ข่าว

เคลียร์ก่อนถึงจะคืนพื้นที่

เคลียร์ก่อนถึงจะคืนพื้นที่

07 พ.ค. 2553

หลายคนงงกับท่าทีของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ยังทำยึกยัก ไม่ยอมลงจากเวที ทั้งที่รัฐบาลเอาสะพานทอดให้เดินลงมาแล้ว

 จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำเสื้อแดง ยังยื่นเงื่อนไขเรื่องนั้นเรื่องนี้ ทำราวกับว่า ยังเป็นต่อ เป็นผู้กุมทิศทางความเป็นไปทั้งหมด

 ยื่นเงื่อนไขให้รัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาล พันธมิตร ยันกองทัพ มาร่วมลงนามในสัตยาบันกับกลุ่ม นปช.คนเสื้อแดง

 ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ก็ประกาศเองแล้วว่า ไม่ต้องการให้นิรโทษกรรม ไม่ต้องการให้ยกเว้นว่า ถ้าหากมีการทำผิดกฎหมาย

 แล้วจะมาเรียกร้องให้ลงนามในสัตยาบันอีกทำไม?

 ข้อกังขาตรงนี้นี่เองที่ทำให้ใครต่อใครหลายคนตั้งข้อสังเกต

 จริงๆ แล้ว คนเสื้อแดงอยากกลับบ้านใจจะขาด แต่แกนนำยังไม่พร้อมที่จะให้กลับ

 ซ้ำยังจะเรียกให้เสื้อแดงจากต่างจังหวัดเข้ามาชุมนุมเพิ่ม พร้อมกับปล่อยข่าวว่าจะชุมนุมยืดเยื้อไปยาวนานจนกว่าพรรคประชาธิปัตย์จะถูกยุบ

 นั่นหมายความว่า จากนี้ไปอีก 7-8 เดือนโน่นแหละ คนกรุงเทพฯ ถึงจะพ้นเวรพ้นกรรม

 แต่สำหรับคนที่เคยทำมาหากินย่านสี่แยกราชประสงค์ หากไม่พลิกวิกฤติ หรือดิ้นรนไปทำมาหากินอย่างอื่นที่อื่น ก็คงจะสิ้นเนื้อประดาตัว

 หรือไม่ก็อดตาย!

 เพราะหากเสื้อแดงทำเช่นนั้นจริง และตำรวจ-ทหาร รัฐบาล ก็ไม่กล้าจะดำเนินการอะไร ก็มีแต่ชาวบ้านนั่นแหละที่ต้องตายแน่ๆ

 แต่อีกกระแสข่าวนั้นฟันธงแบบไม่กลัวธงหักว่า มีกองกำลังพยายามถ่วงเวลา เพื่อจัดการกับอาวุธที่ซุกซ่อนอยู่ในพื้นที่ย่านนั้นให้เรียบร้อยเสียก่อน

 อย่างน้อยก็ขอเวลา 2-3 วัน

 กระแสข่าวนี้ ศอฉ.เองก็ได้กลิ่น มีการสั่งตั้งด่านถี่ยิบ เพื่อสกัดอาวุธ ซึ่งเชื่อมั่นว่าส่วนหนึ่งก็คือ ปืนของกองทัพที่ถูกยึดไปเมื่อวันที่ 10 เมษายน จากการล่าถอยของทหาร แต่ดันไม่เอาปืนกลับ เลยหายไปร่วม 200 กระบอก

 สถานที่ที่น่าสงสัย และน่าจะเป็นจุดให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่ยังรักบ้านรักเมืองเข้าไปตรวจสอบเพื่อเสาะหาสิ่งผิดกฎหมายนั้น มีไม่กี่แห่ง

 ท่อระบายน้ำ ใต้อาคาร ซอกตึก-รั้ว

 ถามว่าเรื่องนี้แกนนำคนเสื้อแดงจะรู้หรือเปล่า?

