ข่าว

เอกอัครราชทูตสปป.ลาวเยี่ยมชมสนามบินอู่ตะเภา

เอกอัครราชทูตสปป.ลาวเยี่ยมชมสนามบินอู่ตะเภา

06 พ.ค. 2553

การท่าอากาศยานอู่ตะเภาขยายตลาดการท่องเที่ยวใหม่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวภาคตะวันออก เตรียมเปิดเส้นทางการบินหลวงพระบาง- สนามบินนานาชาติอู่ตะเภาพัทยา เอกอัครราชทูต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประจำประเทศไทย พร้อมคณะผู้ประกอบกิจการท่องเที่ยวเยี่ยมชมศักยภาพสน

(6เม.ย.53 ) พลเรือตรี สรชา ศรประทุม ผู้อำนวยการ การท่าอากาศยานอู่ตะเภา และผู้บัญชาการ กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ (ผบ.กบร.กร.)ตำบลพลา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง พลเรือตรี สุรพงษ์ อัยสานนท์ รองผู้อำนวยการ และผู้บริหารการท่าอากาศยานอู่ตะเภา ให้การต้อนรับ นายอ้วน พรหมมาจักร เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประจำประเทศไทย ( H.E.Uone Phommachak LAO Ambassador , Bangkok Thailand )นายวีรจิตร พิลาพันธุ์เดช ( Mr.virachit Philaphandeth )นายเขมธานี สัมพันธ์วิไล( Mr.Khamtane Somphanvelay ) นายวิไลพร สีพานทอง ( Mr.Vilayphone Siphanthong )

พร้อมผู้บริหารสนามบินลาว นำโดย นายสมพร ดวงดารา ( Mr.Somphone Douhdala President of Lao Airlines ) และคณะ สมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยว ณ ห้องรับรองการท่าอากาศยานอู่ตะเภา โดย พลเรือตรี สุรพงษ์ อัยสานนท์ บรรยายสรุปเกี่ยวกับความเป็นมาของสนามบินอู่ตะเภา จนในที่สุดได้มีมติให้เป็น สนามบินนานาชาติอู่ตะเภาพัทยา เพื่อเป็นสนามบินที่รองรับปัญหาทุกด้านที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวภาคตะวันออกให้เกิดประสิทธิภาพ

 พลเรือตรี สุรพงษ์ อัยสานนท์ กล่าวว่า สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา-พัทยา เป็นสนามบินที่มีรันเวย์ที่ดีที่สุดสามารถรองรับเครื่องบินได้ทุกประเภท แต่การประชาสัมพันธ์การรับรู้ของนักท่องเที่ยวยังไม่ทั่วถึง หรือแพร่หลาย ทำให้หลายฝ่ายเข้าใจว่าเป็นสนามบินทางราชการหรือใช้สำหรับกรณีฉุกเฉินเท่านั้น ดังนั้นการประชาสัมพันธ์ เช่นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมลงจอดของสายการบินถูกกว่าปกติ มีบริการดูแลนักท่องเที่ยวภายในสนามบินให้ได้รับความสะดวกอย่างเต็มที่ ทั้งด่านตรวจคนเข้าเมือง และด่านศุลกากร หรือการให้สิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้บริการสนามบินฯ จะได้ส่วนลดสถานที่ท่องเที่ยว ที่พักโรงแรม ซื้อสินค้า เรียกว่าต้องทำให้สายการบินและนักท่องเที่ยวเกิดความสนใจและได้รับสิทธิประโยชน์จากการใช้บริการของสนามบิน

 พลเรือตรี สรชา ศรประทุม ผู้อำนวยการ การท่าอากาศยานอู่ตะเภา กล่าวว่า จากกรณีที่เมืองพัทยา สมาคมนักธุรกิจเมืองพัทยา หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ผู้แทนประชาชน พร้อมผู้บริหารสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาพัทยา ได้ร่วมหารือแนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และเส้นทางการท่องเที่ยวบ้านพี่เมืองน้องใหม่ เส้นทางหลวงพระบาง-อู่ตะเภาพัทยา เพื่อต่อยอดการท่องเที่ยวไทย-ลาว หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแบบเชื่อมโยงให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ บ้านพี่เมืองน้องให้รู้จักมากขึ้น พร้อมแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวแต่ละฝ่าย เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการเพิ่มพูนรายได้ให้กับกิจการท่องท่อง และธุรกิจโรงแรม จึงได้เรียนเชิญ นายอ้วน พรหมมาจักร เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประจำประเทศไทย พร้อมคณะผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว มาเยี่ยมชมศักยภาพของสนามบินแห่งนี้