
ใช้ทวิตเตอร์และเฟซบุ๊คเกาะติดเลือกตั้งอังกฤษ
เอ็กซิส โพลล์ระบุ พรรคคอนเซอร์เวถีฟชนะการเลือกตั้งอังกฤษ แต่ไม่ครองเสียงข้างมากในสภา ขณะที่พรรคเลเบอร์พยายามจับมือกับพรรคลิเบอรัล เดโมแครตเพื่อเป็นรัฐบาลอังกฤษต่อไป
(7พ.ค.) หลังจากอังกฤษจัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น กำลังมีการนับคะแนนซึ่งคาดว่าจะรู้ผลในเช้าวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น แต่มีแนวโน้มว่าอังกฤษอาจจะเปลี่ยนรัฐบาลเพราะเอ็กซิล โพลล์ระบุว่า พรรคเลเบอร์ ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีกอร์ดอน บราวน์ พ่ายแพ้ยับเยิน และพรรคคอนเซอร์เวถีฟซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านภายใต้การนำของนายเดวิด คาเมรอน ผงาดขึ้นมาเป็นพรรคใหญ่สุดของประเทศ โดยคาดว่าจะคอนเซอร์เวถีฟจะได้คะแนนนิยม 307 เสียง ขาดอีกเพียง 9 เสียงก็จะครองเสียงข้างมากในสภา
ขณะที่พรรคเลเบอร์จะได้ 255 เสียง ซึ่งลดลงมากจาก 356 เสียงที่เคยได้ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2548 ภายใต้การนำของอดีตนายกรัฐมนตรีโทนี่ แบลร์
หากเป็นเช่นนั้นจริง การเมืองอังกฤษจะอยู่ภาวะที่เรียกกันว่า" ฮัง พาเรียเมนต์" ( hung Parliament) อันเป็นสถานการณ์ที่ไม่มีพรรคใดในสองพรรคใหญ่ของอังกฤษครองเสียงข้างมากในสภา ซึ่งเคยเกิดขึ้นครั้งล่าสุดก่อนหน้านี้เมื่อปี 2517 ซึ่งในครั้งนั้น ต้องรอนานหลายวันอย่างไม่แน่ใจเรื่องหน้าตาของรัฐบาลใหม่ และหากเอ็กซิสต์โพลล์ถูกต้อง นายคาเมรอนอาจหาทางเป็นผู้นำรัฐบาลเสียงข้างน้อย หรืออาจขอการสนับสนุนจากพรรคที่สามคือลิเบอร์รัล เดโมแครต แต่หากเลเบอร์มีคะแนนนิยมจริงดีกว่าในเอ็กซิส โพลล์ ก็อาจจับมือกับพรรคลิเบอรัล เดโมแครตในการจัดตั้งรัฐบาลผสมได้
พรรคลิเบอร์รัล เดโมแครตประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งในการหาเสียง แต่เอ็กซิส โพลล์ระบุว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคจะได้เสียงสนับสนุนเพียง 59 เสียง ซึ่งหากเป็นจริง จะเป็นข่าวร้ายสำหรับพรรคภายใต้การนำของนายนิค เคลคค์ เพราะได้น้อยกว่าที่พรรคเคยได้ 62 เสียงในการเลือกตั้งครั้งก่อน ทำให้นายวินซ์ เคเบิ้ล รองหัวหน้าพรรคลิเบอรัล เดโมแครต ออกมาวิจารณ์ว่าเอ็กซิสค์โพลล์แปลกมาก และยืนยันว่าในอดีตเอ็กซิสต์โพลล์เคยผิดพลาดอย่างร้ายแรงมาก่อน
(7พ.ค.) รัฐมนตรีอาวุโสหลายคนในพรรคเลเบอร์ พรรครัฐบาลของอังกฤษ ซึ่งเอ็กซิสต์ โพลล์ระบุว่าจะมีเสียงสนับสนุนมาเป็นอันดับสองในการเลือกตั้งทั่วไปที่มีขึ้นเมื่อวานนี้ เปิดเผยว่าอาจมีการจับมือกับพรรคลิเบอรัล เดโมแครตเพื่อให้เลเบอร์ได้เป็นรัฐบาลต่อไปเพราะตามเอ็กซิสต์ โพลต์นั้น พรรคคอนเซอร์เวถีฟซึ่งได้เสียงสนับสนุนเป็นอันดับหนึ่งยังไม่ได้เสียงข้างมาก ทำให้เกิดสภาพ"ฮัง พาร์เลียเมนต์"เป็นครั้งแรกนับจากปี 2517 กล่าวคือไม่มีพรรคใดครองเสียงข้างมากในสภา ทำให้นายกรัฐมนตรีกอร์ดอน บราวน์ มีโอกาสแรกที่จะฟอร์มรัฐบาล
เมื่อสกายนิวส์ ถามนายปีเตอร์ แมนเดลสัน มือขวาของบราวน์ว่า เลเบอร์อาจฟอร์มรัฐบาลร่วมกับลิเบอร์รัล เดโมแครตหรือไม่ นายแมนเดลสันได้บอกผู้สื่อขาาาวว่าไม่ต้องทำเสียงสยองขวัญแบบนั้น เพราะลิเบอรัลกำลังคิดจะทำเช่นนั้นอยู่ เขาย้ำว่ารัฐธรรมนูญระบุชัดเจนในกรณีของ"ฮัง พาเลียเมนต์" ว่ารัฐบาลเดิมมีสิทธิเป็นอันดับแรกที่จะฟอร์มรัฐบาลใหม่ ซึ่งเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีเงื่อนไขให้นายบราวน์ต้องลงจากตำแหน่งหรือไม่ เขาตอบเพียงว่าหากมีเงื่อนไขแบบนั้น อีกฝ่ายต้องแสดงเจตนารมณ์นั้นตั้งแต่แรก แต่ยังไม่ได้เกิดขึ้น
