ข่าว

"มาร์ค”ห่วงปชช.ต้านลั่นโรดแม็พไม่มีนิรโทษกรรม

"มาร์ค”ห่วงปชช.ต้านลั่นโรดแม็พไม่มีนิรโทษกรรม

06 พ.ค. 2553

นายกฯยอมรับไม่สบายใจ ปชช.แสดงความห่วงใยเสนอแผนปรองดองกับผู้ก่อการร้าย ย้ำดำเนินคดีตามกฎหมายต่อผู้ก่อการร้ายและขบวนการล้มเจ้าเด็ดขาด ขู่แกนนำ นปช.ยังชุมนุมไม่เลิก ไม่รับโรดแมป-ไม่ยุบสภาแน่นอน วอนเห็นใจอยากให้บ้านเมืองสงบ จึงเสนอแผนปรองดองให้ทุกฝ่ายเข้ามาช

 วันนี้(6 พ.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โทรศัพท์เข้ามาให้สัมภาษณ์ในรายการสภาท่าพระอาทิตย์ ทางสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี โดยย้ำว่าตนมีความไม่สบายใจอย่างมากที่มีพี่น้องประชาชนแสดงความห่วงใยเรื่องการเสนอแผนปรองดองของตน ซึ่งตนขอย้ำว่าแผนปรองดองดังกล่าวไม่มีตรงไหนที่จะไปนิรโทษกรรม หรือไม่ดำเนินคดีอาญาต่อพวกผู้ก่อการร้ายและขบวนการล้มเจ้า ซึ่งจะต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด แกนนำ นปช.จะต้องมอบตัวตามหมายจับ ขบวนการทางศาลต้องเดินหน้าต่อไป ตนขอย้ำอีกครั้งว่า หากแกนนำ นปช.ไม่รับแผนปรองดอง ยังคงมีการชุมนุมต่อก็จะไม่มีการยุบสภา รัฐบาลยังคงเดินหน้าทำงานต่อไป ขณะเดียวกัน การดำเนินคดีกับผู้ก่อการร้ายจะต้องเดินหน้าต่อไปอย่างแน่นอน

“ผมเข้าใจว่าการเห็นไม่ตรงกันเป็นเรื่องปกติ การยุบสภาหรือไม่ยุบมันมีเงื่อนไขของมันเอง ใครจะมองว่าผมอ่อนแอ ผมก็เคารพ แล้วแต่ใครจะประเมิน อย่างกลุ่มหลายสีผมก็จะเชิญ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มหลากสีมาพูดคุยในวันพรุ่งนี้ (7 พ.ค.) ส่วนพันธมิตรฯ ก็ต้องดูท่าทีว่าจะมีแนวทางออกมาอย่างไร ซึ่งผมคิดว่าสุดท้ายจะทำอย่างไรให้บ้านเมืองสงบ แก้ปัญหาความแตกแยก ผมเชื่อว่าทุกฝ่ายมีเหตุผล แต่อาจเกิดความเข้าใจผิด ดังนั้นจึงได้คิดข้อเสนอที่ดีที่สุดเพื่อรักษาบ้านเมือง หยุดยั้งขบวนการล้มเจ้า ไม่เป็นเหยื่อของพวกผู้ก่อการร้าย ผมขอย้ำว่า ผมไม่ได้เจรจากับใคร แต่เป็นการเสนอแผนปรองดองให้ทุกกลุ่มเข้ามา” นายกรัฐมนตรีกล่าว

พิธีกรถามว่า ขณะนี้สังคมหวั่นเกรงว่าจะมีการสร้างบรรทัดฐานใหม่ ไม่พอใจรัฐบาล ก็มีชุมนุมกดดันให้มีการยุบสภา นายกฯ กล่าวว่า ตนไม่กลัว ขอย้ำว่าตนไม่ได้ยุบสภาตามคำเรียกร้อง ใครที่มีหมายจับเรื่องผู้ก่อการร้ายก็ต้องดำเนินคดีถึงที่สุด ขอย้ำอีกครั้งว่าไม่รับแผนปรองดองก็จะไม่มีการเลือกตั้ง ไม่ยุบสภา เพราะตรงนี้เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีโดยตรง

