ข่าว

ฝ่ายค้านแก้เกมซักฟอกดิ้นเพิ่มเป็น3วันจิ๋วทำมึนเอี่ยว7ต.ค.

ฝ่ายค้านแก้เกมซักฟอกดิ้นเพิ่มเป็น3วันจิ๋วทำมึนเอี่ยว7ต.ค.

18 มี.ค. 2552

ฝ่ายค้านแก้เกมรัฐบาลขออภิปรายเพิ่มเป็น 3 วัน ซัดนายกฯ-ประธานสภา ฮั้วร่นวันซักฟอก ชี้ "ขัดข้อบังคับ-ผิดหลักประเพณี" "เหลิม" แย้มข้อมูลเด็ดเงินปล้นจากตลาดหุ้น ปูดไส้ศึกใน ปชป.ส่งข้อมูลให้ มั่นใจหลังอภิปรายจบ รัฐบาลมีปัญหาแน่ "ภูมิใจไทย" ปัด "เนวิน" อยู่เบื้

 หลังรัฐบาลร่นวันอภิปรายไม่ไว้วางใจให้เร็วขึ้น จากกำหนดเดิมวันที่ 26-27 มีนาคม เป็นวันที่ 19-20 มีนาคม ทำให้พรรคเพื่อไทยยื่นเรื่องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอเปิดอภิปรายเพิ่มอีก 1 วัน คือระหว่างวันที่ 19-21 มีนาคม

 นายวิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน เข้ายื่นหนังสือถึงนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 17 มีนาคม เพื่อขอให้เปลี่ยนแปลงวันอภิปรายจากกำหนดวันที่ 19-20 มีนาคม เป็น 3 วัน คือวันที่ 19-21 มีนาคม แต่หากประธานสภาไม่สามารถดำเนินการให้ได้ ก็ขอให้เป็นสัปดาห์หน้า หรือตามกำหนดเดิม และขอยืนยันว่าการมายื่นครั้งนี้ไม่ได้ต้องการเล่นเกมการเมือง

 วันเดียวกันนี้ นายวิทยา พร้อมนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย เข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี ผ่านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีหารือกับนายชัย ให้กำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจตามกำหนดเดิมที่เคยแจ้งไว้ คือวันที่ 26-27 มีนาคม 

 หนังสือดังกล่าวให้เหตุผลด้วยว่า การบรรจุญัตติ ในวันที่ 19-20 มีนาคม ถือว่าขัดข้อบังคับการประชุมสภา เพราะมีการบรรจุญัตติซ้อน รวมทั้งการกำหนดวันใหม่นั้น ไม่ได้เป็นที่รับรู้ของวิปฝ่ายค้าน ถือว่าขัดหลักประเพณี

 ในตอนท้ายของหนังสือระบุอีกว่า ยังมีข่าวปรากฏต่อสาธารณะว่านายกรัฐมนตรีและประธานสภาได้หารือกันอย่างลับๆ กับบุคคลใกล้ชิดของประธานสภา เพื่อให้ร่นเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยหวังจะเอาเปรียบทางการเมือง แต่หากรัฐบาลยังยืนยันกำหนดการเดิม ฝ่ายค้านก็พร้อมจะอภิปราย

 ด้านนายสุนัย กล่าวว่าการมาเป็นนายกฯ ของนายอภิสิทธิ์ก็ถูกครหานินทามากแล้วว่าไม่ถูกต้องตามครรลองประชาธิปไตย ยิ่งมาทำอย่างนี้อีก ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของนายกฯ เน่าลงไปเรื่อยๆ และบทบาทของนายชัยก็จะตกต่ำลง เป็นต้นไม้ที่วิ่งตามลูกไม้
ส่ง 40 ขุนพลฝ่ายค้านขึ้นอภิปราย

