ข่าว

นปช.ไม่ชัด10พ.ค.ม็อบจะสลายหรือไม่

นปช.ไม่ชัด10พ.ค.ม็อบจะสลายหรือไม่

07 พ.ค. 2553

"ขวัญชัย"เผยที่ประชุมแกนนำนปช.เห็นพ้องม็อบสลายตัว 10 พ.ค. หลังทำบุญให้ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 10 เม.ย.เสร็จ ระบุแม้คนเสื้อแดงอีกจำนวนไม่น้อยอยากชุมนุมต่อ นปช.แถลงหกโมงเย็นยังไม่ชัด 10 พ.ค.ม็อบจะสลายตามที่ "ขวัญชัย" ระบุหรือไม่

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. ออกมาระบุว่า ผู้ต้องหาชาย 2 หญิง 1 ที่ถูกจับกุมได้ที่ย่านอ่อนนุชถูกซ้อมให้รับสารภาพว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ดีเอสไอไม่ปฏิบัติ เช่นนั้น ที่สำคัญดีเอสไอไม่ใช่หน่วยงานที่เข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย แต่มีเจ้าหน้าที่บางหน่วยส่งตัวมาให้ดีเอสไอ ตนไม่อยากระบุ เพราะหากพูดไปก็เหมือนเป็นการแก้ตัวโยนความผิดให้หน่วยอื่น แต่ยืนยันได้ว่าดีเอสไม่ได้ซ้อมผู้ต้องหา ให้รับสารภาพแน่นอน

 รายงานข่าวระบุว่า ก่อนที่ผู้ต้องหาทั้ง 3 จะถูกส่งตัวให้ดีเอสไอ มีเจ้าหน้าที่ทหารนำตัวทั้ง 3 คน ไปควบคุมตัวไว้ เพื่อสอบถามข้อมูลเบื้องต้นเป็นเวลา 2 วัน

"นปช."เตรียมยื่นข้อเสนอรัฐบาลเพิ่มเติม 

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 15.30 น. แกนนำ นปช. ได้ออกจากตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้เป็นห้องประชุม เพื่อหารือเกี่ยวกับท่าทีต่อข้อเสนอปรองดองของนายกรัฐมนตรี ซึ่งใชเวลาประชุมประมาณ 2 ชั่วโมง โดยทันทีที่ออกมา แกนนำแต่ละคนอาทิ นายจตุพร นายขวัญชัย ไพรพนา นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ นายอดิศร เพียงเกษ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม แต่ทุกคนไม่ยอมเปิดเผยผลการประชุมและบอกเพียงแต่ว่าให้รอคอยฟังตอนแถลงในเวลา 18.00 น. ของวันนี้

 โดยนายจตุพร เปิดเผยว่า เบื้องต้นนั้นมีข้อเสนอเพิ่มเติมต่อรัฐบาลเล็กน้อย เนื่องจากการเจรจาปรองดองนั้น ต้องมีความเห็นจากทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่รัฐบาลยื่นข้อเรียกร้องให้แก่นปช.แต่เพียงอย่างเดียว

ขวัญชัยเผยนปช.เห็นพ้องม็อบสลาย10พ.ค. 
 
 นายขวัญชัย  กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นว่านายกฯจะต้องสั่งการไปยังศอฉ.ว่าอย่าออกมาให้สัมภาษณ์ทำนองข่มขู่ นปช.อีก นอกจากนี้ให้ถอนกำลังทหารออกไปทั้งหมด ทั้งนี้ในการดำเนินคดีกับแกนนำ นปช.ในข้อหาล้มเจ้านั้นก็ขอให้ดำเนินการต่อไป แต่ขณะเดียวกันก็จะต้องไม่ละเลยกรณีเหตุการณ์ 10 เม.ย. 22 เม.ย. และ 28 เม.ย. ทุกอย่างจะต้องทำคู่ขนานกันไป ไม่ใช่ดำเนินคดีเฉพาะกับทางนปช.เท่านั้น