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงกระแสข่าวการนิรโทษกรรมนักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิว่า เรื่องนี้มีการพูดกันมากทั้งในสภาและนอกสภา กรรมการสมาฉันท์ของสภาก็ได้มีการพูดกันเรื่องนี้ เราจึงมาคิดว่าควจจะเอาปมความขัดแย้งมาวางบนโต๊ะและมาถกกันให้ขาดว่ามีความเป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรมอย่างไร ไม่ใช้เอาปัญหาไปซุกไว้ใต้พรม ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุป

พิธีกรถามว่า หลังจากแกนนำมอบตัว และหากได้รับการประกันตัว แล้วไปก่อเหตุวุ่นวายอีก จะทำอย่างไร ขณะเดียวกัน หากมีการเลือกตั้งใหม่แล้วประชาธิปัตย์ไม่ได้กลับมาเป็นรัฐบาล มีการเปลี่ยนคนทำคดีเหล่านี้คนร้ายก็จะลอยนวล นายกฯกล่าวว่า เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ความผิดเหล่านี้จะต้องเดินหน้าต่อไป ตนจะสู้ต่อหากประชาชนสนับสนุนให้พรรคประชาธิปัตย์ทำงาน ทั้งนี้ตนยุบสภาครั้งนี้ไม่ได้ตั้งใจเป็นฝ่ายค้าน อย่างไรก็ตามได้รับการประกันตัวหรือไม่ได้เป็นเรื่องของศาลตนไม่สามารถตอบได้ ส่วนเรื่องที่ผู้ชุมนุมยังคงมีอาวุธอยู่นั้น ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่บริเวณโดยรอบ ซึ่งหากเลิกชุมนุมเมื่อไหร่เจ้าหน้าที่ก็จะเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่ อย่างกรณีเสธแดง มีหมายจับก็ต้องจับมาให้ได้

นายกฯยังกล่าวถึงข่าวโทรศัพท์พูดคุยกับนักศึกษาที่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จ่ายเงินซื้อส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลหัวละ100 ล้านบาท ว่า เรื่องนี้ตนไม่เคยได้ยิน แต่ยอมรับได้โทรศัพท์พูดคุยกับนศ.คนดังกล่าวจริงเพราะมีข่าวลือเยอะว่าตนไปคุยกับใคร ทั้งนี้ได้อธิบายแนวคิดให้เขาเข้าใจ ที่ต้องการทำให้บ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติ และดำนินคดีกับผู้กระทำความผิด

อย่างไรก็ตามมีรายละเอียดดังนี้

พิธีกร - สวัสดีค่ะท่านนายกรัฐมนตรีคะ ท่านนายกฯ คะก่อนที่จะได้สนทนากัน ขอยืนยันว่าเป็นเสียงท่านนายกรัฐมนตรีจริงๆ