 นายวิทยาเปิดเผยภายหลังประชุมคณะทำงานอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เบื้องต้นสรุปจะมี ส.ส.ร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ มีจำนวน 40 คน อยู่ระหว่างการจัดแบ่งกลุ่มอภิปรายรัฐมนตรีรายบุคคล ตามประเด็นต่อเนื่อง โดยในวันแรก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย จะเป็นผู้อภิปรายนำ ถัดมาจะเป็นนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน ส่วนประเด็นเศรษฐกิจ จะมีนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน อดีตรองนายกรัฐมนตรี จะร่วมอภิปรายอย่างแน่นอน

 ทั้งนี้ ได้วางคิวอภิปรายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นลำดับแรก ถัดมาจะเป็นนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ส่วนจะมีการอภิปรายตลอดทั้งวันหรือไม่ อยู่ที่สถานการณ์ดูความเหมาะสม ส่วนจะมีการขยายเวลาอภิปรายออกไปหรือไม่ รอประชุมหารือกับวิปรัฐบาลในวันพรุ่งนี้ (18 มี.ค.) เพื่อให้เหมาะสมกับจำนวนผู้อภิปรายที่จัดไว้

 ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม ในฐานะหัวหน้าทีมอภิปรายไม่ไว้วางใจ กล่าวภายหลังการประชุมคณะทำงานเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยยืนยันความพร้อมในการอภิปรายว่าเล่นการเมืองมา 26 ปี ไม่มีการอภิปรายครั้งไหน ที่ข้อมูลสมบูรณ์เท่าครั้งนี้ และกังวลใจอยู่ว่าเนื้อหาค่อนข้างซับซ้อนจะอธิบายได้ยาก แต่ได้เตรียมพร้อมไว้อย่างดี ในการทำความเข้าใจ

 “โดยเฉพาะเส้นทางการเงินที่มีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร 5 แห่ง 75 ครั้ง ในเวลา 84 วัน โดยมีตัวละครมากมาย เหมือนในรามเกียรติ์และไม่สามารถชูใบเสร็จอธิบายให้เข้าใจทันทีเพราะเรื่องนี้จะต้องยึดโยงให้เข้าอย่างเป็นระบบ ที่สำคัญข้อมูลครั้งนี้ได้มาจากหลายส่วน ซึ่งมากกว่าดีเอสไอ เนื่องจากมีคนในพรรคประชาธิปัตย์ส่งมาให้ด้วย” ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวย้ำ
ตั้งวอร์รูมเกาะติดที่พรรค-บ้านริมคลอง

 นอกจากนี้ ร.ต.อ.เฉลิมยังระบุอีกว่า ในการอภิปรายครั้งนี้ พรรคได้จัดทีมวอร์รูม ที่ชั้น 10 พรรคเพื่อไทยโดยจะมีคณะทำงานทุกฝ่ายนั่งประเมินสถานการณ์และประสานข้อมูล ขณะเดียวกัน ได้จัดทีมงานส่วนตัวระดับดอกเตอร์เป็นวอร์รูมที่บ้านพักริมคลองด้วย เพื่อเกาะติดการอภิปรายครั้งนี้ ส่วนที่ทีพีไอเตรียมฝ่ายกฎหมายยื่นฟ้องทันทีหากมีการอภิปรายพาดพิงทำให้เสียหาย เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างพูดคุยกับผู้สื่อข่าวนั้น ร.ต.อ.เฉลิมได้หยิบกระเป๋าเอกสารยี่ห้อหลุยส์ วิตตอง ขนาดใหญ่มาโชว์ พร้อมหยิบเอกสารบางส่วนในการอภิปรายครั้งนี้ พบว่าในกระเป๋าดังกล่าวมีเอกสารหลายฉบับเกี่ยวกับการเงิน เช่น ข้อมูลของบริษัทเอกชนที่โอนเงินเข้าพรรคประชาธิปัตย์ รายงานการเสียภาษีของพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมสำเนาเช็คสั่งจ่าย โดย ร.ต.อ.เฉลิมเปิดให้สื่อมวลชนดูอย่างรวดเร็ว เพื่อยืนยันว่ามีหลักฐานที่แท้จริง

อัด"กษิต"ปมใช้งบกู้ภาพลักษณ์ปท.

 มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยว่า นอกจากนี้ในส่วนของทีมอภิปรายไม่ไว้วางใจที่มี ส.ส.พรรคเพื่อไทย แจ้งความจำนงขออภิปรายมากที่สุดคือนายอภิสิทธิ์ ที่จะมีผู้อภิปรายประมาณ 7 คน รองลงมาคือ นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ มีผู้อภิปรายประมาณ 5-6 คน โดยนายกษิต นอกจากจะถูกอภิปรายในประเด็นการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ และปราสาทพระวิหารแล้ว ยังมีประเด็นการใช้จ่ายเงินงบประมาณในการฟื้นฟูภาพลักษณ์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยของกระทรวงต่างประเทศด้วย ซึ่งพรรคฝ่ายค้านมีเป้าหมายเพื่อที่จะเชื่อมโยงให้เห็นว่าตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ อยู่ในลักษณะต่างตอบแทนกลุ่มพันธมิตร รวมไปถึงการดิสเครดิตนายกรัฐมนตรี รัฐบาล และพรรคประชาธิปัตย์ด้วย

อ้างถูกดักฟังโทรศัพท์-ตัดตอนข้อมูล 

 ร.ต.อ.เฉลิมให้สัมภาษณ์ช่วงเช้าว่า ขอความกรุณารัฐบาลอย่าใช้อำนาจไปบีบคั้นข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่ฝ่ายค้านจะอภิปราย พฤติกรรมที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ในวันนี้และเมื่อวาน ขอให้หยุดเสีย อย่าใช้อิทธิพลทางการเมืองเข้ามาคุกคาม เพราะไม่แน่ใจว่ามีการโทรศัพท์จริงหรือไม่ แต่โทรศัพท์ของตนโดนดักฟังแน่นอน

 ส่วนญัตติของพรรคเพื่อไทย ที่ได้ยื่นไปก่อนหน้านี้ แล้วบรรดาคอลัมนิสต์ นักวิเคราะห์ข่าวออกมาโจมตีว่า ไม่มีน้ำหนัก ไม่ชัดเจนนั้น อยากย้อนถามว่า ไม่เข้าใจหรือว่าการเขียนญัตติเขาเขียนกันกว้างๆ ไม่ลงรายละเอียด ส่วนตัวจะพยายามพูดพาดพิงถึงคนนอกให้น้อยที่สุด โดยคิดว่าหลังการอภิปรายเสร็จสิ้น ตัวเองอาจจะถูกฟ้อง 5 คดี ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ และหลังการอภิปราย จะเอาเอกสารมาขึ้นบอร์ด ชี้เอกสารต่อสื่อมวลชน และตอบคำถามผู้สื่อข่าวอีกครั้ง และหลังจากนั้นจะหาสถานที่จัดนิทรรศการขึ้นมา

ลั่นหลักฐานพร้อม-ไม่วิตกร่นวันอภิปราย

 วันเดียวกันนี้ ร.ต.อ.เฉลิมให้สัมภาษณ์พิเศษในเครือเนชั่น ยืนยันว่าในฐานะหัวหน้าทีมอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีข้อมูลและเอกสารหลักฐานแล้ว ส่วนการที่รัฐบาลเลื่อนวันอภิปรายเร็วขึ้นนั้น ไม่ได้มองเป็นเกมการเมืองหรือการกลั่นแกล้ง แต่ถือว่าเป็นมิติใหม่ทางการเมืองที่รัฐบาลมีความพร้อมได้รวดเร็ว แต่ฝ่ายค้านมีความพร้อมกว่ารัฐบาล ถึงได้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปราย

 ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ได้เสนอตัวอภิปราย 3 คน คือนายกรัฐมนตรี รมว.ต่างประเทศ และรมช.คลัง
 "ผมยืนยันได้ว่าถ้าผมนำเสนอได้ดี ก็จะมีปัญหากับรัฐบาล และพรรคประชาธิปัตย์อย่างแน่นอน"  ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวและว่า การอภิปรายครั้งนี้ หวังว่าประชาธิปัตย์จะใจกว้าง และหวังเช่นกันว่า ประธานวิปรัฐบาล จะเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านอภิปรายให้เต็มที่ โดยเราจะไม่นำเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับการทำงานการเมืองมาอภิปราย" ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