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเอ็กซิส โพลล์ ที่จัดทำโดยเครือข่ายสำนักข่าวใหญ่ๆของอังกฤษว่า คอนเซอร์เวถีฟจะได้ 305 เสียง เลเบอร์ได้ 255 เสียง และลิเบอรัล เดโมแครตจะได้ 61เสียง ขณะที่เอพีรายงานอ้างเอ็กซิส โพลล์ เดียวกัน แต่แตกต่างกันเล็กน้อย คือคอนเซอร์เวถีฟจะได้ 307 เสียง เลเบอร์ได้ 255 เสียง และลิเบอรัลเดโมแครตจะได้ 59 เสียง ส่วนพรรคเล็กพรรคน้อยจะได้รวม 29 ที่นั่ง
นักวิเคราะห์มองว่าหากเลเบอร์จับมือกับลิเบอรัล เดโมแครต ก็จะยังไม่ได้เสียงข้างมาก 326 เสียงที่ต้องการ แต่ก็อาจหาเสียงสนับสนุนเพิ่มเติมจากพรรคเล็กๆได้ด้วยและมองกันว่าเลเบอร์ซึ่งเป็นพรรคกลาง.ซ้าย เข้ากันกับลิเบอรัล เดโมแครตซึ่งเป็นพวกกลาง ได้ดีกว่าอนุรักษ์นิยม และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นิค เคลคค์ ผู้นำพรรคลิเบอรัลเดโมแครตกล่าวว่าพรรคของเขากับเลเบอร์เป็นปีกสองปีกของความก้าวหน้าในการเมืองอังกฤษ
ใช้ทวิตเตอร์และเฟซบุ๊คเกาะติดเลือกตั้งอังกฤษ
การเลือกตั้งทั่วไปของอังกฤษ สร้างความตื่นเต้นมากที่สุดและเหนือความคาดหมายอย่างที่สุดสำหรับยุคนี้ ในสังคมออนไลน์ ได้สะท้อนให้เห็นว่าเป็นฐานของคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นพวกที่สนับสนุนพรรคเสรีประชาธิปไตย รวมถึงพวกที่คอยลุ้นผลการเลือกตั้งด้วย
ผลคะแนนค่อนข้างออกมาล่าช้า ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมีคนไปใช้สิทธิ์กันเป็นจำนวนมากแต่ความสนใจได้พุ่งไปที่ความโกลาหลตามคูหาเลือกตั้ง และดูเหมือนความปั่นป่วนในหมู่ของชาวเน็ต จะประทุครั้งแรก เมื่อช่วงเวลา 22.20 น. ตามเวลาท้องถิ่น เมื่ออาร์โนลด์ ชวาเซเน็กเกอร์ ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ ได้เข้าไปทวี้ตว่า " เพิ่งจะแสดงความยินดีต่อชัยชนะของนายเดวิด คาเมรอน ผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยม แต่ที่สุดแล้ว ผลการเลือกตั้งที่ออกมา พรรคอนุรักษ์นิยมก็ไม่ได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายแต่อย่างใด
ในช่วงก่อนที่จะปิดคูหาเลือกตั้ง ก็มีรายงานในทวิตเตอร์เรื่องที่มีคนจำนวนมากไปเข้าคิวกันยาวเหยียด ตอนแรกคนที่เล่นทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ค ก็ไม่ได้ให้ความสนใจต่อคนที่ผิดหวัง ไม่ได้ลงคะแนนเสียง เมื่อช่วง 22.00 น. สักเท่าไหร่ แต่หลังจากมีคน 1.8 ล้านคน ในสหราชอาณาจักรในเฟซบุ๊คเป็นเครื่องมือสื่อสารกับเพื่อน ๆ ว่า ไปลงคะแนนเสียงมา ก็ยิ่งสร้างความเดือดดาลให้คนที่ไปเข้าคิวแล้วไม่ได้ลงคะแนนเสียงมากเข้าไปอีก โดยเฉพาะคนที่อยู่ในแมนเชสเตอร์ เชฟฟิลส์ , ลีดส์ และเบอร์มิ่งแฮม ส่วนที่แฮคนีย์ มีคนที่มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง พากันชุมนุมประท้วงหลังคูหาปิด รวมทั้งที เมอร์ซีย์ไซด์ ที่บัตรลงคะแนนหมดด้วย
นักศึกษาที่เชฟฟิลด์ แรนมัวร์ ที่ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเข้าไปขวางไม่ให้เอาหีบบัตรลงคะแนนออกจากคูหา และยังรวมกลุ่มประท้วงในเฟซบุ๊ค กล่าวหาว่าถูกเลือกปฏิบัติ จากการที่ถูกให้ไปเข้าแยกออกจากแถวของประชาชนทั่วไป โดยให้คนเหล่านี้ลงคะแนนก่อน แล้วนักศึกษาค่อยเลือกทีหลัง



