ข่าว

นัดชี้ขาด7พ.ค. คดีจลาจล ดิวิชั่น 2

นัดชี้ขาด7พ.ค. คดีจลาจล ดิวิชั่น 2

07 พ.ค. 2553

คดีจลาจลลูกหนังลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ระหว่าง ลพบุรี กับ อยุธยา นัดชี้ขาดโทษวันที่ 7 พฤษภาคมนี้ นายวิมล กาญจนะ ประธานจัดโยนให้ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ประธานคณะกรรมการพิจารณาของสมาคมฟุตบอลตัดสินลงดาบ พร้อมสั่งกำชับทุกสนามต้องเน้นห้ามมีเครื่องดื่มน้ำเมาและจั


 ที่ห้องประชุมบุญสม มาร์ติน ภายในสนามศุภชลาศัย เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายวิมล กาญจนะ ประธานจัดการแข่งขันฟุตบอลลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ประธานการประชุมหารือเกี่ยวกับเหตุการณ์จลาจลในเกมเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา ระหว่าง “วานรไฟ” ลพบุรี กับ “กรุงเก่า” อยุธยา ที่สนามกีฬาจังหวัดลพบุรี ซึ่งหลังจบเกมที่เจ้าบ้านพ่าย 1-3 เกิดความวุ่ยวายแฟนบอลขว้างปาขวดน้ำเข้าใส่กัน และแฟนบอลอยุธยาโดนทำร้ายจนถึงขั้นบาดเจ็บสาหัส


 ที่ประชุมเปิดโอกาสให้ตัวแทนของทั้งสองทีมได้ชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่ สุเมต สุวรรณพรหม รองประธานจัดการแข่งขัน ที่อยู่ในสนามและผู้ควบคุมการแข่งขันในเกมดังกล่าวได้ให้ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมีการนำภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาพิจารณาอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะจังหวะปัญหาที่เกิดขึ้นในสนามของนักฟุตบอลและสตาฟฟ์โค้ช รวมถึงเหตุการณ์ของกองเชียร์ที่มีการทะเลาะวิวาทและภาพของคนที่ได้รับบาดเจ็บ
 ภายหลังการหารือกันร่วม 2 ชั่วโมง วิมล กาญจนะ ประธานจัดเปิดเผยว่า ที่ประชุมได้รับข้อมูลจากทั้งสองฝ่ายและได้ข้อสรุปเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว ซึ่งฝ่ายจัดจะนำข้อสรุปทั้งหมดเสนอต่อให้คณะกรรมการฝ่ายพิจารณาโทษของสมาคมฟุตบอลที่มี พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา เป็นประธาน เป็นคนพิจารณาบทลงโทษ โดยจะมีการประชุมที่สมาคมฟุตบอล วันที่ 7 พฤษภาคมนี้ เวลา 13.00 น.


 “นายกสมาคมฟุตบอล นายวรวีร์ มะกูดี ได้กำชับให้ดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด ดังนั้นฝ่ายจัดจึงจะนำข้อมูลและข้อสรุปจากทุกฝ่ายที่พูดคุยกันในวันนี้ส่งต่อให้คณะกรรมการฝ่ายพิจารณาโทษของสมาคมฟุตบอลเป็นคนชี้ขาดและระบุบทลงโทษ จากนั้นฝ่ายจัดลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 จะมีการแถลงข่าวถึงบทลงโทษอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 พฤษภาคม ซึ่งการลงโทษจะเป็นไปตามระเบียบของสมาคมฟุตบอลและดิวิชั่น 2” นายวิมล กล่าว
 ประธานจัดลีกภูมิภาคเผยต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดของลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 ซึ่งจะต้องมีการวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก ต่อไปต้องกำชับทุกทีมให้เข้มงวดในเรื่องการห้ามนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าสนามอย่างเด็ดขาด รวมถึงการจัดที่นั่งของทีมเหย้าและทีมเยือนต้องแบกแย่งกันตามหลักเกณฑ์ให้ได้ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในสนามให้มากที่สุด