 นายขวัญชัย กล่าวต่อว่า สิ่งที่ทางแกนนำนปช.กังวล คือการอธิบายกับมวลชน กรณีการรับข้อเสนอปรองดอง เนื่องจากมวลชนส่วนใหญ่ไม่อยากให้ยุติ ซึ่งหลังจากที่นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ ได้อธิบายมา 3 วันติดต่อกันก็คิดว่าขณะนี้มวลชนส่วนใหญ่ยังไม่ยอม และยังไม่เข้าใจ ดังนั้นคิดว่าจะต้องทำความเข้าใจต่อไป อย่างไรก็ตามตนได้เสนอในที่ประชุมว่าในวันที่10 พ.ค.นี้ควรจะกลับบ้านได้แล้ว หลังจากทำบุญรำลึกวีรชน 10 เม.ย. เสร็จก็แยกย้ายกันไป ซึ่งที่ประชุมก็เห็นด้วย

นปช.รับโรดแมพนายกฯเตรียมนับ2พรุ่งนี้ 

 เมื่อเวลา 18.05 น. นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ แกนนำนปช. แถลงท่าทีกลุ่มนปช. ว่า นปช.ได้ข้อสรุปการประชุมดังนี้ 1.นปช.ยังคงยืนยันที่จะร่วมแนวทางปรองดองกับรัฐบาล หรือองค์กรใดก็ตามที่เห็นว่าควรใช้สันติวิธีคลี่คลายความขัดแย้ง ไม่เปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะกี่วัน 2.หากรัฐบาลและนปช.ยุติความขัดแย้งด้วยสันติวิธีสำเร็จ นปช.จะไม่ถือว่าเป็นชัยชนะของคนเสื้อแดง หรือของรัฐบาล เพราะเราไม่ประสงค์ที่จะประกาศชัยชนะบนซากศพของประชาชนและทหาร ถือว่าเป็นชัยชนะร่วมกันของประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่สามารถใช้สันติวิธีหยุดยั้งความรุนแรง

 นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า นปช.พิจารณาแล้วเห็นว่าการนับหนึ่งของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถือว่าเสร็จสิ้นลง เนื่องจากปชป.และพรรคร่วมมีมติเอกฉันท์ ส่วนท่าทีของพันธมิตรและกลุ่มหลากสีไม่นับเป็นเงื่อนไข ถือว่าเป็นภาระของรัฐบาลที่ต้องแก้ปัญหา เพราะเราไม่ต้องการถูกกล่าวหาว่าสร้างเงื่อนไขเพื่อชุมนุมยืดเยื้อ ทั้งนี้ที่ประชุมมีข้อสรุปตรงกันกับรัฐบาล คือ 1.ทุกฝ่ายต้องยุติการนำสถาบันเบื้องสูงมาอ้างในทางการเมืองทุกกรณี 2. ยืนหยัดไม่ขอรับการนิรโทษกรรมในข้อกล่าวหาที่รัฐบาลตั้งให้ทั้งก่อการร้าย และโค่นล้มสถาบัน โดยยืนยันว่าจะเข้ากระบวนการยุติธรรมสู้คดีอย่างถึงที่สุด เรียกร้องให้คนที่เกี่ยวข้องกับการสั่งสลายการชุมนุม 10 เม.ย. 28 เม.ย.ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเช่นกัน

 นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า 3.นปช.ได้ข้อยุติทุกกลุ่มทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ต้องแสดงท่าทีที่เปิดเผยต่อสังคมว่าจะยอมรับผลการเลือกตั้ง ส่วนรูปแบบจะเป็นสัตยาบันหรือไม่จะตกลงร่วมกับรัฐบาลต่อไป ส่วนประเด็นอื่นวันพรุ่งนี้นปช.จะหาข้อสรุปแนวทางคนเสื้อแดงจะเรียบร้อยแล้วจะประกาศเหมือนกับที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

