
พิษม็อบแดงลาม"เยาวราช-สำเพ็ง"ยอดการค้าหายกว่าครึ่ง-สปาเชียงใหม่เจ๊งแล้ว10%
การค้าเยาวราช-สำเพ็งกระทบด้วย ช่วง 2 เดือนม็อบแดงชุมนุมยอดหายไปกว่าครึ่ง คาดเสียหายไม่ต่ำกว่าหมื่นล้าน ลามถึงเชียงใหม่ สมาคมไทยล้านนาสปารับธุรกิจปิดตัวแล้วกว่า 10% คนตกงานนับพัน
นายวิศิษฏ์ ลิ้มประนะ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะประธานประชาคมย่านเยาวราช เปิดเผยว่า การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้ส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจย่านเยาวราชและสำเพ็งมากในช่วงเกือบ 2 เดือน ที่ผ่านมา โดยเฉพาะย่านเยาวราชจะมีลูกค้าเข้ามาจับจ่ายวันละไม่ต่ำกว่า 5 แสนคน แต่ปัจจุบันยอดค้าขายทั้ง 2 แห่งหายไปกว่าครึ่ง จากการค้าขายที่อยู่วันละประมาณ 1,000 ล้านบาท
"ผมว่าวันนี้ตลาดภายในได้รับผลกระทบมากจากเหตุการณ์ชุมนุม โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวหายเกือบทั้งหมด หลังจากประเทศต่างๆ เตือนให้ระวังการเดินทางเข้าไทย เยาวราชและสำเพ็งถือเป็นตลาดใหญ่ ผลกระทบที่เกิดขึ้นชัดเจนมาก ทำให้ช่วงที่ผ่านมายอดขายหายไปกว่าครึ่งในแต่ละวัน ความเสียหายส่วนนี้ผมว่าไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท" นายวิศิษฏ์กล่าว และว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นยังลุกลามไปต่างจังหวัด ส่งผลให้ลูกค้าในต่างจังหวัดไม่สามารถเข้ามาซื้อสินค้าเพื่อนำไปจำหน่ายได้
นายวิศิษฏ์กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาข้อยุติทางการเมืองโดยเร็ว เพื่อให้การค้าขายกลับสู่ภาวะปกติ บางอย่างรัฐบาลจะต้องเร่งตัดสินใจ หากรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาทุกอย่างคลี่คลายได้ การค้าขายทั้ง 2 แห่งน่าจะกลับสู่ภาวะปกติได้ไม่เกิน 3 เดือน
นายภาคิน พลอยภิชา นายกสมาคมไทยล้านนาสปา เปิดเผยว่า ธุรกิจสปาได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงมาก อันเป็นผลจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ทำให้ธุรกิจสปาหลายแห่งจำเป็นต้องลดพนักงาน เพื่อให้สอดคล้องกับค่าใช้จ่าย ขณะที่ธุรกิจสปาอีกกว่า 10% ใน จ.เชียงใหม่ ไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้จนต้องปิดตัวลงไป มีพนักงานถูกเลิกจ้างไปแล้วกว่า 1,000 คน ส่วนรายได้จากธุรกิจสปาที่เคยได้ปีละกว่า 800 ล้านบาท ลดลงมากกว่า 100%
"ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ รายได้จากธุรกิจสปาใน จ.เชียงใหม่ หายไปแล้วกว่า 500 ล้านบาท และในปีนี้คาดว่าจะเป็นปีที่เลวร้ายที่สุดของธุรกิจสปาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน" นายภาคินกล่าวและว่า ผู้ประกอบการสปาและผู้ประกอบการธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องใน จ.เชียงใหม่ ได้เข้ายื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผ่านนายชุมพร แสงมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้แก่ประเทศไทย เพื่อช่วยเหลือธุรกิจสปาให้อยู่รอด หลังได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากวิกฤติการเมือง
ทั้งนี้ ภาพรวมของธุรกิจสปาทั่วโลกกำลังเติบโต เดิมคาดการณ์ว่าใน จ.เชียงใหม่ จะมีผู้ประกอบการใหม่เพิ่มขึ้นอีก 10-20% แต่ความไม่เชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมายัง จ.เชียงใหม่ อันทำให้ธุรกิจสปาซบเซาลง ดังนั้น การยุบสภาเลือกตั้งใหม่ภายใต้กระบวนการปรองดองน่าจะเป็นทางออกและเป็นสัญญาณที่ดีขึ้น