 ต่อข้อถามเรื่องประเด็นเงินบริจาค 258 ล้านบาทเข้าพรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นไฮไลท์ในการอภิปรายครั้งนี้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า "การบริจาคเงิน เอาเงินคนนั้นคนนี้มา การบริจาคเงิน คนบริจาค ต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ถ้าทรัพย์สินใดไม่ใช่ของคนที่เอามาให้ เขาไม่เรียกว่าการบริจาค ผมเปิดประเด็นไว้เท่านี้"

 ร.ต.อ.เฉลิมยอมรับว่า ผลการอภิปรายครั้งนี้จะถึงขั้นทำให้รัฐบาลปรับ ครม.หรือไม่นั้น ยังไม่อยากคิด แต่เป็นเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องรับผิดชอบโดยตรง

 "เราไม่ได้หวังให้ปรับ ครม.ไม่ได้หวังจะให้ ครม.แตกแยก แต่หวังว่าจะให้สังคมไทยได้รับรู้ว่า นี่คือพรรคประชาธิปัตย์ นี่คืออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ทำอะไรไว้บ้างในแวดวงการเมืองไทย ผมมั่นใจว่า ถ้าผมนำเสนอได้ดี สัก 70% ของข้อมูล ก็จะมีปัญหาเกิดกับพรรคประชาธิปัตย์และนายกฯ อภิสิทธิ์อย่างแน่นอน เราไม่ได้หวังพรรคร่วมถอนตัว แต่หวังว่า สังคม สื่อมวลชน จะช่วยตัดสิน" ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

 ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวอีกว่า มองว่าการเมืองต้องนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ ไม่ได้มองว่าจะนำไปสู่การปรับ ครม.หรือเปลี่ยนขั้วใหม่ ส่วนใครจะมองว่าเป็นฝ่ายค้านมือใหม่หัดขับก็ถูกต้อง เพราะประชาชนเขาเลือกเรามาเป็นรัฐบาล ไม่ได้เลือกมาเป็นฝ่ายค้าน อาจจะงุ่มง่ามหน่อย แล้วเราก็ไม่ถนัดการเป็นฝ่ายค้าน เชื่อว่าเราคงค้านได้ไม่นาน ถ้ามีการเลือกตั้งใหม่เราก็กลับมาเป็นรัฐบาลอีก

ภูมิใจไทยปัดเนวินสั่งร่นวันอภิปราย 

 ด้านนายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และนายเนวิน ชิดชอบ หัวหน้ากลุ่มเพื่อนเนวิน อยู่เบื้องหลังพรรคภูมิใจไทยเสนอให้ร่นวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลมาเป็นวันที่ 19-20 มีนาคม เนื่องจากเกรงว่ากลุ่มเสื้อแดงจะปิดล้อมรัฐสภาว่า ต้องเข้าใจว่าฝ่ายค้านคือผู้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากกลุ่มเสื้อแดงจะมาปิดกั้นเพื่อไม่ให้มีการอภิปราย ก็จะขัดกันเอง จึงคิดว่าหากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อาจมีการชุมนุมหน้ารัฐสภา แต่คงไม่ใช่การขัดขวางเพื่อไม่ให้ ส.ส.เข้าสภาได้

 เมื่อถามว่า นายเนวินจะเข้ามามีบทบาทในการเขียนสคริปท์ชี้แจงให้ 2 รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย คือ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย หรือไม่ นายศุภชัยกล่าวว่า ไม่มี เพราะทั้ง 2 คนมีประสบการณ์การเมืองอยู่แล้ว แม้นายชวรัตน์จะพูดช้าตามสไตล์ แต่สามารถชี้แจงเนื้อหาสาระได้ดี ไม่มีสคริปท์อะไร และจะไม่ซ้ำรอยสมัยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีต รมว.คมนาคม ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจแน่นอน