อภิสิทธิ์ - ผมจะยืนยันยังไงล่ะครับ

พิธีกร -วันนี้ได้ทานอาหารมื้อเช้าแล้วหรือเปล่าคะ

อภิสิทธิ์ - ปกติผมเป็นคนไม่ทานอาหารเช้าครับ เพราะส่วนใหญ่ก็รีบออกมาทำงานเลย คงขอใช้เวลาไม่นานนักนะครับ เพราะผมอยู่ในสภา เดี๋ยวต้องตอบกระทู้ถามสด เพียงแต่ว่าไม่สบายตรงที่ว่ามีพี่น้องประชาชน คงไม่ใช่เฉพาะแฟนๆ ของรายการนี้ ที่โทรศัพท์หรือ sms เข้ามา ซึ่งก็อาจจะเข้าใจบางอย่างคลาดเคลื่อน การเห็นไม่ตรงกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วนะครับ เพราะว่าเป็นเรื่องที่ต่างฝ่ายต่างก็มีความคิดเห็นที่หลากหลาย แต่ว่าผมอยากจะทำความเข้าใจเบื้องต้นก่อนว่า 1.ข้อเสนอของผมที่เกี่ยวข้องกับการปรองดอง ไม่มีตรงไหนเลยที่พูดถึงการไปนิรโทษกรรมคดีอาญา เพราะฉะนั้นคดีก่อการร้าย คดีที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็เดินหน้าต่อไป ในกรณีที่ผู้ชุมนุมเขาเลิกการชุมนุม ผมก็เข้าใจว่าเขาก็ต้องมอบตัว และก็ต้องเดินหน้าต่อตามคดีของมันไป ส่วนว่าคดีจะเป็นอย่างไรก็อยู่ที่ศาล ผมก็ไม่สามารถตอบได้ ผมก็เพียงแต่บอกว่า อันนี้ก็คือการบังคับใช้กฎหมาย มีเรื่องเดียวเท่านั้นที่ผมอาจจะไม่ได้จับทุกคน ก็คือใครที่ทำผิดการชุมนุมเกิน 5 คน ตาม พ.ร.ก.แต่ถ้าพูดถึงแกนนำ มีหมายจับครบอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นหมายจับนี้ก็ยังอยู่ นะครับ ตรงนี้จะได้เข้าใจ เพราะหลายคนบอกว่า เอ๊ะ ไปปรองดองกับผู้ก่อการร้ายหรือเปล่า ไปปรองดองกับขบวนการล้มเจ้าหรือเปล่า อันนั้นข้อที่ 1

ข้อที่ 2 ก็อยากจะเรียนว่า เรื่องของการยุบหรือไม่ยุบสภา มันมีเงื่อนไขในตัวของมันเอง เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าการไม่เข้ามาสู่กระบวนการปรองดอง ยกตัวอย่างเช่นว่าไม่มีการยุติการชุมนุม เช่นว่าหลังจากนี้ไปไม่มาช่วยกันทำอย่างที่ผมพูด ก็คือ มาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ มาทำให้สื่อต่างๆ มีความสร้างสรรค์ ผมก็บอกไปแล้วว่า ถ้าอย่างนั้นผมก็คงไม่สามารถตอบได้ว่าเราจะเลือกตั้งกันเมื่อไร แต่ว่าถ้าทุกคนเข้ามา บ้านเมืองสงบสัก 6 เดือน ผมก็เห็นว่าสิ่งที่ผมเคยพูดมาก่อนที่จะมีการชุมนุม ผมบอกว่าผมจะยุบสภาก็ต่อเมื่อ 1. เศรษฐกิจฟื้นขึ้นมา 2. ถ้าหากว่ากติกาต่างๆ ของนักการเมืองมันตกลงกันได้ ไม่ใช่ว่าเลือกตั้งกันมาแล้วกลับมาทะเลาะกันใหม่ และ 3. บ้านเมืองมีความสงบ ชัดเจน เราไปเลือกตั้งแบบมีสันติได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้จะได้เข้าใจ เพราะว่าผมเห็นหลายคนที่ sms หรือโทรศัพท์เข้ามา ไปเข้าใจว่า โอ๊ย ใครจะทำอะไร ยังไงก็ได้ แล้วผมก็ต้องยุบสภา ไม่ใช่อย่างนั้น นี่คือข้อเสนอ

