ข่าว

ทางตันของโหลดแหม็บๆๆ

ทางตันของโหลดแหม็บๆๆ

08 พ.ค. 2553

โรดแม็พ หรือ “โหลดแหม็บๆๆ” ของนายกฯ อภิสิทธิ์ ยื่นให้เป็นบันไดสำหรับขบวนการกบฏแดงก่อการร้ายกลางเมือง ให้ลงจากสภาพสิ้นท่า ยังไม่ได้รับการตอบสนองเต็มที่ เพราะยังออกอาการไว้เชิง ยึกยัก ทั้งๆ ที่ในใจออกอาการลิงโลดยิ่งกว่าได้โบนัสจากคนหนีคุกไปซื้อสัญชาติมอนเตเ

 ทันทีที่นายกฯ ยื่นไป พวกแกนนำใช้เวลาเดี๋ยวเดียวตอบรับ แม้จะสงวนท่าที ทำเป็นสร้างเงื่อนไขต่อรอง เช่น ไม่ให้ตั้งข้อหาก่อการร้าย และต้องให้นายกฯ กำหนดวันยุบสภา ทั้งๆ ที่น่าจะคิดได้ว่า เมื่อวันเลือกตั้งถูกกำหนดไว้ 14 พฤศจิกายน วันยุบสภาก็คงอยู่ระหว่าง 1-15 กันยายน นั่นแหละ

 เป็นลีลาของคนสิ้นท่า ทุกวันนี้จมอยู่ในกองขยะโสโครกกลางเมือง แปรสภาพขบวนการแดงให้เป็นขยะสังคม เคลื่อนไหวไปไหนไม่ได้ กระแสเกลียดชังแพร่กระจายทั่วประเทศ หลังจากพฤติกรรมทรามต่อโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ผิดวิสัยคนมีความคิด จิตใจปกติ

 ทุกวันนี้แกนนำกบฏแดงยังแสดงอาการอหังการ ปากกล้าขาสั่น อยากจะลงจากเวที หนีกองขยะ แต่ทำไม่ได้ เพราะพวกกองกำลังไม่ทราบฝ่าย กลุ่มฮาร์ดคอร์ ขอสู้ตาย หรือลุยต่อไปจนกว่าจะได้ชัยชนะ

 เชื่อมั่นในกองกำลังติดอาวุธ หลายร้อยคน และศักยภาพในการต่อสู้กับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง หลังจากสะสมอาวุธสงครามร้ายแรงไว้เต็มที่ หวังแตกหัก

 แต่นายกฯ อภิสิทธิ์ไม่หลงกล ยื่นข้อเสนอ “โหลดแหม็บๆ ๆ” ให้ เพื่อแสดงให้ชาวไทยและชาวโลกเห็นว่ารัฐบาลยังไม่ต้องการฆ่าฟันให้นองเลือด

 หรือเปิดช่องให้กองกำลังก่อการร้ายสังหารผู้ชุมนุมซึ่งเป็นโล่ แล้วโยนความผิดให้รัฐบาล เล่นเกมสงครามกลางเมือง จรยุทธ์ใต้ดิน

 แต่แกนนำหัวโจกกลัวตาย ไม่มีโอกาสได้ใช้เงิน อุตส่าห์ปอกลอกจากเศรษฐีลี้ภัยได้มาคนละหลายร้อยล้าน เรื่องอะไรจะยอมถูกแปรสภาพตัวเองให้เป็นศพ เหนื่อยยาก ตากแดดตากลม หลอกชาวบ้านมาลำบากเกือบ 2 เดือน

 อายุก็ยังไม่มากนัก โอกาสที่จะสร้างความระยำตำบอนด้วยการเป็นมือรับจ้างจัดม็อบการเมืองในอนาคตก็ยังมีอยู่ ถ้ากล้าเดินถนนให้ชาวบ้านเห็น

 เมื่อรัฐบาลยืนยันว่าจะเดินเรื่องคดีอาญาให้เต็มบ้อง ทั้งการก่อการร้าย ก่อการจลาจล สะสมอาวุธสงคราม ฆ่าเจ้าพนักงาน ทำลายทรัพย์สินราชการ ฯลฯ เพียงแค่นี้ ถ้าไม่โดนตัดสินประหารชีวิตหลายครั้ง ก็ติดคุกหัวโต

