
คริสตจักรฟิลิปปินส์:หัวคะแนนใหญ่การเลือกตั้ง
ตรงข้ามกับการเลือกตั้งที่แสนจืดชืดไร้สีสันในแดนผู้ดีอังกฤษซึ่งเพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อวันที่6 พฤษภาคมนี้ การเลือกตั้งประธานาธิบดีพ่วงรองประธานาธิบดี การเลือกสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตลอดจนเจ้าหน้าที่ระดับประเทศและท้องถิ่นหลายพันคนในแดนตากาล็อกฟิลิปปิ
ไม่เว้นแม้กระทั่งคริสตจักรที่โดดเข้ามาร่วมสร้างสีสันการเลือกตั้งเต็มตัวสาธุคุณและบาทหลวงใหญ่น้อยได้ใช้ศรัทธาและการเทศน์มาเป็นเครื่องมือช่วยเรียกคะแนนเสียงให้แก่นักการเมืองคนใดคนหนึ่งด้วย ถึงขนาดอ้างว่า "พระเจ้าได้แสดงนิมิตให้เห็นว่าจะเลือกใคร"
ในส่วนของผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกคนตั้งแต่ม้าเต็งหนึ่งอย่างวุฒิสมาชิกเบนิโญ"นอย นอย" อะคิโนวัย50 ปี ไปจนถึงนักการเมืองโนเนมอีกหลายพันคนต่างโชว์ลีลาร้องเพลง เล่นตลก หรือวาดลวดลายบนเวทีหรือเป็นแขกในรายการเกมโชว์ทางโทรทัศน์ หวังจะดึงความสนใจจากประชาชนให้มากที่สุด ผสมผเสไปกับการโชว์จุดยืนทางการเมืองซึ่งไม่ค่อยได้รับความสนใจมากนัก
การร้องเพลงอันเป็นวัฒนธรรมประจำชาติที่ฝังอยู่ในสายเลือดของชาวตากาล็อกจึงเป็นไม้เด็ดที่ผู้สมัครทุกคนต่างพยายามทำเต็มที่ แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นแผ่นเสียงตกร่องก็ตาม
กระนั้นเพลงที่มีเนื้อหาต่อต้านคอรัปชัน ซึ่งเป็นเพลงประจำตัวของนอย นอย ไปจนถึงเพลงรักหวานแหววของอดีตประธานาธิบดีและอดีตพระเอกหนังวัย 72 ปีอย่างโจเซฟเอสตราดา และเพลง "เดอะ ไลออน สลีป ทูไนท์" หรือ "สิงโตนิทราในราตรีนี้" เพลงประจำตัวริชาร์ดกอร์ดอน คู่แข่งอันดับท้ายๆ ในบรรดาผู้สมัคร 9 คนที่เสนอตัวชิงทำเนียบมาลากันยังก็แพร่หลายรวดเร็วตามอินเทอร์เน็ต
แต่การหาเสียงรายใดก็ไม่ฮือฮาเท่ากับของนายแมนนีวิลญาร์ มหาเศรษฐี ซึ่งได้ดึงดาราภาพยนตร์ ดาราละคร รวมทั้งสาวๆ นุ่งน้อยห่มน้อยขึ้นไปเป็นวอลล์เปเปอร์แสนสวยบนเวทีหาเสียงด้วย
ที่ฮือฮามากที่สุดก็คือระหว่างไปร่วมรายการวาไรตี้ยอดนิยมที่สถานีโทรทัศน์รายการหนึ่งนายวิลญาร์ได้อวดรวย ด้วยการประกาศจะแจกบ้านและที่ดินฟรีแก่ผู้สมัครที่มีฐานะยากจนด้วย
"ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้เข้าถึงประชาชน เพื่อบอกกับผู้คนว่านักการเมืองไม่ใช่พวกเจ้าใหญ่นายโต หรือนักวิชาการบนหอคอยงาช้าง แต่เป็นคนธรรมดาทั่วไปนี่แหละ" นักวิจารณ์การเมืองคนหนึ่งให้ความเห็น
ขณะเดียวกันบรรดาผู้นำคริสตจักรแดนตากาล็อกหลายต่อหลายคนก็กระโจนเข้าร่วมสนามเลือกตั้งด้วย ซึ่งชาวตากาล็อกไม่ถือเป็นเรื่องแปลกแต่ประการใด เพราะแต่ไหนแต่ไรมา คริสตจักรล้วนแต่มีบทบาทสำคัญในการล้มรัฐบาลทรราชย์หลายชุดด้วยกัน ไม่ว่าจะร่วมโค่นอดีตเผด็จการเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส และโจเซฟ เอสตราดา ตลอดจนการร่วมต่อต้านความพยายามยึดอำนาจของพันเอกจอมซ่าโฮนาซาน กริงโก เป็นต้น
จนมีคนพูดกันว่า"ใครที่กุมหัวใจของคาร์ดินัลได้ ก็เท่ากับยึดครองประเทศไปแล้วครึ่งหนึ่ง" ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือนางสิงห์เหลืองคอรีอะคีโน ซึ่งศรัทธามั่นในศาสนาจนได้รับการผลักดันจากแม่บ้านธรรมดาๆ คนหนึ่งให้ก้าวสู่ทำเนียบมาลากันยังอย่างสง่างาม
แม้รัฐธรรมนูญจะระบุชัดให้แยกการเมืองกับศาสนาออกจากกันแต่กฎหมายข้อนี้ก็แทบไม่มีผลบังคับใช้ เนื่องจากบาทหลวงต่างไม่ยอมพลาดโอกาสทองที่จะยื่นมือเข้าไปกดดันนักการเมืองให้ชูปัญหาสังคมต่างๆ อย่างเช่นการคุมกำเนิด เป็นต้น
ผู้นำคริสตจักรที่กระโจนสู่สนามเลือกตั้งเต็มตัวก็คือบาทหลวงเอ็ดดี้วิลานูวา ซึ่งได้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นครั้งที่2
"ไม่มีรัฐธรรมนูญข้อใดที่ห้ามชาวฟิลิปปินส์ผู้ศรัทธาในพระเจ้า เสนอตัวรับใช้สังคม" บาทหลวงเอ็ดดี้ให้ความเห็นก่อนจะเผยถึงเหตุผลที่ลงสมัครรับเลือกตั้งว่า"พระคัมภีร์ไบเบิลบอกให้พวกเราช่วยกันกำจัดความชั่วร้าย ซึ่งรวมไปถึงกษัตริย์ผู้ชั่วร้าย เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะต้องทำในสิ่งที่ถูกต้อง"
อย่างไรก็ดีดูเหมือนว่าบาทหลวงเอ็ดดี้คงยากที่จะได้สัมผัสทำเนียบมาลากันยัง เพราะแม้จะได้ที่ 5 จากผลการหยั่งประชามติ แต่ก็ด้วยเลขเพียงหลักเดียว เท่านั้น
ขณะที่บาทหลวงท่านอื่นๆก็มีวิธีการโน้มน้าวใจคริสตชนต่างกันออกไป บาทหลวงไมค์เวลาร์เด แห่งนิกาย"เอล ชาดอาดี" และบาทหลวงอพอลโลกีโบลอย แห่ง"อาณาจักรเยซู ไครสต์" ก็สยบผู้สมัครทุกคนให้ต้องทำตามเมื่อขู่ว่าจะเป็นคนบอกเหล่าสาวกเองว่าควรจะเลือกใคร เล่นเอาผู้สมัครเกือบทุกคนต้องขอเข้าพบบาทหลวงทั้ง 2 คน หวังจะได้รับเสียงสนับสนุนจากสาวกเหล่านั้น
