ข่าว

 ทุนทั่วโลกทิ้งหุ้นแห่ซื้อทองราคาพุ่ง

ทุนทั่วโลกทิ้งหุ้นแห่ซื้อทองราคาพุ่ง

07 พ.ค. 2553

ตลาดหุ้นปั่นป่วนทั่วโลก นักลงทุนเทขาย ผวาวิกฤติหนี้กรีซลุกลาม หุ้นไทยติดลบ 16 จุด ขณะที่ราคาทองคำพุ่งสวนทางจากแรงซื้อมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย มองเหมาะเก็งกำไรมากกว่าลงทุนยาว

ตลาดหุ้นทั่วโลกดัชนีดิ่งลงในทุกตลาด เนื่องจากนักลงทุนกังวลผลกระทบจากวิกฤติหนี้สาธารณะกรีซที่อาจทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวรุนแรงอีกครั้ง รวมทั้งตลาดหุ้นไทยเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2553 ก็ปรับลงในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นอื่นๆ โดยดัชนีปิดตลาดที่ 768.55 จุด ลดลง 16.70 จุด มูลค่าการซื้อขาย 30,449.88 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 5.1 พันล้านบาท ขณะที่นักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิ 6.64 พันล้านบาท นักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 1.07 พันล้านบาท ส่วนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ 392 ล้านบาท

 นายสมชาย เอนกทวีผล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ดัชนีหุ้นที่ปรับลดลง เนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับปัญหากรีซอาจจะลุกลามไปยังภูมิภาคอื่น ซึ่งกระทบต่อความมั่นใจนักลงทุน ส่วนปัญหาการเมืองภายในประเทศ ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม

 สำหรับแนวโน้มในสัปดาห์หน้า ดัชนีมีโอกาสดีดตัว หรือรีบาวน์ หลังปรับตัวลดลงแรงหลายวันทำการ พร้อมกันนี้ตลาดคาดหวังจะมีมาตรการเข้ามาดูแลวิกฤติหนี้กรีซ พร้อมกันนี้ติดตามท่าทีของแกนนำเสื้อแดง หลังรัฐบาลประกาศแนวทางการแก้ไขปัญหาการเมืองอย่างสันติวิธี

  ขณะที่ราคาทองคำในตลาดโลกดีดตัวขึ้นเหนือระดับ 1,200 ดอลลาร์สหรัฐ โดยนางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า วิกฤติเศรษฐกิจกลุ่มประเทศยุโรปกำลังจะบานปลาย ส่งผลให้นักลงทุนเกิดความกังวล ตื่นตระหนกเทขายสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงทุกประเภท ได้แก่ หุ้น น้ำมัน และเงิน ส่งผลราคาปรับตัวลงแรง ขณะที่หันไปเพิ่มสัดส่วนการถือครองทองคำ ทำให้ราคาทองปรับตัวขึ้นแรง โดยเฉพาะช่วง 2 วันที่ผ่านมา ราคาทองปรับตัวขึ้นสูงถึง 50 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และใกล้จะแตะสถิติสูงสุดเดิม 1,226 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

 ส่วนพฤติกรรมของนักลงทุนในประเทศ หลังจากราคาทองปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ไม่แรงมาก เพราะมีผลกระทบจากเงินบาทมีแข็งค่าเพิ่มขึ้น ทำให้ราคาทองคำในประเทศยืนอยู่ที่ประมาณบาทละ 1.8 หมื่นบาท และเข้าใกล้แตะระดับ 2 หมื่นบาทต่อบาททองคำ ซึ่งการลงทุนในทองคำตอนนี้เหมาะกับการเก็งกำไรมากกว่าการถือลงทุนระยะยาว