 “ในวันพรุ่งนี้นปช.จะเริ่มนับ 2 อย่างเป็นทางการโดยจะเสนอโรดแมพของคนเสื้อแดงกลับไป หนึ่งในข้อเสนอในที่ประชุม คือ รัฐบาลต้องยกเลิกการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก่อนจะยุติ ถ้ารัฐบาลตอบรับก็เริ่มนับ 3 พร้อมกันทุกอย่างก็จบ”นายณัฐวุฒิ กล่าว

 ส่วนที่นายขวัญชัย ไพรพนา ระบุว่าการชุมนุมจะยุติลงในวันที่ 10 พ.ค. นั้น นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เป็นข้อเสนอส่วนตัว ไม่ใช่มติของนปช.เพราะที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุปในเรื่องนี้ ขณะนี้เรากำลังทำข้อเสนอการปรองดองไม่กำหนดระยะเวลาว่ากี่วัน ขณะที่ท่าทีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรก็ไม่อยากเห็นความรุนแรงเช่นเดียวกัน เราต้องการให้นายอภิสิทธิ์ ยุบสภา แต่จะไม่แลกด้วยการเพิ่มจำนวนศพ จะหาทางออกโดยสันติวิธี

 ด้านนายจตุพร พรหมพันธ์ กล่าวว่า สำหรับการสลายตัวนั้นเราจะไม่ใช้คำว่าสลายแต่จะใช้คำว่าพักตราบใดที่ข้อเรียกร้องไม่ได้รับการตอบสนอง การแยกย้ายหรือพักชุมนุมไม่เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด หลังจากนี้มีการเอ็กซเรย์ทุกพื้นที่ โดยจะมีการบันทึกภาพทั้งหมดไม่ยอมให้ศอฉ.มาซุกอาวุธ เพื่อป้ายสีคนเสื้อแดงว่าเป็นผู้ก่อการร้าย

 “การชุมนุมจะยุติเมื่อประชาชนมีความชัดเจนในข้อเรียกร้อง เรื่องความปลอดภัยว่าจะไม่การคุกคาม หลังจากประชาชนกลับ ทหารควรกลับกรมกองอย่าออกมาที่ท้องถนน อย่าไปก่อกวนประชาชนตามหมู่บ้าน ถ้าต่างฝ่ายทำไม่ได้ก็เดินหน้าสู้กันต่อไป ถ้ารัฐบาลยังข่มขู่พวกผมจะไม่มีการปรองดอง รัฐบาลต้องมีสัจจะโดยไม่มีการทรยศหักหลังกันภายหลัง”นายจตุพร กล่าว

 แดงขอนแก่นระดมนับหมื่นเข้ากรุงช่วยแกนนำนปช.

หลังจากเปิดโครงการ "ไปเป็นล้าน หมู่บ้านละคัน" ของกลุ่มคนเสื้อแดงขอนแก่น ในการระดมคนเสื้อแดงเข้าชุมนุมที่ สี่แยกราชประสงค์  กรุงเทพฯ แม้ว่าแกนนำนปช.จะมีท่าทีตอบรับโรดแมพปรองดอง แต่คนเสื้อแดงขอนแก่นก็ยังคงมีความเคลื่อนไหวในการระดมคนเข้ากรุงเทพฯ และกำหนดเคลื่อนขบวนคนเสื้อแดง จากทุกหมู่บ้านกว่า 2,100 หมู่บ้าน ในจ.ขอนแก่น โดยแต่ละหมู่บ้าน จะมีรถกระบะเป็นพาหนะ 1 คัน และมีคนเสื้อแดงร่วมเดินทางอย่างน้อย 7-10 คนต่อหมู่บ้าน

 โดยตั้งแต่เวลา 09.00 น.วันที่ 7 พ.ค.ที่บริเวณ ถนนหน้าศูนย์ราชการ จ.ขอนแก่น เต็มไปด้วยมวลชนคนเสื้อแดงจากทั้งในเขตพื้นที่ จ.ขอนแก่น และใกล้เคียง จำนวนหลายพันคนสวมเสื้อสีแดง นปช.และประดับรถดวยสัญลักษณ์คนเสื้อแดง พร้อมบรรทุกเสบียงอาหาร ทยอยมารวมตัวกันที่ ถนนหน้าศูนย์ราชการ เพื่อลงทะเบียน ก่อนเดินทางเข้ากทม.