ทีนี้ ใครจะมองว่าอ่อนแอ ใครจะมองว่าผิดพลาด อันนี้ผมเคารพครับ เป็นสิทธิของแต่ละฝ่ายที่จะประเมิน ตอนนี้ผมก็เห็นมีอยู่ 3 กลุ่มที่ยังไม่เรียบร้อยนะครับ กลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่ยุติ 2. กลุ่มคนเสื้อหลากสีที่ยังติดใจอยู่ ผมก็เชิญคุณหมอตุลย์ว่าจะมาคุยกันในวันพรุ่งนี้ ส่วนกลุ่มพันธมิตรฯ ก็สุดแล้วแต่ครับ เพราะว่ายังประสานงานอยู่ จะคุยหรือไม่คุยก็เป็นสิทธิ์ เป็นหน้าที่ของผมที่จะเดินหน้าต่อไป

พิธีกร - มีคำถามครับท่านนายกฯ

อภิสิทธิ์ - เดี๋ยวขอจบก่อนนะครับ แล้วเชิญถามครับ สุดท้ายก็คือว่า ผมไม่ได้มองเรื่องแพ้เรื่องชนะ ผมมองว่า 1. ผมทำยังไงให้บ้านเมืองสงบลง โดยเฉพาะในบรรยากาศที่เราก็กำลังเฉลิมฉลองวันฉัตรมงคล 2. ผมมองว่าการที่เราจะแก้ปัญหาความแตกแยกที่มันเกิดขึ้น เราย่อมมองอีกฝ่ายว่าเขาไม่มีเหตุผล แต่ความจริงแล้วทุกฝ่ายก็คงมีเหตุผลของตัวเอง อาจจะเกิดจากความเข้าใจผิดบ้าง อาจจะเกิดจากมุมมองบ้าง ผมบังเอิญ คุณบอยใช่ไหมครับ แต่เพลงใครชนะ หัวใจของมันคือชนะใจตนเองครับ เพราะฉะนั้นผมก็เสนอสิ่งที่ผมคิดว่าดีที่สุดและผมคิดว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่เรารักษาบ้านเมืองด้วย แล้วก็เราต้องหยุดยั้งขบวนการที่ทำลายบ้านเมืองและสถาบันพระมหากษัตริย์ และไม่เป็นเหยื่อเข้าทางใครที่จะพยายามทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น ซึ่งคือคนที่มุ่งต้องการให้เกิดความรุนแรงและใช้การก่อการร้ายครับ

พิธีกร - ท่านนายกฯ คะ มีประเด็นในเรื่อง 5 ข้อของแผนปรองดอง ซึ่งประเด็นที่ 5 มีความเป็นห่วงกันมากว่ามันจะมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของการนิรโทษกรรมหรือไม่ โดยเฉพาะนักการเมืองที่ถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง ท่านนายกฯ ยืนยันในเรื่องนี้หน่อยค่ะ

อภิสิทธิ์ - ครับ ผมก็ได้พูดตรงไปตรงมานะครับ ว่า 1. อันนี้ไม่ใช่นิรโทษกรรมทางอาญา ทีนี้ทางการเมือง แต่ไหนแต่ไรผมก็บอกว่ามันเป็นเรื่องที่ต้องมาถกกัน ผมว่าเราซุกประเด็นนี้ไว้เฉยๆ ก็ไม่ได้เป็นคำตอบ มีการเรียกร้อง สภาเองก็มีกรรมการสมานฉันท์ มีข้อสรุปออกมา รัฐบาลก็พยายามหาทางออกในเรื่องนี้ ข้อ 5 ของผมก็เพียงแต่บอกว่า ถึงเวลาที่จะเอาประเด็นนี้มาวางกันบนโต๊ะ ถกกันให้ขาด จะ 111 หรือ 109 รัฐธรรมนูญ ถกกันให้ขาด แต่ไม่ได้หมายความว่ารัฐธรรมนูญจะเป็นเรื่องที่นักการเมืองไปตกลงกันเอง เพราะว่าผมไม่ได้เชิญนักการเมืองปรองดองนะครับ ผมเชิญคนทั้งประเทศ มีสถาบันการศึกษา มีนักวิชาการ ใครต่อใคร ก็เข้ามาถกกันสิครับ ว่าตกลงมันเป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรม มันต้องแก้หรือไม่ต้องแก้ เพื่อหาข้อยุติ แต่ถ้าจะบอกว่าเรามีแผนปรองดองเรื่องนี้ซุกไว้ใต้พรมสิครับ มันก็ไม่จบ วันนี้ผมเอาทุกเรื่องที่ผมคิดว่ามันเป็นปมความขัดแย้งมาวางบนโต๊ะ แล้วถามคนทั้งประเทศว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะร่วมกันเดินไปข้างหน้า

