ข่าว

ดีเอสไอแนะแกนนำนปช.มอบตัวศอฉ.15พ.ค.

ดีเอสไอแนะแกนนำนปช.มอบตัวศอฉ.15พ.ค.

07 พ.ค. 2553

ดีเอสไอให้โอกาสแกนนำนปช.เข้ามอบตัวกับศอฉ. 15 พ.ค. ขอหยุดตอบโต้ผ่านสื่อเพื่อไม่ให้กระทบบรรยากาศปรองดอง

(7พ.ค.) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ดีเอสไอยังยืนยันที่จะแจ้งข้อหาก่อการร้ายกับแกนนำทั้ง 9 คน แม้บรรดาแกนนำนปช.จะประกาศว่าอาจไม่เดินทางมามอบตัว โดยจะรอดูท่าทีจนถึงวันที่ 15 พ.ค.นี้ หากแกนนำนปช.ไม่เดินทางมาดีเอสไอจึงจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างบรรยากาศหาทางปรองดอง ตนอยากให้วิถีทางดังกล่าวเดินหน้าต่อไปและไม่ต้องการออกไปตอบโต้ในประเด็นใดๆ ที่อาจส่งผลทำให้เสียบรรยากาศซึ่งจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับบ้านเมือง

 นายธาริต กล่าวว่า ขณะนี้การสอบสวนของดีเอสไอมีพยานหลักฐานเพียงพอในการแจ้งข้อหาก่อการร้ายกับแกนนำนปช. ซึ่งพนักงานอัยการที่ร่วมสอบสวนคดีก็เห็นชอบตรงกันว่า การดำเนินคดีก่อการร้ายได้ผ่านการพิเคราะห์ข้อเท็จจริงและหลักฐานเพียงพอแล้ว ส่วนกรณีที่แกนนำนปช.อ้างว่าไม่ได้ทำความผิดในข้อหาก่อการร้ายนั้นขอแนะนำให้ดูพฤติกรรมที่เข้าข่ายกระทำผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 135 เพื่อเปรียบเทียบกับพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง

 ทั้งนี้ พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายอาญาเกี่ยวกับการก่อการร้าย ซึ่งออกในสมัยที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี มาตรา 135/1 ระบุว่า ผู้ใดกระทำการอันเป็นความผิดอาญาดังต่อไปนี้เป็นการก่อการร้าย 1.ใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการใดอันก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต หรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อร่างกาย หรือเสรีภาพของบุคคลใดๆ 2.กระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ระบบการขนส่งสาธารณะ ระบบโทรคมนาคม หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ 3.กระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของรัฐหนึ่งรัฐใด หรือของบุคคลใดหรือต่อสิ่งแวดล้อม อันก่อให้เกิดหรือน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างสำคัญ

 หากการกระทำนั้นได้กระทำโดยความมุ่งหมายเพื่อขู่เข็ญหรือบังคับรัฐบาลไทย รัฐบาลต่างประเทศหรือ องค์การระหว่างประเทศ ให้กระทำหรือไม่กระทำการใดอันจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง หรือเพื่อสร้างความปั่นป่วนโดยให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน ผู้นั้นกระทำความผิดฐานก่อการร้าย ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 3-20 ปี ปรับตั้งแต่ 60,000 -1,000,000 บาท อย่างไรก็ตาม การกระทำในการเดินขบวน ชุมนุม ประท้วง โต้แย้ง หรือเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้รัฐช่วยเหลือหรือให้ได้รับความเป็นธรรมอันเป็นการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นการกระทำความผิดฐานก่อการร้าย