นหลานชาย เดินทางไปยังวัดที่จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นวัดที่พระแก้วเคยจำวัดอยู่แต่ก็ไม่พบ และมาพบศพถูกฆ่าและเผาเสียชีวิตอยู่ในโอ่งดังกล่าว

 พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงศ์ รอง ผบช.ภ.7 กล่าวว่า จากการตรวจสอบภายในที่เกิดเหตุพบว่า คนร้ายน่าจะมีการฆาตกรรมผู้ตายมาก่อนที่จะนำมายัดใส่โอ่งและนำสบงจีวร ,เศษใบไม้และเศษกระดานอัดมาใส่บนศพก่อนที่จะจุดไฟเผาและปิดปากโอ่ง ทำให้ไฟไหม้ไม่หมด ทำให้ร่างพระภิกษุแก้วไหม้ไม่หมดและยังมีจีวรและสบงบางส่วนไม่ไหม้อีกด้วย และจากการตรวจสอบภายในกุฏิของพระแก้วพบว่าทีวีและเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมที่เพิ่มซื้อมาไม่นานได้หายไป

 จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่ามีอดีตพระภิกษุรูปหนึ่งทราบชื่อต่อมาคือนายสมหมาย ที่ถูกเจ้าอาวาสจับสึกเนื่องจากดื่มเหล้าจนเมามายในขณะยังครองตนเป็นพระภิกษุอยู่ และหลังจากสึกแล้วก็ยังหันไปเสพยาและกินเหล้าจนเมามายเป็นประจำและก็ยังวนเวียนมาที่วัด และเข้ามาคลุกคลีกับพระแก้วเป็นประจำ จนกระทั่งพระแก้วหายตัวไป ก็ไม่ค่อยพบเห็นนายสมหมายอีกเลย จึงได้นำตัวมาทำการสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการถูกฆาตกรรมของพระแก้วครั้งนี้หรือไม่ ซึ่งเบื้องต้นนั้นคาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนใกล้ตัว จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนภูธรจ.นครปฐมและเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสภ.เมืองนครปฐม มาทำการสืบสวนติดตามคนร้ายรายนี้อย่างเร่งด่วน ส่วนสาเหตุการถูกฆาตกรรมโหดในครั้งนี้ คงต้องรอผลการชันสูตรศพของสถาบันนิติเวชเสียก่อน ก่อนที่จะดำเนินการต่อไป