 นายนพดล สีดาทัน แกนนำคนเสื้อแดงขอนแก่น กล่าวว่า การแสดงออกของคนเสื้อแดงเป็นการแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตย และการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดงที่กรุงเทพฯ ก็เป็นการแสดงออกที่ถูกต้อง "คนเสื้อแดงไม่ได้ไปฆ่าใคร คนที่ทำเป็นคนอื่น ไม่ใช่คนเสื้อแดง เมื่อเกิดเหตุการณ์บาดเจ็บล้มตายขึ้นในการปะทะกัน  รัฐบาลกลับแสดงท่าทีว่าคนเสื้อแดงที่ชุมนุมนั้นเป็นฆาตกร และเป็นขบวนการก่อการร้าย พร้อมกับเตรียมแจ้งข้อหาก่อการร้ายกับแกนนำ นปช.ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีความยุติธรรมกับคนเสื้อแดงเลย รัฐบาลจะประกาศใช้แผนปรองดองแห่งชาติ เพื่อให้ตัวเองเป็นพระเอกในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง แต่ข้อหาก่อการร้ายที่จะแจ้งกับแกนนำ นปช.นั้นมันร้ายแรงมาก ดังนั้น กลุ่มคนเสื้อแดงขอนแก่นและกลุ่มคนเสื้อแดงต่างจังหวัดจะระดมพลเดินตามแผนการ "ไปเป็นล้าน หมู่บ้านละคัน"เพื่อต่อรองกับรัฐบาล ให้ยกเลิกข้อหาก่อการร้ายและคดีอาญาที่ไม่ชอบธรรมต่างๆที่รัฐบาลแจ้งกับคนเสื้อแดง หากไม่ยอมยกเลิกคนเสื้อแดงก็จะไม่ยอมอาจจะมีการปักหลักชุมนุมกันต่อไป "  นายนพดล กล่าว

 ในการระดมคนเสื้อแดงเข้ากทม.ของคนเสื้อแดงขอนแก่นครั้งนี้  มีรายงานว่า มีการแบ่งความรับผิดชอบเป็น 12 กลุ่ม มีงบประมาณการจัดการเบื้องต้น 1.7 ล้านบาท โดยให้ส.ส.เขต พรรคเพื่อไทยขอนแก่น 9 คน และส.ส.สัดส่วนรับผิดชอบ และก่อนเวลา 12.00 น.ที่จะมีการเคลื่อนขบวนใหญ่ พบว่ามีรถกระบะ และรถยนต์คนเสื้อแดงที่มาลงทะเบียนเดินทางเข้ากทม.  700 คัน ขณะที่บางอำเภอในโซนด้านใต้ เช่น อ.บ้านไผ่ พล หนองสองห้อง แวงน้อย แวงใหญ่  จะไม่มีการนำรถมารวมขบวน และประเมินว่า จะมีรถคนเสื้อแดงทั้ง 12 กลุ่มเดินทางเข้าร่วมชุมนุมที่ กทม. รวม 1,000 คัน มีผู้เข้าร่วมชุมนุม 9,000 คน  และในการเดินทางครั้งนี้ ในเบื้องต้นมีการจ่ายค่าน้ำมันคันละ 3,500 บาท กำหนดกลับขอนแก่นวันอาทิตย์ที่ 9 พ.ค.

