
ปิดตาย...ย้ายอาวุธสงคราม"โทษประหาร"จ่อคอหอย
จนถึงขณะนี้แกนนำคนเสื้อแดงยังไม่มีคำประกาศอย่างชัดเจนว่า จะตอบรับข้อเสนอของฝ่ายรัฐบาลหรือไม่ การยกเลิกการชุมนุมยังต้องยื้อเวลาออกไปอีก ท่ามกลางแรงกดดันจากศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) การตั้งด่านตรวจ-พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตามด้วยคดี "ก่อการร้าย-ล้มเจ
แม้ว่ารัฐบาลจะทอดสะพานสายปรองดองมายัง นปช. ซึ่งยังมีท่าทีเกี่ยงงอนต่อข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และยังไม่มีคำยืนยันจากแกนนำ นปช.ว่าจะสลายการชุมนุม มีเพียงคำท้าทายฝากถึงรัฐบาลเกี่ยวกับคดีความต่างๆ ที่พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
มีการวิเคราะห์จากหลายฝ่ายถึงเหตุที่แกนนำคนเสื้อแดงยังคงลังเลอยู่ เนื่องจากแกนนำหลายคนถูกกล่าวหาในคดีอาญาและ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน แตกต่างกันไป หนักบ้าง เบาบ้าง และแกนนำบางคนยังถูกกล่าวหาว่าอยู่ในกลุ่มก่อการร้าย ร่วมถึงคดีล้มเจ้าพ่วงท้ายด้วย
โดยก่อนหน้านี้ศาลอาญาได้อนุมัติออกหมายจับแกนนำ นปช.จำนวน 17 ราย ฐานฝ่าฝืนประกาศตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ประกอบด้วย นพ.เหวง โตจิราการ นางดารุณี กฤตบุญญาลัย นายจรัล ดิษฐาอภิชัย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายนิสิต สินธุไพร นายวีระ มุสิกพงศ์ นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายขวัญชัย สารคำ หรือไพรพนา นายชินวัฒน์ หาบุญพาด นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท นายอดิศร เพียงเกษ นายวรพล พรหมิกบุตร พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ นายสำเริง ประจำเรือ นายวิสา คัญทัพ นางไพจิตร อักษรณรงค์ และ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล
อีกทั้ง 9 แกนนำของ นปช.ยังมีข้อหาก่อการร้ายเพิ่มเติมเข้ามาอีกคือ นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล นายขวัญชัย ไพรพนา และ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์
ขณะเดียวกันแกนนำบางคนยังมีคดีติดตัวในข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการ โดยศาลอนุมัติออกหมายจับแกนนำไปแล้ว 7 ราย เนื่องจากกระทำความผิดฐานบุกรุกเข้าไปในบริเวณรัฐสภา ได้แก่ นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก นายพายัพ ปั้นเกตุ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ นางศิริวรรณ นิมิตรศิลป์ นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง นายวันชนะ เกิดดี และ พ.ต.ท.เสงี่ยม สำราญรัตน์
ข้อกล่าวหาทั้งหมดชุดสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาลเปิดเผยว่า คดีที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมไม่ว่าจะเป็นคดีการก่อการร้าย และคดีล้มเจ้า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแกนนำ ซึ่งคดีทั้งหมดข้างต้น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นผู้ดำเนินการ ส่วนคดีบุกรุกสถานที่ราชการ ซึ่งมีแกนนำบางคนตามที่ตกเป็นข่าว ทางชุดสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาลจะเป็นผู้ดำเนินการ
คดีก่อการร้ายและคดีล้มเจ้านั้น มีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต
ทั้งนี้ ฝ่ายสืบสวนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่งตั้งขึ้น ได้ประเมินสถานการณ์การยุติการชุมนุมของคนเสื้อแดง มีข้อมูลทางการข่าวเข้ามาว่า ในช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคมนี้ จะมีการเชิญตำรวจเข้าไปดูการรื้ออุปกรณ์ในการชุมนุม แต่ตอนนี้ทราบว่าอาจจะมีการยกเลิก เนื่องจากกลุ่มเสื้อแดงพยายามต่อรองให้รัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เสียก่อน
ประเด็นการขอให้ยกเลิก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินก่อนนั้น ชุดสืบสวนตั้งข้อสังเกตว่า จากข้อมูลที่ได้รับมีความเป็นไปได้ที่บริเวณพื้นที่ชั้นในของการชุมนุมคนเสื้อแดงมีอาวุธสงครามซุกซ่อนอยู่ อาจทำให้แกนนำบางคน หรือผู้ที่เกี่ยวข้องถูกลากเข้าไปมีส่วนรู้เห็น และถูกดำเนินคดีในข้อหาก่อการร้ายได้
อย่างไรก็ตาม หากยังคงบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จะทำให้การขนย้ายอาวุธสงครามออกจากสถานที่ชุมนุมลำบาก เนื่องจากเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ซึ่งมีการตั้งด่านตรวจอยู่ 6 จุดสำคัญ เพื่อป้องกันมวลชนเข้าไปร่วมการชุมนุม และเป็นการป้องกันไม่ให้มีการขนย้ายอาวุธสงครามออกจากพื้นที่ ตามที่ ศอฉ.เคยแถลงไว้ว่า ในที่ชุมนุมนั้นมีการเก็บอาวุธสงครามไว้ และมีกลุ่มผู้ก่อการร้ายพร้อมที่จะสร้างสถานการณ์ได้ตลอดเวลา
นี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้แกนนำ นปช.ยังมีการชุมนุมและเสริมกำลังเข้ามาต่อเนื่องอยู่บริเวณแยกราชประสงค์ เนื่องจากไม่ไว้วางใจหากเจ้าหน้าที่ตัดสินใจบุกเข้ามาสลายการชุมนุม และเมื่อตรวจพบอาวุธสงครามก็อาจถูกนำไปใช้โยงเป็นหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดีก่อการร้าย...หรือล้มเจ้าได้
ประเด็นตรงนี้ถือเป็นหลักฐานที่แน่ชัดที่สุด จนทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงจำนนต่อหลักฐาน !!



