
กฟภ.ดันบ.ลูกลุยพลังงานทดแทน
กฟภ.เตรียมเงินไว้ให้บริษัทลูกลงทุนปีละ 8,000 ล้านบาท เน้นธุรกิจพลังงานทดแทน ตั้งเป้าผุดโรงงานผลิตไฟฟ้าเศษไม้ 100 แห่ง คาดเริ่มโครงการแรกปลายปีนี้
นายนำชัย หล่อวัฒนตระกูล รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และรักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า การลงทุนของบริษัทลูกที่ กฟภ.ตั้งขึ้น ได้เตรียมงบประมาณไว้ปีละ 1,000 ล้านบาท โดยธุรกิจหลักๆ ได้แก่ ธุรกิจพลังงานทดแทน เช่น การผลิตไฟฟ้าเศษไม้ในพื้นที่ขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) 100 แห่ง วงเงิน 8,000 ล้านบาท คาดว่าจะเสนอ ครม.พิจารณาลงทุนโครงการแรกในปลายปีนี้ และโครงการลงทุนผลิตไฟฟ้าจากน้ำเสียปาล์มน้ำมัน ร่วมกับชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ จำกัด คาดเสร็จใน 2 ปี
นอกจากนี้ ยังมีโครงการผลิตไฟฟ้าก๊าซชีวภาพจากการหมักพืชเกษตร ด้วยเทคโนโลยีใหม่จากประเทศเยอรมนี เบื้องต้นนำร่อง 4 แห่งในภาคเหนือ ลงทุนแห่งละ 80 ล้านบาท ซึ่งภาคเอกชนเสนอให้ กฟภ.ร่วมทุน 20% ขณะเดียวกัน กฟภ.ยังศึกษาความเป็นไปได้โครงการลงทุนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กในลาว ขนาด 5 เมกะวัตต์ 2 หน่วย และภูฏาน ขนาด 10-20 เมกะวัตต์ด้วย
ด้านนายอดิศร เกียรติโชควิวัฒน์ ผู้ว่าการ กฟภ. กล่าวหลังลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือตามโครงการพัฒนาไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กที่ประตูระบายน้ำ และอ่างเก็บน้ำ ร่วมกับกรมชลประทาน และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ว่า การที่รัฐบาลมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนใช้พลังงานหมุนเวียนเป็น 20% ภายในปี 2565 โดยพลังงานน้ำถือเป็นพลังงานหมุนเวียนที่มีศักยภาพผลิตไฟฟ้า และต้นทุนผลิตต่ำ หรือเท่ากับต้นทุนผลิตไฟฟ้าก๊าซฯ ที่ 2.15 บาทต่อหน่วย ซึ่งจะไม่กระทบกับค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (เอฟที) ภาพรวมมากนัก