 ขณะที่การดำเนินการกับผู้ชุมนุมของตำรวจ หลังมีการย้ายพล.ต.ต.พัฒนี ศิริวัฒนี ผบก.ภจว.ขอนแก่น ช่วยราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นเวลา 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.โดยให้ พล.ต.ต.ศักดา เตชะเกรียงไกร รองผบช.ภ.4 รักษาการแทนนั้น พบว่า ตั้งแต่เช้าวันที่ 7 พ.ค.ได้มีวิทยุด่วนระดมตำรวจชุดกองร้อยปราบจลาจล จากทุกสภ.26 แห่งทั้งจังหวัดมาระดมพลที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพื่อรับมือหากมีความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงในการปิดล้อม หรือบุกยึกสถานที่ราชการ แต่ไม่มีการสะกัดกั้นการเดินทางของกลุ่มคนเสื้อแดงแต่ประการใด โดยจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ  30 นาย มาคอยดูแลและอำนวยความสะดวกกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่รวมตัวเพื่อออกเดินทางที่สวนรัชดานุสรณ์ และบริเวณรอบศาลากลางจังหวัด

แดงอีสานกว่า3พันผ่านด่านทหาร-ตร.ฉลุย

 หลังจากที่มีการเคลื่อนขบวนรถกลุ่มคนเสื้อแดงขอนแก่น เพื่อเข้าร่วมชุมนุมที่ ราชประสงค์เป็นจำนวนมาก ช่วงเที่ยงวันที่ 7 พ.ค.ไปตามถนนมิตรภาพ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรและชุดควบคุมฝูงชนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 50 นาย พร้อมกำลังทหารกองร้อยรักษาความสงบ กองทัพภาคที่ 2 ซึ่งเป็นการสนธิกำลังร่วมกันของหน่วยทหารมณฑลทหารบกที่ 21 และกองพลทหารราบที่ 3 ค่ายสุรนารี กว่า 500 นาย  พร้อมโล่กระบอง สนธิกำลังตั้งจุดตรวจค้นอาวุธและสิ่งผิดกฏหมาย

 พร้อมทั้งชี้แจงทำความเข้าใจกับกลุมคนเสื้อแดงภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จะเดินทางไปร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช.ที่แยกราชประสงค์ กรุงเทพฯ ที่ถนนมิตรภาพ ขอนแก่น - นครราชสีมา บริเวณสวนพุทธมฑลจังหวัดนครราชสีมา บ้านหนองงูเหลือม ต.โตนด อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา

 โดยเมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. คาราวานรถยนต์กระบะกว่า 150 คัน ซึ่งบรรทุกกลุ่มคนเสื้อแดงจังหวัดขอนแก่นกว่า 1,000 คน นำโดยนายนพดล สีดาทัน แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงจังหวัดขอนแก่น ได้เดินทางจากจังหวัดของแก่นมาถึงด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหาร เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจค้นรถยนต์ของกลุ่มคนเสื้อแดงทุกคัน เพื่อตรวจหาสิ่งผิดกฏหมายและอาวุธที่อาจจะมีการนำไปใช้ก่อเหตุความไม่สงบ  และประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับกลุ่มคนเสื้อแดงให้ยกเลิกการเดินทางไปชุมนุมที่กรุงเทพฯ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน แต่ไม่เป็นผล จึงได้เชิญตัวคนขับรถทุกคันมากรอกรายละเอียดตามบัตรประชาชน ก่อนที่จะปล่อยให้คาราวานกลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางผ่านด่านตรวจไปโดยสงบ