บาทหลวงกีโบลอยผู้อวดตัวเองว่า "ผู้ได้รับเลือกเป็นบุตรแห่งพระเจ้า" ออกปากต่อว่า "นอย นอย" เป็นการใหญ่กรณีที่ไม่ได้เข้าร่วมงานที่จัดขึ้น ร้อนถึงวุฒิสมาชิกนอยนอยต้องรีบขอโทษทันที
แต่บาทหลวงกีโบลอยก็ยังไม่พอใจถึงกับประกาศว่าได้พูดกับพระเจ้าแล้วและพระองค์ทรงชี้ทางให้ โดยให้เลือกนายกิลเบอร์โตทีโอโดโร อดีตรัฐมนตรีกลาโหม
ถึงจะเสียฐานสนับสนุนจากบาทหลวงทั้งสองแต่วุฒิสมาชิกนอย นอยก็ได้รับการสนับสนุนจากนิกายอื่นรวมไปถึงจากชาเปลออฟ ไครสต์ ซึ่งทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศโดยมีสาวกราว 6 ล้านคนที่พร้อมจะทำตามคำชี้แนะจากบาทหลวงว่าจะเทคะแนนให้ใคร
บรรดาผู้สนับสนุนนอยนอยถึงกับโพสต์ลงในเฟซบุ๊กด้วยความดีใจที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้นำนิกายนี้ว่า"นี่เป็นชัยชนะสำคัญของพวกเรา"
รามอนคาสิเปิล ผู้อำนวยการบริหารสถาบันนักคิดเพื่อการปฏิรูปการเมืองและระบบเลือกตั้งให้ความเห็นว่านักการเมืองไม่ควรมองข้ามอิทธิพลของผู้นำนิกายต่างๆ เนื่องจากจะเป็นตัวชี้ขาดสำคัญในการเลือกตั้งที่สูสีกันเช่นนี้ แม้ว่าจริงๆ แล้วผู้นำคริสตจักรนิกายต่างๆ จะไม่ได้มีอิทธิพลมากเหมือนกับที่วาดภาพไว้ก็ตาม
ดังที่เคยเกิดขึ้นกับอดีตพระเอกหนังโจเซฟ เอสตราดา ที่ชนะเลือกตั้งปี 2531 แม้จะรู้กันทั่วว่าเอสตราดาเป็นเสือผู้หญิง เป็นปิศาจสุราและนักพนันตัวยง ซึ่งล้วนแต่เป็นบาปสำคัญในบาป 7 ประการทั้งสิ้น คริสตจักรเองก็รณรงค์ต่อต้านเอสตราดาอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ผลกลับกลายเป็นว่าเอสตราดาชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย
ในตอนนี้ผู้นำคริสตจักรได้รณรงค์ไปในทิศทางเดียวกันว่าไม่ควรลงคะแนนให้นักการเมืองที่เห็นด้วยกับการคุมกำเนิด ซึ่งขัดกับหลักศาสนา และมารศาสนาที่คริสตจักรบอกใบ้ทางอ้อมก็ใช่ใครอื่นแต่หมายถึงวุฒิสมาชิก
เรย์มอนด์ปาลาติโน ที่ถูกประณามจนได้รับจดหมาย อีเมลด่าเป็นชุดว่าไม่สมควรที่จะเป็นนักการเมือง
กระทั่งส.ว.เรย์มอนด์ ปาลาติโน อดไม่ไหวต้องลุกขึ้นมาโต้เจ็บๆ ว่า "ปกติพวกเราก็นับถือบาทหลวงกันอยู่แล้ว แม้จะรู้ว่าพวกท่านใช่จะสมบูรณ์พร้อมเสียเมื่อไหร่ พวกท่านก็เล่นการเมืองเหมือนกัน"
นี่แหละสีสันการเมืองในแดนตากาล็อกที่ยากจะหาใครเหมือน
บุญรัตน์อภิชาติไตรสรณ์