พิธีกร - มีคำถาม 2 คำถามนะครับ คำถามแรกก็คือว่า ในเมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมก็ยังคงชุมนุมอยู่ต่อไป และถือว่าเป็นการละเมิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ประเด็นนี้และประเด็นที่เขาเกี่ยงงอนเรื่องข้อหาการก่อการร้าย นายกฯ ยังมีสิทธิ์ที่จะยกเลิกเงื่อนไขประเด็นข้อเสนอเรื่องปรองดองได้หรือไม่ และข้อ 2 คือว่าการตรวจค้นอาวุธของที่ชุมนุมจะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเอาอาวุธนั้นไปใช้ในการชุมนุม หรือการก่อการร้าย หรือการกระทำอะไรก็แล้วแต่ ถ้ามีปัญหาการเมืองในภายภาคหน้า

อภิสิทธิ์ - ผมไม่แน่ใจว่าผมเข้าใจคำถามแรกถูกต้องหรือเปล่านะครับ แต่ว่าถามว่ายกเลิกอะไรเนี่ย ข้อแรกผมย้ำอีกครั้งนะครับว่า เรื่องการก่อการร้าย ไม่มีการไปปรองดองอะไรทั้งสิ้น บังคับใช้กฎหมาย ไม่มีการนิรโทษกรรม ส่วนถามว่าเขายังชุมนุมอยู่ จะยกเลิกโรดแม็ปหรือไม่ ผมก็ต้องตอบว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงที่เขาบอกว่าเขาเข้ากระบวนการแต่ยังไม่กลับบ้าน ผมก็จะต้องบอกว่า ถ้าในที่สุดเขาไม่กลับบ้าน ผมก็ต้องไม่ยุบสภา เรื่องอื่นๆ ผมก็เดินของผมไป มันก็จะเดินยากหน่อย ขลุกขลักหน่อย มันก็จะทำให้ยุบสภาไม่ได้ เท่านั้นเอง นี่คือแนวทาง ส่วนระยะเวลากรอบเวลานั้น ผมดูตามความเหมาะสม เพราะว่าในขณะนี้ผมก็ฟังดูเหมือนเขาตอบรับ แต่อยากรู้เรื่องนั้นเรื่องนี้มากขึ้น ซึ่งความจริงผมก็บอกว่าเขาน่าจะไปคิดเองได้ เช่น บอกวันเลือกตั้ง อยากรู้วันยุบสภา เขาก็ไปคำนวณได้ครับจากรัฐธรรมนูญ ผมก็บอกให้เขาไปคำนวณเอา ผมบอกผ่านสื่อไปแล้วว่าให้เขาไปคำนวณเอา เพราะฉะนั้นเรื่องประเด็นนี้ก็คงอยู่ตรงนี้ แต่ผมว่าถ้าแน่นอนนะครับ ในที่สุดเขาบอกเขาไม่ยุติการชุมนุม ข้อเสนอเรื่องเลือกตั้ง ยุบสภา ก็ต้องเลิกไป เรื่องอื่นก็ต้องมาว่ากัน ส่วนคำถามที่ 2 เมื่อกี้นี้เรื่องการตรวจอาวุธ ผมเรียนว่าขณะนี้เรามีด่านอยู่รอบๆ บริเวณการชุมนุม และ ศอฉ.ให้ตรวจตรา ซึ่งขณะนี้ตรวจทั้งขาเข้าและขาออกในเรื่องของอาวุธ ส่วนเมื่อหากมีการยุติการชุมนุมแล้ว ก็ต้องมีการมาบริหารวิธีการในการเลิกการชุมนุม คงไม่ปล่อยให้มันโกลาหล และเจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปตรวจดูพื้นที่อย่างละเอียดอยู่แล้ว เพราะเป็นเรื่องความปลอดภัยของประชาชน