  ทั้งนี้ตลอดเส้นทางถนนมิตรภาพ ทางตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้มีการสนธิกำลังทหารจากกองทัพภาคที่ 2 ตั้งจุดตรวจค้นและประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับกลุ่มคนเสื้อแดงเพื่อไม่ให้เดินทางไปร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช.ที่กรุงเทพฯ จำนวน 3 จุด คือที่ บริเวณหน้าสวนพุทธมณฑล อ.โนนสูง , บริเวณตำบลคลองไผ่ อ.สีคิ้ว และ บริเวณ ต.กลางดง อ.ปากช่อง แต่ไม่ได้มีการใช้กำลังเจ้าหน้าที่ในการสกัดกั้นการเดินทางของกลุ่มคนเสื้อแดงแต่อย่างใด โดยตลอดทั้งวันนี้มีกลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจังหวัดขอนแก่นใช้รถยนต์บรรทุกคนเสื้อแดงเดินทางไปสมทบกับกลุ่ม นปช.ที่แยกราชประสงค์ กรุงเทพฯผ่านจังหวัดนครราชสีมา ตลอดทั้งวัน ทั้งจากจ.ขอนแก่น อุดรธานี มหาสารคาม หนองบัวลำภู หนองคาย รวมประมาณ 800 คัน มีคนเสื้อแดง รวม ประมาณ 3,500 คน ทั้งนี้ในช่วงกลางคืนคาดว่าจะยังมีกลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางผ่านจังหวัดนครราชสีมาอีกเป็นจำนวนหนึ่ง

  แหล่งข่าวด้านความมั่นคงระบุว่า จากการตรวจสอบการเดินทางของกลุ่มเสื้อแดงขอนแก่นซึ่งเป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดที่เดินทางเข้ากทม.ในวันนี้ พบว่า มีรถกระบุที่ผ่านระบบการจายค่าน้ำมันทั้งหมด จำนวน ประมาณ 450 คัน มีผู้ร่วมเดินทางเข้ากทม.ในวันนี้จากจังหวัดขอนแก่น ประมาณ  2,400 คน ส่วนการเคลื่อนขบวนในช่วงเที่ยงที่จ.ขอนแก่น ที่มีจำนวนคนและรถเข้าร่วมจำนวนมากนั้น ส่วนหนึ่งเป็ชาวบ้านที่นำรถมาส่งคนที่เข้าร่วมชุมนุมที่กทม.

ประชุมสองสภาล่มจนได้หลังตกลงกันไม่ได้

 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภา โดยมีนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม หลังจากที่ประชุมพิจารณาเห็นชอบการเข้าร่วมเป็นภาคีในระบบการยอมรับร่วมในข้อมูลการประเมินสารเคมีขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาการทางเศรษฐกิจ กรอบการเจรจาข้อตกลงจัดตั้งเดรดิตการันตี แอน อินเวสเมนท์ แฟคซิลิตี้ และกรอบวงเงินทุนจัดตั้งในส่วนที่ประเทศไทยต้องชำระ และร่างความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ได้เสนอเลื่อนระเบียบวาระที่ 5.5 ร่างหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยความร่วมมือทางการเงินระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ่น และร่างสัญญาเงินกู้ และร่างสัญญาค้ำประกันเงินกู้ และ 5.6 เงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจากธนาคารโลก และธนาคารพัฒนาเอชีย ที่คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ ขึ้นมาพิจารณาก่อน

 แต่ปรากฏว่าส.ส.พรรคเพื่อไทยนายอดุลย์ วันไชยธนวงค์ ส.ส.แม่ฮ่องสอน และนายประยุทธ์ ศิริพาณิชย์ ส.ส.มหาสารคาม ยืนยันให้เป็นไปตามระเบียบวาระ เพราะเป็นเรื่องเสนอใหม่ ควรให้เวลาสมาชิกศึกษาก่อน ในที่สุดที่ประชุมต้องลงมติว่าจะให้มีการเลื่อนระเบียบวาระหรือไม่ อย่างไรก็ตามผลตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติ มีสมาชิกแสดงตนอยู่เพียง 295 คน ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม ทำให้นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา สั่งให้เลื่อนการลงมติออกไปในการประชุมครั้งหน้า และปิดประชุมทันทีเวลา 14.00 น.