
จับตา48ชั่วโมง"ม็อบสลาย"ลุ้นต่อลมหายใจ...ย่านธุรกิจ
หลังจากรัฐบาลเสนอแผนปรองดองแห่งชาติกับกลุ่ม นปช. และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศเลือกตั้งภายในวันที่ 14 พฤศจิกายน ต้องคอยจับตา 48 ชั่วโมงข้างหน้านี้ว่า กลุ่มคนเสื้อแดงจะมีท่าทีอย่างไร จะชุมนุมต่อหรือจะยุติการชุมนุม ซึ่งหาก นปช.ยุติ จะส่งผลใ
เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงเปิดเผยต่อ "คม ชัด ลึก" หลังจากที่รัฐบาลเสนอแนวทางปรองดองแห่งชาติระหว่างรัฐบาลกับคนเสื้อแดง หน่วยข่าวได้รับรายงานว่า ภายในวันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคมนี้ เชื่อว่า กลุ่มคนเสื้อแดงน่าจะประกาศยุติการชุมนุม เนื่องด้วยยอมรับในข้อเสนอของรัฐบาล และหากเป็นเช่นนี้จริงตามข้อมูลที่ได้รับก็น่าจะเป็นข่าวดี สำหรับคนกรุงเนื่องจากผู้ประกอบการหรือแม้แต่นักเรียนซึ่งใกล้วันเปิดเทอมจะได้ไม่มีอะไรติดขัด หรือเสี่ยงต่อเหตุการณ์รุนแรง
เจ้าหน้าที่ด้านการข่าวยังวิเคราะห์ว่า รัฐบาลไม่น่าสั่งสลายการชุมนุมเพราะขณะนี้มีการเจรจาต่อรองโดยคนกลางพูดคุยกับแกนนำคนเสื้อแดงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
"ส่วนแกนนำที่มีหมายจับ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือข้อกล่าวหาในคดีอาญานั้น หน่วยข่าวได้สอบถามไปยังผู้มีอำนาจการสืบสวนสอบสวนและจับกุม ได้รับคำตอบว่า หากเลิกการชุมนุม ก็ไม่ได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการจับกุมแกนนำ แต่เมื่อมีการปรองดองกัน ก็จะรอวันที่ 15 พฤษภาคมที่แกนนำทุกคนอ้างว่าจะเข้ามอบตัวเพื่อต่อสู้คดี หากวันดังกล่าวแกนนำไม่มามอบตัว คงต้องมีการติดตามจับกุมมาดำเนินคดี" แหล่งข่าวกล่าว
ขณะเดียวกันบรรยากาศในย่านธุรกิจสยามสแควร์ขณะนี้ มีการเปิดให้บริการเกือบครบทั้งหมด ยกเว้นห้างสรรพสินค้าชื่อดังหลายแห่งยังปิดอยู่ พนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงแรมโนโวเทลสยามสแควร์บอกว่า ช่วงที่มีการชุมนุมปิดบริเวณแยกราชประสงค์ผู้ที่มาพักในโรงแรมค่อนข้างน้อยมาก อีกทั้งช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โรงแรมปิดให้บริการประมาณ 4 วัน ก็เลยถือโอกาสตกแต่งซ่อมแซมภายในโรงแรม แต่ตอนนี้เปิดให้บริการมาแล้ว 2 วัน แต่มีแขกเข้าพักไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ถือว่าโชคดีที่พนักงานไม่ได้ถูกเลิกจ้าง ยังได้กลับมาทำงานเหมือนเดิม อย่างกรณีพนักงานยกกระเป๋าเคยบ่นให้ฟังว่า แขกน้อย บางคนให้ทิปแค่บาทเดียว บอกว่าเสียเงินค่าโรงแรมแล้วจ่ายทิปแค่นี้
