
ดึงบีโอไอหนุนลงทุนสร้างบ้านรองรับผู้สูงอายุใน กทม.ล้านคน
กทม.ประสานบีโอไอหนุนลงทุนสร้างบ้านรองรับผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมาในอนาคต เล็งให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจูงใจผู้ลงทุน
นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้หารือกับนางอรรชกา ศรีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ถึงแนวทางการส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชนในการสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุหรือกลุ่มคนเกษียณอายุให้คุณภาพชีวิตที่ดี โดยมีแนวคิดจะสนับสนุนการลงทุนทั้งโครงการ หรือจัดสรรที่พักอาศัยบางส่วนในรูปของสิทธิประโยชน์ด้านภาษี ซึ่งบีโอไอเห็นด้วยพร้อมเร่งหาข้อมูลและกำหนดเงื่อนไขในการส่งเสริมต่อไป
ส่วนสาเหตุที่ริเริ่มโครงการนี้ เพราะมองว่าในอนาคตกลุ่มคนผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไปจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คาดอีก 20 ปีผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 25% เฉพาะของ กทม.เองหากพิจารณาจากการจ่ายเบี้ยยังชีพ 500 บาทจะพบว่ามีถึง 6 แสนคนจากประชากร 6 ล้านคน แต่หากรวมกับประชากรแฝงที่อาศัยอยู่ใน กทม.เชื่อว่ามีผู้สูงอายุไม่น้อยกว่า 1 ล้านคนคิดเป็นสัดส่วน 10% ซึ่งหากมีการวางแผนรองรับก็จะช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุดีขึ้น อีกทั้งยังพบว่ามีตลาดชาวต่างชาติให้ความสนใจ เช่น ญี่ปุ่น สนใจลงทุนจัดทำโครงการบ้านจัดสรรรองรับกลุ่ม รีไทเมนท์ส่วนผู้ประกอบการไทยก็พร้อมที่จะลงทุน
"เบื้องต้น กทม.ได้ประสานงานกับเอกชน 2 แห่งคือ โครงการปายิกา ย่านรังสิต จัดทำโครงการเช่าห้องชุดให้แก่ผู้สูงอายุ และโครงการเวลเนสโฮม รีสอร์ท แอนด์ สปา ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีบริการครบวงจรทั้งที่พักระยะสั้นและระยะยาว พร้อมโรงพยาบาลที่มีทีมแพทย์ดูแลตลอด 24 ชม." นายธีระชนกล่าวและว่า ที่ผ่านมา กทม.ได้ดำเนินโครงการบ้านยิ้ม...เพื่อประชาชน โดยประสานงานบริษัทเอชน 2 แห่งคือ พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค และแลนดี้ โฮมแจกแบบบ้าน 100 แบบให้ประชาชน