 แม้จะอ้างว่าไม่ขอนิรโทษกรรม ก็ไม่จำเป็นต้องพูด เพราะไม่เข้าข่ายอยู่แล้ว คดีก่อการร้ายไม่ได้รับการประกันตัวแน่นอน ไม่อย่างนั้นอาจหนี

 ดังนั้นรัฐบาลต้องดำเนินการกดดันต่อ เช่น ยึดทรัพย์ ในข้อหาก่อการร้าย ห้ามออกนอกประเทศ ยกเลิกหนังสือเดินทาง แค่นี้ก็เดี้ยงแล้ว

 แกนนำแดงคงไม่นึกว่าสถานการณ์จะบานปลายไปถึงการใช้กำลังอาวุธ เป็นเพราะคนลี้ภัยต้องการมัดมือพวกนี้ให้จมปลัก หลังจากแกล้งทำเป็นโง่ให้พวกนี้หลอกดูดเงินน้ำเลี้ยงจนร่ำรวย เกินหน้าคนอื่น

 เมื่อส่งกองกำลังติดอาวุธเข้าร่วมปฏิบัติการ เท่ากับทำให้พวกแกนนำหัวกลมกะโหลกหนาจำยอมรับสภาพเป็นเครือข่ายเดียวกัน ทำงานให้คนหนีคุก เป็นเงื่อนไขไม่ให้หลบหนี เพราะไม่มีหนังสือเดินทาง ติดอยู่ในกับดัก

 จำได้หรือไม่ “ถ้ากูอยู่ไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าพวกมึงจะมีความสุข”

 สำหรับแกนนำหัวกลมนั้น “นึกหรือว่ามึงจะฉลาดกว่ากู หลอกเอาเงินไปหลายร้อยล้าน ก็ต้องอยู่ในสภาพดิ้นไปไหนไม่ได้ ต้องสู้ต่อไป จะสู้เป็นหรือตายกูไม่สน ขอให้บ้านเมืองวุ่นวาย อย่างที่กูต้องการสะใจก็พอ”

 โดยสภาพแล้ว แกนนำกบฏก่อการร้ายแดงไม่มีสิทธิ์ต่อรองกับรัฐบาลทั้งสิ้น มีอย่างเดียวคือมอบตัว ถ้ากลัวตาย จากนั้นอยู่ที่ความกรุณาว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่ แต่ประชาชนคงไม่ยอม เพราะได้สร้างเวรกรรมชอกช้ำให้คนหลายหมื่นคน ทั้งตกงานกะทันหัน ขาดรายได้ สภาพจิตใจย่ำแย่

 เจ้าของอาคาร ร้านค้า ศูนย์การค้า โรงแรม บริเวณใกล้เคียงคงคำนวณแล้วว่าความเสียหายจากการปะทะกันด้วยอาวุธ ต้องสร้างซ่อมอาคาร น่าจะราคาถูกกว่าการขาดรายได้ ยอดขายและบริการ เนื่องจากการชุมนุม

 ถ้าความเสียหายรวมแล้ว 4-5 หมื่นล้าน การซ่อมสร้างอาคาร ไม่น่าจะมากถึงขั้นนั้น เพียงแต่ประเทศต้องยอมรับความสูญเสียด้านภาพลักษณ์

 แต่ก็จะเป็นการรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของระบบนิติรัฐ ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ต่อให้ใช้กฎหมู่ สนับสนุนด้วยกองกำลังติดอาวุธก็ตาม

 นี่เป็นหลักการ “ไม่เจรจาต่อรองกับผู้ก่อการร้าย” หรือเป็นห่วงคนชั่วตายมากกว่าคนดี ซึ่งกำลังรอดูว่านายกฯ อภิสิทธิ์จะหาทางเลือกอย่างไร

 จะให้ “โหลดแหม็บๆๆ” เปิดทางให้ขบวนการชั่วร้ายงอกงาม ขยายตัว เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อไปอีกหรือ

 นั่นเท่ากับเพิ่มความเสี่ยงต่อความล่มสลายของประเทศไทยแน่ๆ นิ! อิอิอิ!!!