ข่าว

อังกฤษมีแนวโน้มเจอปัญหาผลการเลือกตั้ง

อังกฤษมีแนวโน้มเจอปัญหาผลการเลือกตั้ง

07 พ.ค. 2553

อังกฤษมีแนวโน้มเจอปัญหาผลการเลือกตั้ง หลังจากผู้ใช้สิทธิ์หลายร้อยคนลงคะแนนเสียงเลือกตั้งไม่ทัน

(7พ.ค.) คณะกรรมการดูแลการเลือกตั้งของอังกฤษ เปิดเผยว่า ฝูงชนชาวอังกฤษจำนวนมาก ที่ต้องหันหลังกลับจากคูหาเลือกตั้งด้วยความผิดหวัง พากันจับกลุ่มประท้วงและพยายามขัดขวางเจ้าหน้าที่ไม่ให้นำหีบบัตรลงคะแนนเสียงออกจากคูหาเลือกตั้ง ซึ่งเป็นไปได้ว่าจะมีปัญหาเรื่องผลคะแนนตามมา หลังจากผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งหลายร้อยคน ไม่สามารถไปใช้สิทธิ์ได้ เพราะคูหาเลือกตั้งได้ปิดลง แม้ว่าจะมีคนเข้าคิวรอลงคะแนนเสียงยาวเหยียด
 
 ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งในหลายเมือง ไม่ว่าจะเป็นลอนดอน, เชฟฟิลด์, เบอร์มิงแฮม และอีกหลายเมืองใหญ่ ต่างพากันชุมนุมประ ท้วง หลังจากได้รับแจ้งว่า ไม่สามารถใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้เพราะไปสายเกินไป ซึ่งเจนนี่ วัตสัน ประธานคณะกรรมการดูแลการเลือกตั้ง เปิดเผยต่อBBC ว่า อาจมีปัญหาเรื่องผลคะแนนในบางพื้นที่

 ตำรวจต้องเข้าไประงับเหตุประท้วงที่คูหาหนึ่งในลอนดอน หลังจากมีประชาชน 50 คนไม่ยอมออกจากคูหาเลือกตั้ง เมื่อได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าพวกเขาไปถึงช้าเกินไป ส่วนอีกหลายพื้นที่คนที่ต้องผิดหวัง ได้พยายามจะขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่นำหีบบัตรลงคะแนนเสียงไป  
 ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งที่เขตแฮคนีย์ ใกล้กับกรุงลอนดอน กล่าวว่า เธอต้องทนยืนหนาวกว่า1 ชั่วโมงครึ่ง เพื่อรอใช้สิทธิ์ในแถวที่ยาวไปถึงถนน คนที่ผิดหวังพากันไม่พอใจสุดขีด มันเป็นเรื่องที่เสื่อมเสียอย่างยิ่ง ขณะที่คณะกรรมการดูแลการเลือกตั้ง ระบุ จะมีตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ และทราบดีว่า อาจต้องมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อแก้ไขกฎเกณฑ์ที่พิถีพิถันมากจนเกินไป

 คูหาเลือกตั้งในอังกฤษ เปิดให้ลงคะแนนเสียงตั้งแต่เวลา 07.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือราว13.00 น. ตามเวลาในไทย และปิดในเวลา 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือราว 04.00 น. ตามเวลาในไทย ซึ่งตามกฎหมาย ผู้มีสิทธิ์อกเสียงเลือกตั้งจะต้องได้บัตรลงคะแนน ภายในเวลา22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ถึงจะมีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงได้ ถ้ามาสายเกินจากนี้ ก็จะไม่ได้รับอนุญาตให้ลงคะแนนเสียง
 
 มีรายงานว่า การเลือกตั้งครั้ง มีชาวอังกฤษออกไปใช้สิทธิ์กันในระดับสูงที่สุดในรอบ 30 ปี ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งที่หมดโอกาสลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ที่คูหาในเมืองเชฟฟิลด์ ได้ร้องเรียนไปยังนายนิค เคล้กก์ หัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย