
เยียวยาสมานสังคม
เป็นนิมิตหมายที่ดีที่ประเทศไทยจะได้ผ่าทางตันปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ที่ยืดเยื้อยาวนานกินเวลากว่า 6 ปีต่อเนื่องกัน
หลังจากนี้ผลการเลือกตั้งหลังวันที่ 14 พฤศจิกายน 2553 จะเป็นอย่างไรทุกฝ่ายจะต้องยอมรับในกฎและกติการ่วมกัน
จะต้องไม่มีเสื้อสีไหนออกมาเคลื่อนไหวอีก !?!
แต่สิ่งหนึ่งที่อยากฝากให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เร่งแก้ไข นั่นก็คือการเยียวยาบาดแผล ที่ทำให้สังคมแตกแยก ในประเด็นการล้มล้างสถาบันของบุคคลบางกลุ่ม
เราปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผู้คนที่ร่วมกันเป็นขบวนการ พยายามดึงสถาบันเข้ามาสู่ความขัดแย้งทางการเมือง จนเกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายเป็นคนสองสี โดยเฉพาะกลุ่มคนเสื้อแดงที่ถูกกล่าวหาว่า "ไม่จงรักภักดี"
ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าผู้เข้าร่วมการชุมนุมเสื้อแดงหลายคน ไม่เข้าใจถึงเป้าประสงค์ของคนกลุ่มนั้น หรือไม่ก็ไม่ได้เข้าร่วมด้วยวัตถุประสงค์เช่นว่านั้น แต่กลับถูกเหมารวมเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน
รัฐบาลจะทำอย่างไรให้คนกลุ่มนี้ (เสื้อแดง) สามารถอยู่ร่วมในสังคมไทยได้อย่างปกติสุข โดยไม่ถูกกล่าวหาหรือถูกครหาว่าเป็นผู้ล้มล้างสถาบัน
หรือเป็นตัวแทนเชิง "สัญลักษณ์" ในอนาคตว่า ถ้าเราไม่อยากให้ลูกหลานถูกบ่มเพาะให้ปฏิเสธระบอบสถาบันแล้ว ต้องไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคนเสื้อแดง โรงเรียนแดง มหาวิทยาลัยแดง หรือชุมชนแดง ฯลฯ
เหมือนกับครั้งหนึ่งที่ประเทศไทยต่อสู้กับระบอบคอมมิวนิสต์และรูปสัญลักษณ์เชิงคอมมิวนิสต์ทุกรูปแบบ ?!!
สิ่งนี้ต่างหากที่น่ากลัว เพราะถ้าแต่ละคนยังมีความคิดเช่นนี้อยู่ แม้วันนี้รัฐบาลจะสามารถยุติการชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์ได้ก็จริง แต่ก็ต้องถือว่าล้มเหลวเชิงสังคมอยู่ดี
ไม่ว่าเราจะได้รัฐบาลตัวแทนจากฝ่ายไหน เสื้อสีอะไร สุดท้ายสังคมไทยก็ยังจะแตกแยก เป็นเสื้อสีเหลือง เสื้อสีแดง สีชมพู สีขาว สีน้ำเงิน
เหมารวมเอาความจงรักภักดีไว้กับตัวเองเพียงกลุ่มเดียว
ทั้งที่สิทธิแห่งความจงรักภักดีนั้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
นี่คืองานที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ต้องให้ความสำคัญอีกเรื่อง ไม่จำเพาะแค่มาตรการปรองดองแห่งชาติ ที่มุ่งเน้นแต่เรื่องเฉพาะหน้าที่มองเห็นอยู่เท่านั้น !?!
มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]



