
"ต้องทำความจริงให้ปรากฏ"สัมภาษณ์พิเศษธาริต เพ็งดิษฐ์
ถ้าเอ่ยชื่อ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ทุกคนที่เฝ้าดูการแถลงข่าวของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) จะรู้กันดีว่าผู้ออกมาแถลงทุกครั้งล้วนแต่เป็นกลไกสำคัญของบ้านเมือง เพราะการทำงานดีเอสไอ ถูกคาดหวังจากสังคมในเรื่องการท
เปิดใจกับ “คม ชัด ลึก” ว่า บทบาทหน้าที่ในการเข้ามารับตำแหน่ง อธิบดีดีเอสไอ ตั้งแต่เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา เป็นอธิบดีคนที่ 5 หลังจากที่มีการก่อตั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษขึ้นมา ทั้งนี้ การทำงานในตำแหน่งดังกล่าว 7 เดือนที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการกลับมาทำงานที่บ้านเก่า
ก่อนหน้านี้ก็ทำงานที่ดีเอสไอ แล้วย้ายไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) กระทรวงยุติธรรม 1 ปี หลังจากนั้นเมื่อกลับมาเป็นอธิบดีก็รู้สึกว่าคุ้นเคยกับผู้คน และการทำงาน ไม่รู้สึกหนักใจ และเป็นปัญหาอะไร ที่สำคัญได้รับความร่วมมือจากบุคลากรของ ดีเอสไอ ด้วยดีมาตลอด 7 เดือน งานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อธิบดีดีเอสไอ คนเก่าได้ทำไว้ ตนก็พยายามสานต่อให้งานลุล่วงไปด้วยดี
@ การทำงาน 7 เดือนที่ผ่านมา มีปัญหาอะไรหรือไม่ โดยเฉพาะการเข้ามารับผิดชอบงานด้านกฎหมายที่มีความสลับซับซ้อน
ไม่ถือว่าเป็นปัญหา เพียงแต่ว่าบุคลากรในดีเอสไอ โอนมาจากหลายหน่วยมาก ความหลากหลายในวัฒนธรรมก็ยังคงหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ไม่ถือว่าเป็นอุปสรรค อย่างไรก็ตาม ความหลากหลายเหล่านั้นก็เป็นประโยชน์ในการทำงาน เพราะทำให้มีหลายมุมมอง แล้วก็นำความรู้ ความสามารถเฉพาะของแต่ละบุคคลมาบูรณาการ หรือสนธิกำลังกันเพื่อให้เกิดประโยชน์กับงานเป็นอย่างดี โดยส่วนตัวขอบคุณบุคลากรทุกคนใน ดีเอสไอ ที่ทุ่มเทการทำงานอย่างมืออาชีพ
@ ทิศทางการทำงานของ ดีเอสไอ จะออกมาในรูปแบบไหนเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน
ถือว่าเป็นหน้าที่ และกฎหมายของดีเอสไอ ได้ออกมาเป็นกรณีพิเศษอยู่แล้ว ให้มีการสนธิกำลังหรือบูรณาการกับหน่วยอื่นๆ ได้ ฉะนั้นงานใหญ่ทั้ง 2 ชิ้น คือ คดีความไม่สงบจะครอบคลุมทั้งหมด รวมถึงคดีการก่อการร้ายด้วย และคดีมุ่งร้ายต่อสถาบัน ก็ได้ออกแบบให้มีการทำงานร่วมกับหน่วยต่างๆ ถึง 13 หน่วยงาน ความยากก็จะมีอยู่คือการบริหารจัดการคดีท่ามกลางคนที่มาจากหลากหลายหน่วยงาน แต่เท่าที่ดำเนินการมาขณะนี้ก็ไม่ได้มีอุปสรรค ได้รับความร่วมมือ และงานก็เดินไปด้วยความเรียบร้อย
@ ดีเอสไอ ถูกคาดหวังจากสังคมในเรื่องการทำคดีเกี่ยวกับการก่อการร้ายที่แฝงตัวเข้ามาอยู่ในกลุ่มคนเสื้อแดง
จะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด และจะต้องให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย อะไรที่ถูกก็ต้องถูก อะไรที่ผิดก็จะต้องผิด และมั่นใจว่างานแก้ไขปัญหาจะเป็นไปตามความถูกต้องและความเป็นธรรม อยากย้ำว่าการที่มี 3 หน่วยงานมาร่วมกันทำงานก็เป็นหลักประกันได้ว่าจะเป็นไปด้วยความโปร่งใส ไม่มีการครอบงำ หรือตั้งธง นี่เป็นหัวใจของการทำงานที่ต้องการประสิทธิภาพ ความเป็นธรรม ซึ่งต่างคดีสามัญทั่วไป
@ คดีการเมือง หรือคดีของกลุ่มคนเสื้อแดง มีความคืบหน้าไปถึงไหน
คืบหน้าไปทุกเรื่อง และจะต้องใช้เวลาพอสมควร เรื่องไหนเสร็จได้ก่อนก็จะให้เสร็จเลย ส่วนเรื่องไหนใช้เวลาก็จำเป็นจะต้องใช้เวลา ส่วนคดีการก่อการร้ายนั้น ได้ขอหมายจับจากศาล แต่ศาลได้บอกว่าบุคคลทั้ง 9 คน ได้แก่ นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ นายขวัญชัย ไพรพนา พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล และ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ มีหมายจับตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อยู่แล้ว ไม่จำเป็นจะต้องออกซ้ำ ถ้าจับได้ก็ให้แจ้งข้อกล่าวหาก่อการร้ายได้เลย
@ ความหนักใจต่อการทำงานคลี่คลายคดีต่างๆ เพราะความจริงจะปรากฏหรือไม่ขึ้นอยู่กับการทำหน้าที่ของดีเอสไอ ที่จะขี่ม้าขาวมาคลี่คลายสถานการณ์
การทำงานถือเป็นหน้าที่ ตราบใดที่ยังต้องทำหน้าที่อยู่ ก็จะทำหน้าที่นี้ต่อไป เพราะเป็นภารกิจที่จะต้องรับ ส่วนความคาดหวังในการปฏิบัติงานนั้น ก็จะต้องทำให้ดีที่สุดในฐานะที่เป็นพนักงานสอบสวน หรือเป็นซีอีโอ ก็จะทำให้ดีที่สุด อย่างไรก็ตามต้องขอบคุณบุคลากรจาก 13 หน่วยงานที่มาร่วมกันทำงานให้ลุล่วงไปหลายคดี
@ คดีเกี่ยวกับเรื่องสถาบันมีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว
ดีเอสไอไม่ได้มีการพุ่งเป้าไปที่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่จะทำตามที่ ศอฉ.กล่าวหามา ดีเอสไอก็จะพิสูจน์ความจริงให้ปรากฏ ประการสำคัญคือ ไม่ใช่มุ่งหาคนผิด แต่จะพิสูจน์คนบริสุทธิ์ด้วย จะได้ไม่เป็นสีเทา เรียกว่าการทำงานความจริงให้ปรากฏ อย่างไรก็ตาม ตอบไม่ได้ว่าขณะนี้บุคคลที่เข้าข่ายคดีมุ่งร้ายต่อสถาบันมีกี่คน เพราะเพิ่งได้รับคดีเมื่อวานนี้ (3 พ.ค.) ซึ่งการทำงานจะต้องทำไปตามขั้นตอน
“คดีดังกล่าวหลายคนคาดหวังมากว่าต้องการทำความจริงให้ปรากฏว่ามีใครกระทำมุ่งร้ายต่อสถาบันบ้าง ซึ่งดีเอสไอจะพยายามทำให้เร็วที่สุด ส่วนแนวทางของกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นคงตอบไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของ ศอฉ. แต่คาดหวังให้เกิดความสงบโดยเร็ว ส่วนอาวุธสงครามที่เกลื่อนเมืองในขณะนี้ หน่วยงานด้านความมั่นคงที่รับผิดชอบก็พยายามปราบปรามป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก ส่วนการให้ข้อมูลดีเอสไอของ นายเมธี อมรวุฒิกุล ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีต่างๆ ได้เป็นอย่างดี” อธิบดีดีเอสไอ กล่าว
ปัญญา ทิ้วสังวาลย์



