
เสื้อแดงพร้อมลงจริงหรือบ้านเลขที่111ส่งเสบียงหนุน
แม้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะแถลงโรดแม็พ 5 ข้อ เพื่อสร้างความปรองดองในชาติไปแล้ว หลายฝ่ายคิดว่าจะมีความปรองดองเกิดขึ้น เหตุการณ์ต่างๆ จะคลี่คลายไปทางที่ดี และกลุ่มคนเสื้อแดงจะแยกย้ายกลับภูมิลำเนา
แต่สถานการณ์กลับไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงกลับเดินหน้าต่อ โดยขนคนมาจากต่างจังหวัดเข้ามาอีก เพื่อเดินหน้า "บีบ" รัฐบาลให้ทำตามความต้องการ
ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ทำได้แค่เพียง “แยกเนื้อดี” หรือประชาชนผู้บริสุทธิ์ออกจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง คล้ายกับแนวทางการ “แยกปลาออกจากน้ำ” โดยใช้กฎหมายกดดันผู้ชุมนุมที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออกนอกพื้นที่ให้เร็วที่สุด แต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ถึงกระนั้น ศอฉ.ก็ประเมินว่า แกนนำคนเสื้อแดงพยายามหาทางลงในทิศทางที่ตัวเองกำหนด ไม่ใช่เดินตามกรอบที่รัฐบาลเสนอ
ในขณะที่การประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกเอง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ได้แสดงจุดยืนของกองทัพบกต่อสถานการณ์ในขณะนี้ การดำเนินการทุกอย่างจะยึดผลประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นหลักและจะดูแลบ้านเมืองให้เกิดความสงบสุข ประคับประคองให้ประเทศผ่านพ้นสถานการณ์ต่างๆ ไปด้วยความเรียบร้อย
ให้ทหารทุกระดับชั้น ทุ่มเท อดทน เสียสละ มีวินัย และมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มความสามารถ แม้จะอยู่ในสภาวะที่ถูกกดดันก็ตาม
ให้ กอ.รมน.เตรียมข้อมูลและแผนงานที่จะรองรับโรดแม็พที่เกี่ยวกับการพัฒนา การสร้างความเข้าใจ และ ปรองดองกับประชาชนในพื้นที่
ศอฉ.มีนโยบายที่ประนีประนอม และอยู่ในแนวทางการดูแลรักษาความปลอดภัยการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.
เพราะหากยังฝืนสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ มีโอกาสที่จะลุกลามบานปลายออกไปได้ทุกขณะ เพราะบรรดาแกนนำทั้ง กลุ่มสามเกลอ แกนนำฮาร์ดคอร์ หรือแม้แต่มวลชนคนรักทักษิณ ไม่อยากให้จบ พร้อมยอม “พลีชีพ” ได้ทุกเมื่อ
ในขณะที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่นั้นถูกกำชับให้อดทนอดกลั้น เพราะเชื่อว่า ไม่นานนัก ทุกอย่างจะคลี่คลายไปในทางที่ดี คนเสื้อแดงที่เข้ามาอีกก็มีรายงานเข้ามาแล้วว่า มีจำนวนไม่มากนัก
หนักใจก็แค่แกนนำบางคนที่ยังคงปราศรัยปลุกระดมคนให้ชุมนุมเท่านั้น ทั้งที่ในความเป็นจริงสภาพของที่ชุมนุมนั้นไม่น่าอยู่แล้ว อาหารการกินก็ไม่มากนัก ยังดีที่มีคนบ้านเลขที่ 111 ส่งข้าวกล่อง แกงหม้อ มาให้ แต่อาจเป็นเพราะคดีความที่ติดตัว จึงทำให้บรรดาแกนนำเสื้อแดงตัดสินใจลำบาก
แต่คดีก่อการร้ายที่สังหารชีวิตผู้บริสุทธิ์ และทหารก็ไม่ได้จบลงไปด้วย หมายความว่า ผู้ก่อการร้ายในรูปของ "ชายชุดดำ" ที่ก่อเหตุร้ายแรงคุกคามความมั่นคงของประเทศหลายสิบคดี
ขณะที่ นายอารี ไกรนรา หัวหน้าการ์ด นปช. กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า ยังคงมีต่อไป ยังไม่สลายจนกว่าจะทราบรายละเอียดของแผนปรองดองของรัฐบาล เพราะท่าทีของรัฐบาลที่ผ่านมาด้านหนึ่งเสนอให้ปรองดอง แต่ก็มีอีกกลุ่มข่มขู่ว่าจะมีการสลายการชุมนุม จึงยังไม่แน่ใจในความจริงใจของรัฐบาล จึงอยากทราบรายละเอียดของการปรองดองให้แน่ชัดก่อน ในส่วนของแกนนำ นปช.ก็จะมีการหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้กันอีกครั้ง คาดว่าจะไม่เกินวันที่ 8 พฤษภาคม
ส่วนกรณีของการระดมคนจากต่างจังหวัดเข้ามาสมทบกับผู้ชุมนุมที่ราชประสงค์นั้น นายอารี กล่าวว่า เป็นการเตรียมความพร้อม หากมีการสลายการชุมนุมและมีมวลชนส่วนหนึ่งต้องการมาร่วมชุมนุมก็คงไปห้ามไม่ได้ และไม่ถือเป็นการกดดันรัฐบาล แต่คาดว่าการชุมนุมไม่น่าจะอยู่เกินวันที่ 15 พฤษภาคม เพราะเป็นช่วงโรงเรียนใกล้เปิดเทอมอาจทำให้โรงเรียน และนักเรียน ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงได้รับผลกระทบ ซึ่งเรื่องนี้ก็มีการพูดคุยกัน
"อยากให้รัฐบาลเห็นใจพวกเรา ที่มีความตั้งใจมาเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา แต่เกิดเหตุการณ์ปะทะจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ทำให้แกนนำตอบคำถามมวลชนลำบาก สำหรับแผนปรองดองของรัฐบาลพวกเราเห็นด้วย แต่อยากทราบรายละเอียด ที่มีการส่งมอบพื้นที่ช้าไม่ใช่เพื่อเจรจาต่อรองเรื่องส่วนตัว เพราะเห็นว่าความผิดเรื่องการละเมิดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ความผิดไม่ร้ายแรง น่าจะให้ประกันตัวได้ ส่วนข้อกล่าวหาร่วมก่อการร้ายเห็นว่าเป็นข้อหาที่รุนแรงเกินไป"
สำหรับข่าวที่เสธ.แดง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ไม่ยอมคืนพื้นที่นั้น นายอารี กล่าวว่า ไม่ทราบข่าวดังกล่าว
ส่วนข่าวมีอาวุธในพื้นที่ชุมนุมก็ไม่เป็นความจริง เพราะการทำงานของ นปช. มีตำรวจสันติบาลทำงานควบคู่ด้วยตลอด หากเจ้าหน้าที่ทหารต้องการเข้ามาตรวจพื้นที่ก็ยินดีให้แจ้งเข้ามา แกนนำจะได้มีการประชุมหารือกันก่อนให้ทหารเข้ามาตรวจพื้นที่