ด้านผู้ค้าในย่านสยามสแควร์ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า วันหนึ่งขายของไม่ได้เยอะ แต่มีความจำเป็นที่ต้องเปิดให้บริการต้องจำหน่ายสินค้าหากทิ้งไว้ก็เสียราคา หรือไม่ทันเทรนด์วัยรุ่น บางครั้งต้องลดราคา ได้กำไรแค่นิดหน่อย ซึ่งยังดีกว่าไม่เปิดให้บริการ และอยากจะให้เหตุการณ์ชุมนุมจบเร็วๆ ตอนนี้รู้สึกดีใจที่สองฝ่ายหาทางออก เศรษฐกิจจะได้กลับมาสู่สภาพปกติ
ด้านนายธีระศักดิ์ เจื้อจันหอม อายุ 35 ปี พนักงานฝ่ายการตลาดบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ย่านราชประสงค์ บอกว่า ตั้งแต่กลุ่มคนเสื้อแดงได้เข้ามาปักหลักชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา บริษัทห้างร้านโรงแรม และพนักงานทุกฝ่ายได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ต้องติดต่อหาลูกค้า เพื่อทำตลาดก็ได้รับผลกระทบโดยตรง ทั้งนี้จากยอดบัญชีไม่มีตัวเลขหมุนเวียนเข้ามา มีแต่บัญชีเรียกเก็บจากยอดการขายของเดือนก่อนๆ เท่านั้น
"บริษัทของผมขายอุปกรณ์เซอร์วิส เกี่ยวกับด้านอิเล็กทรอนิกส์ไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อจัดหา ดังนั้นออฟฟิศจะเป็นโชว์รูมไม่สามารถโยกย้ายไปไหนได้ เมื่อมีม็อบเข้ามาชุมนุมกัน ลูกค้าส่วนใหญ่ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่น ฮ่องกง ที่มาตั้งโรงงานในเมืองไทยก็ไม่กล้าเดินทางเข้ามาติดต่อซื้อสินค้า ส่วนใหญ่จะระงับการซื้อขาย ช่วงนี้ไปก่อน ยิ่งใกล้ช่วงเปิดเทอมของลูกชายกับลูกสาวอาจต้องพึ่งโรงรับจำนำไปก่อน" นายธีระศักดิ์กล่าว
น.ส.ชาริษา วัย 24 ปี พนักงานขายโรงแรมแห่งหนึ่งย่านราชประสงค์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่มีชุมนุมไม่ได้เดินทางไปที่สำนักงานเลย ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาติดต่อออฟฟิศด้วยโทรศัพท์ ส่งรายงานทางอีเมล ทั้งนี้ ได้รับผลกระทบอย่างมาก เนื่องจากไม่สามารถหาลูกค้ารายใหม่ๆ ได้ ลูกค้าที่จองพื้นที่ของโรงแรม เพื่อจัดอีเวนท์อยู่ก็ยกเลิกไปหมด ทั้งนี้เนื่องจากกลัวไม่ปลอดภัยที่ได้รับฟังจากข่าวสาร รวมถึงสถานทูตแต่ละประเทศก็ได้แจ้งเตือนอยู่เป็นประจำ
"โดยปกติแล้วพนักงานโรงแรม แต่งตัวดีแต่จริงๆ แล้วเงินเดือนที่ได้รับนั้นน้อยกว่าอาชีพอื่นค่อนข้างเยอะ แต่เม็ดเงินที่ได้ส่วนใหญ่มาจากค่าบริการ ซึ่งมากกว่าเงินเดือนหลายเท่าตัว แต่ช่วงที่ผ่านมาไม่มีลูกค้าเข้ามาทั้งรายเก่าและรายใหม่ เชื่อว่า อย่างต่ำๆ อีก 5-6 เดือน โรงแรมในละแวกนี้จะเรียกความเชื่อมั่นจากลูกค้าต่างประเทศได้ แต่ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมารู้สึกดีใจเหมือนชีวิตที่เจ็บป่วยกำลังหายกลับมาใช้ชีวิตตามปกติอีกครั้ง หลังจากได้ข่าวว่าจะมีการยุติการชุมนุม" น.ส.ชาริษากล่าว