 เมื่อถามว่า หากฝ่ายค้านอภิปรายพาดพิงนายเนวิน และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ประธานคณะทำงาน รมว.มหาดไทย จะทำอย่างไร นายศุภชัยกล่าวว่า ตามข้อบังคับการประชุมสภา ห้ามพูดถึงบุคคลภายนอกอยู่แล้ว หากมีอะไรคาบเกี่ยวในลักษณะหมิ่นประมาท ผู้ถูกพาดพิงมีสิทธิดำเนินคดี ไม่เฉพาะนายเนวิน หรือนายศักดิ์สยาม แต่ต้องดูเป็นเรื่องๆ ไป จึงอยากฝาก ส.ส.ไม่ควรพาดพิงบุคคลที่อยู่นอกสภา เพราะอาจถูกดำเนินคดี

นายกฯ ให้เป็นเอกสิทธิ์ ส.ส.ลงมติ

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่ฝ่ายค้านระบุว่าเป็นเกมของรัฐบาลที่เลื่อนเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจเข้ามาเป็นวันที่ 19-20 มีนาคม เพื่อทำให้ฝ่ายค้านตั้งตัวไม่ทันว่า ไม่ใช่เช่นนั้น เพราะเป็นเรื่องของประธานสภาที่พิจารณา ซึ่งการเลื่อนวันอภิปรายให้เร็วขึ้น ตนก็ไม่ค่อยสะดวกเหมือนกัน เพราะต้องยกเลิกและเลื่อนงานต่างๆ ออกไป อย่างไรก็ตามแม้จะโดนอภิปรายด้วยแต่ไม่มีความหนักใจ

 ส่วนที่นายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุว่า ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลอาจงดออกเสียงให้นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เพราะมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มพันธมิตร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้เริ่มต้นอภิปรายกันเลย ต้องรอฟังข้อมูลและฟังการชี้แจงจากรัฐมนตรีก่อน อย่างไรก็ตามได้สอบถามนายกษิตแล้ว ได้รับคำยืนยันว่าไม่หนักใจ และพร้อมชี้แจงทุกเรื่อง

ปัดทุ่ม 7 หลักให้ ส.ส.โหวตหนุน รมต.

  ผู้สื่อข่าวถามว่าการยกมือสนับสนุนให้เป็นเอกสิทธิ์ ส.ส.หรือเป็นมติพรรค นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นไปตามรัฐธรรมนูญคือเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. ซึ่งพรรคไม่มีมติเรื่องนี้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายค้านระบุว่าจะมีการใช้เงินถึง 7 หลักเพื่อให้ ส.ส.ยกมือให้รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่คิดว่าจะมีอะไรอย่างนั้น แต่ละพรรคคงไปประชุมกัน และถ้ามีใครติดใจอะไรก็สอบถามและชี้แจงกันก่อน จากนั้นต้องไปฟังการอภิปรายในสภาอีกครั้ง ส่วนใหญ่เวลามีการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็จะมีข่าวลือเยอะ

"กษิต" ไม่วิตกหาก ส.ส.ไม่โหวตหนุน

 นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่า ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลบางคนอาจจะไม่โหวตยกมือสนับสนุนในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่าเป็นเรื่องของพรรค ซึ่งเขาไม่เป็นกังวล  ส่วนที่ถูกมองว่าจะเป็นจุดอ่อนรัฐบาลนั้น นายกษิตกล่าวว่า คิดว่าไม่มีปัญหา

