ข่าว

ขอดเกล็ด : ทุ่มเพื่อนาย

ขอดเกล็ด : ทุ่มเพื่อนาย

07 พ.ค. 2553

ถ้าพูดถึง นรต.38 นายตำรวจท่านหนึ่งที่มีชื่อเสียงในรุ่นก็ต้องยกให้ พ.ต.อ.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบก.น.5 และหัวหน้าสำนักงาน พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น.พ่วงอีกตำแหน่ง

 ด้วยความที่เป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ สมาร์ท ไปที่ไหนๆ ก็เป็นที่จับตามอง ขนาดไม่สวมเครื่องแบบสาวๆ ยังมองตามตาเป็นมัน เอ้ย ! มองเป็นตาเดียว ยิ่งมีลักยิ้มเจ้าเสน่ห์อีก ใครต่อใครก็เลยพานคิดว่าเป็นหนุ่มไฮโซ เซเลบริตี้ยังไงยังงั้น !?!

 แม้จะเป็นหัวหน้าสำนักงาน ผบช.น. แต่ทุกวันนี้รองอุ้ยก็เปรียบเหมือนนายเวร ผบช.น. เวลาไปไหนมาไหนต้องติดสอยห้อยตามไปด้วยทุกที่ บนรถประจำตำแหน่ง ผบช.น.จึงประกอบด้วย พลขับ ตำรวจอรินทราช 26 นอกเครื่องแบบถือปืนกลเล็ก ส่วนรองอุ้ยกับ พล.ต.ท.สัณฐาน นั่งอยู่เบาะหลัง

 ด้วยความที่ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจอย่างสูงและซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ แต่แล้วก็มีเรื่องให้กระจอกข่าวแปลกใจจนได้ เมื่อจู่ๆ วันเจรจาระหว่างนายตำรวจใหญ่กับแกนนำเสื้อแดง เพื่อเปิดพื้นที่ให้ รพ.จุฬาฯ มีตำรวจทหารเต็มไปหมด แต่ไม่เห็นใครสวมใส่เสื้อเกราะกันกระสุนเลยสักคน ยกเว้นรองอุ้ยคนเดียวเท่านั้น แม้แต่ พล.ต.ท.สัณฐานเองก็ไม่ได้ใส่ เจอหน้ากันเลยอดถามไม่ได้

 รองอุ้ยตอบเสียงดังฟังชัดสไตล์ตำรวจอาชีพ "ในสถานการณ์เช่นนี้ตามหลักปฏิบัติสากลต้องใส่เสื้อเกราะกันกระสุน" แต่พอถามว่าแล้วเพราะเหตุใดทำไมนายใหญ่ถึงไม่ใส่ เจ้าตัวถึงกับอ้อมแอ้ม ก่อนจะเฉลยปริศนาทำเอาเห็นน้ำจิตน้ำใจอันเด็ดเดี่ยว

 "คนเป็นผู้นำหน่วยต้องทำตัวดีหน่อย ไปเจรจาทีจะใส่เสื้อเกราะก็กระไรอยู่ ที่ผมใส่ก็เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นจะได้เอาตัวบังนายได้ ตัวนายก็รอด ตัวผมก็รอดด้วย"

 ถูกแล้ว ! ก็รองอุ้ยสูงยาวเข่าดีซะขนาดนั้น แค่บังก็มิดบิ๊กนครบาลที่ตัวจริงนั้น "เล็ก" กว่ารองอุ้ยหลายกระเบียด กระสุนที่ไหนมันจะพลาดไปโดนใช่มั้ยล่ะครับ

 อ่อ ยังไม่หมด ! หยอดมุกถามรองอุ้ยเจอแกนนำเสื้อแดงซึ่งหน้าแถมมีหมายจับด้วยเหตุใดไม่จับ รอง ผบก.น.5 ตอบเป็นการเป็นงาน เคยมีฎีการะบุเอาไว้ว่า การจะถือว่าตำรวจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ขึ้นอยู่กับเจตนา ถ้าจับแล้วเกิดปัญหาวุ่นวายตามมา ไม่ถือว่าละเว้น

 แม่นทั้งตัวบทกฎหมาย แถมความคิดความอ่านยังเข้าท่าอีก ฤดูโยกย้ายหน้า พล.ต.ท.สัณฐาน พิจารณาตำแหน่งใหญ่ให้เลยครับ (ฮ่า ฮ่า) !?!