 ถ้าไปถามกับเจ้าตัว ก็คงจะมีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะบอกว่ารู้

 เพราะคนเสื้อแดงยืนยันมาตลอดว่า ชุมนุมด้วยความสงบ สันติ ส่วนที่ไปป่วน ที่มีอาวุธ ใช้ความรุนแรงนั้นมันคือแดงเทียม

 ทั้งที่ความจริงแล้วพวกฮาร์ดคอร์เหล่านี้แหละที่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การชุมนุมของคนเสื้อแดงที่สี่แยกราชประสงค์ยังคงตระหง่านท้าทายอำนาจรัฐ ท้าทายอำนาจ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ได้ตราบเท่าทุกวันนี้

 เพราะหากฝ่ายรัฐจะตัดสินใจนำกำลังเข้าสลายการชุมนุม ก็ย่อมไม่ต่างจากการเข้าต่อสู้กับกองกำลังที่มีอาวุธไม่ต่างจากกองทัพ

 ในวันที่ 10 เมษายน กองทัพใช้โล่กับกระบองเข้าลุย ยังมีคนตายกว่า 10 ศพ เจ็บอีกร่วมพันคน

 หากตัดสินใจลุยยึดพื้นที่สี่แยกราชประสงค์อีก ทหารย่อมต้องติดอาวุธเต็มที่ นั่นก็คือเมื่อกระสุนปืนไม่มีตา วิ่งชนกับใคร ก็เท่ากับ 1 ชีวิตที่สูญเสีย

 เมื่อทั้งสองฝ่ายเปิดฉากห้ำหั่นกันความเสียหายย่อมไม่อาจประเมินได้

 แกนนำเสื้อแดงก็เลยขึ้นเวทีปลุกระดมอย่างสบายใจ

 นอกจากนี้ อย่าเพิ่งลืมไปว่า แกนนำเสื้อแดงนั้น นอกจากความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว ยังมีความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายอยู่อีกข้อหาให้รอการพิสูจน์

 แล้วถ้าหากไม่รีบเคลียร์อาวุธ โดยที่เจ้าตัวอาจไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่ามันมาได้อย่างไร แล้วอยู่ที่ไหน แต่เมื่อถึงวันที่มีการยึดคืน หรือคืนให้แบบดีๆ แล้วเกิดเจ้าหน้าที่ไปเจอเข้ากับอาวุธสงคราม มันก็จะเข้าร่องพอดีเป๊ะ

 ครบองค์ประกอบของการร่วมกันก่อการร้าย

 หากจะแก้ต่างก็คงจะวุ่นวายนานหลายปี

 ที่หวังว่า เมื่อถึงเวลาจะขอมอบตัว แล้วขอยื่นประกันตัว ก็คงจะเป็นเรื่องเพ้อฝัน

 เรื่องนี้ก็น่าเห็นใจบรรดาแกนนำคนเสื้อแดง ที่เล่นในทางเปิด ส่วนเรื่องทางปิดนั้นอาจไม่รู้จริงๆ ว่าใครได้รับคำสั่งมาอย่างไร

 ที่สำคัญในการดูแลรักษาความปลอดภัยนั้น เหตุการณ์ล่าสุด ตำรวจมาขอคืนพื้นที่บางส่วน จนทำให้ เสธ.แดง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ถึงกับผลักอก อารี ไกรนรา หัวหน้าการ์ดเสื้อแดงแล้ว ก็ชัดเจนว่า ใครที่คุมการ์ดอีกที

 แล้วคนอย่าง เสธ.แดง นั้นก็ไม่ได้ฟังแกนนำ นปช. หรือแกนนำคนเสื้อแดง

 เสธ.แดง ถือว่าไม่ได้มาเพราะแกนนำเสื้อแดง แต่มาเพราะ "พี่ทักษิณ"

 นั่นก็ย่อมหมายความว่า หากจะให้ เสธ.แดง เปลี่ยนแปลง ก็ต้องให้ ทักษิณ สั่งการ

 กว่าจะก้าวขึ้นหลังเสือว่ายากแล้ว ในยามลงจากหลังเสือนี่ยากยิ่งกว่าจริงๆ !

 สมถวิล เทพสวัสดิ์/ ศรุติ ศรุตา