วอร์รูม ปชป.แฉกระบวนการจ้องล้มรัฐ

  นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะทำงานปฏิบัติการทางการเมือง (วอร์รูม) พรรคประชาธิปัตย์ ได้ประเมินสถานการณ์ของประเทศ เพื่อเสนอผลการประชุมต่อที่ประชุมพรรค โดยวิเคราะห์สถานการณ์ว่าไม่น่าไว้วางใจ เพราะการเคลื่อนไหวไม่เป็นไปตามปกติตามระบอบประชาธิปไตย แต่สร้างเงื่อนไขเพื่อบรรลุ 2 อย่าง คือ 1.สร้างอำนาจต่อรองเพื่อนำสู่การให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พ้นจากความผิดในอดีต เช่น การแก้กฎหมายนิรโทษกรรม หรืออภัยโทษ และ 2.เพื่อล้มรัฐบาล โดยดำเนินการเปลี่ยนแนวรุกจากเดิม ใน 4 ด้าน 1.แนวรุกด้านมวลชนของ นปช. ซึ่งเปลี่ยนการชุมนุมใหญ่ไปเป็นการเพิ่มความรุนแรงในการก่อการต่อต้าน 2.แนวร่วมผ่านพรรคเพื่อไทย ที่ใช้กลไกของแกนนำที่ใกล้ชิดหรือญาติกับ พ.ต.ท.ทักษิณ และแรงผลักดันจากการถอดถอนและอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อนำสู่การแทรกแซงการเริ่มต้นกระบวนการปฏิรูปการเมือง

 3.แนวร่วมนอกประเทศ แม้พื้นที่การเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะน้อยลง แต่มีการเปลี่ยนเป็นการสร้างพันธมิตรกับประเทศ องค์กรและบุคคล ที่ไม่มีจุดยืนที่ให้ความสำคัญต่อระบบยุติธรรมหรือประชาธิปไตย 4.สงครามสื่อสารมวลชน ที่มีการปลุกระดมโดยใช้สื่อบนดินและใต้ดินเป็นหลักไปสู่การเพิ่มการบิดเบือนประเด็นด้านเศรษฐกิจ เพื่อลดความน่าเชื่อถือและซ้ำเติมประเทศ

ทีพีไอขู่ฟ้องแพ่ง-อาญาหากถูกพาดพิง

 นายศิลปิน บูรณศิลปิน รองผู้จัดการใหญ่ฝ่ายกิจกรรมพิเศษ บมจ.ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) กล่าวว่า บริษัทตั้งทีมกฎหมายติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังจากมีกระแสข่าวว่าฝ่ายค้านอาจจะหยิบยกเรื่องการบริจาคเงินของ บมจ.ทีพีไอ โพลีน มาเกี่ยวข้องด้วย ทั้งนี้เพื่อป้องกันชื่อเสียงของบริษัทเสียหายโดยไม่เป็นธรรม หากบุคคลใดบุคคลหนึ่งหยิบยกเรื่องนี้มาอภิปรายพาดพิงบริษัท จึงจัดทีมกฎหมายติดตามการอภิปรายอย่างใกล้ชิดหากปรากฏว่ามีบุคคลใดกระทำการอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชื่อเสียงของบริษัท จะใช้สิทธิในการดำเนินคดีต่อบุคคลดังกล่าว ทั้งทางแพ่งและอาญาจนถึงที่สุด

"ทส."เผย"จิ๋ว"งงถูกเอี่ยวสลายม็อบ

 พล.ท.เชวงศักดิ์ ทองสลวย นายทหารติดตาม พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ชวลิต รับทราบข่าวคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งข้อกล่าวหา ความผิดทางอาญา กรณีเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 แล้ว โดยยืนยันว่า พล.อ.ชวลิต ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะวันนั้นได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งแล้ว จึงไม่มีส่วนในการบัญชาการ เหตุการณ์ที่เกิดในวันนั้นเกิดจากการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง

 ทั้งนี้ ในวันที่ 27 มีนาคมนี้ พล.อ.ชวลิตจะไปรับทราบข้อกล่าวหาด้วยตนเอง โดยพร้อมชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นอีกครั้ง แต่ขณะนี้ยังงงอยู่ เพราะเคยชี้แจงขั้นตอนทั้งหมดให้คณะอนุกรรมการ ป.ป.ช.ทราบแล้ว แต่ก็ยังถูกแจ้งข้อกล่าวหาอีก

 ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ที่ผ่านมา ที่ประชุม ป.ป.ช.มีมติแจ้งข้อกล่าวหานักการเมืองและข้าราชการตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 รวม 7 คน ได้แก่ 1.นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ 2.พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ 3.พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ 4.พล.ต.อ.วิโรจน์ พหลเวชช์ 5.พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว 6.พล.ต.ต.ลิขิต กลิ่นอวล และ 7.พล.ต.ต.เอกรัตน์ มีปรีชา รอง ผบช.น. โดยให้แก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน

ลูก"เอกรัตน์"ขอความเป็นธรรมให้พ่อ

 พล.ต.ต.เอกรัตน์ มีปรีชา รอง ผบช.น. ซึ่งเป็น 1 ใน 7 ที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลด้วย กล่าวยอมรับว่า นายวรรัตน์ มีปรีชา อายุ 24 ปี ที่โพสต์ข้อความขอความเป็นธรรมให้ตนกรณีถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องเหตุการณ์สลายม็อบ 7 ตุลา ในเว็บไซต์พันทิปดอทคอม เป็นบุตรชายคนเล็กของตนจริง คงเป็นความรู้สึกของบุตรชายที่เป็นห่วงพ่อ สามารถทำได้ ไม่ได้มีข้อความที่ทำให้ใครเสียหายแต่อย่างใด พร้อมปฏิเสธที่จะพูดถึงการสอบสวนดำเนินคดีความผิดในเรื่องนี้ บอกเพียงว่า เชื่อมั่นในความยุติธรรมและความถูกต้อง

เพื่อไทยยื่นเอาผิด 9 ป.ป.ช.

 ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แถลงกรณี ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหา นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และนายตำรวจระดับสูง ที่เกี่ยวข้องในการสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ปิดล้อมอาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 โดยยืนยันว่าที่ประชุม ครม.นัดพิเศษวันที่ 6 ตุลาคม 2551 ที่สนามบินดอนเมือง ไม่ได้มีการสั่งการเกี่ยวกับการปฏิบัติการสลายการชุมนุมแต่อย่างใด

 ร.ต.ท.เชาวรินกล่าวว่า นายชัยยืนยันกับนายสมชาย ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีขณะนั้นว่า ไม่สามารถย้ายที่แถลงนโยบายได้ ต้องใช้รัฐสภาในการแถลงนโยบายเท่านั้น ดังนั้นนายสมชายจึงมอบหมายให้ พล.อ.ชวลิตไปที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อดูว่าตำรวจมีการเตรียมการอย่างไรบ้าง  ตนและ พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ก็เดินทางไปกับ พล.อ.ชวลิต โดย พล.อ.ชวลิตไม่ได้สั่งการใดๆ เป็นเพียงการหารือสถานการณ์ทั่วไป แต่ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลให้เกิดความเรียบร้อย ดังนั้นการที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนายสมชาย พล.อ.ชวลิต และเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงเป็นการปฏิบัติโดยมิชอบ

 ร.ต.ท.เชาวรินกล่าวต่อว่า จากกรณีที่ ป.ป.ช.ทั้ง 9 คน กล่าวหานายสมชายเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีสั่งระงับเรื่อง ไม่ดำเนินคดีต่ออธิบดีกรมบังคับคดีและรองอธิบดีกรมบังคับคดี ที่สั่งคืนเงินจำนวน 70 ล้านบาท ที่ได้จากการขายทอดตลาดของศาลจังหวัดธัญบุรี โดยมิชอบด้วยกฎหมาย และมีการนำออกมาเปิดเผยนั้น ทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ป.ป.ช.ทั้ง 9 คนกระทำผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 200 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 125 ดังนั้น ส.ส.พรรคเพื่อไทยรวมทั้งสิ้น 140 คน จึงร่วมกันเข้าชื่อเพื่อยื่นเรื่องต่อประธานวุฒิสภา ให้ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อดำเนินคดีอาญาต่อ ป.ป.ช.ทั้ง 9 คน ที่สภาในวันที่ 18 มีนาคมนี้ เวลา 14.00 น.