พิธีกร - แล้วกลุ่มฮาร์ดคอร์ที่ยังฝังตัวอยู่ในนั้น และจะไม่ยอมเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาภายใต้โรดแม็ปของท่านล่ะครับ

อภิสิทธิ์ - เราไม่เจรจากับเขาอยู่แล้วนี่ครับ

พิธีกร - คือแม้ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะบอกว่ารู้วันยุบสภาแล้วอาจจะมีการสลายการชุมนุมไป แต่ว่าในส่วนของผู้ชุมนุมฮาร์ดคอร์ อย่างเช่น เสธ.แดง อย่างที่เขาให้สัมภาษณ์ว่า เขาจะฟังจากคุณทักษิณคนเดียว เพราะฉะนั้นการสื่อสาร หรือการพูดคุยกันกับกลุ่มผู้ชุมนุมจะเป็นยังไงคะ

อภิสิทธิ์ - ผมย้ำอีกครั้งนะครับ ผมไม่ได้เจรจากับใครนะครับ ผมเสนอแผน แล้วก็เชิญชวนทุกฝ่ายมาร่วม ซึ่งรวมถึงกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าเขามาร่วม เขายุติการชุมนุม เราก็เดินต่อได้ง่าย ส่วนกรณีของ เสธ.แดง มีหมายจับอยู่แล้วครับ ก็ต้องจับให้ได้ อยากให้ เสธ.แดง ออกมาจากวงล้อมของผู้หญิงกับเด็กล่ะครับ

พิธีกร - ท่านนายกฯ ครับ อยากจะขอสักคำถามหนึ่ง ย้อนกลับไปถึงสิ่งที่พี่น้องประชาชนกังวล และท่านบอกว่าท่านจะโยนให้เป็นเรื่องของประชาชนตัดสินใจ นั่นหมายถึงโครงสร้างของคณะกรรมการปฏิรูปทางการเมือง ท่านนายกฯ จะให้ความมั่นใจอย่างไรว่า โครงสร้างของคณะกรรมการชุดนี้จะมาจากประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นการแบ่งสัดส่วนของบรรดานักการเมืองทุกพรรค

อภิสิทธิ์ - คือขณะนี้โครงสร้างเรายังไม่ได้ข้อยุติ ผมคิดว่าต้องมีทุกฝ่าย และคำว่าทุกฝ่ายไม่ได้มีเฉพาะพรรคการเมืองนี่ครับ ก็ต้องมีฝ่ายวิชาการ ฝ่ายอะไรต่างๆ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าถ้าเราอยากจะเดินหน้าทุกคนก็ต้องมาร่วม แต่ว่าถ้าหากว่าบางฝ่ายเกี่ยงงอน บอกว่าไม่ยอมมาร่วม มันก็จะเป็นเหยื่อของนักการเมืองเอง เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องของนักการเมือง ทุกฝ่ายต้องเข้ามาร่วมครับ แต่ถ้าหากมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนะครับ ขออภัยนะครับ สมมุติ 3-4 ท่านนี้บอกว่าไม่เอาด้วย ไม่สนใจ สุดท้ายมันก็จะเหลือแต่นักการเมือง เพราะฉะนั้นถ้าอยากช่วยผม อยากช่วยประชาชน ต้องเข้ามาครับ ไม่ใช่ผลักออกไปครับ

พิธีกร - กรรมการชุดนี้จะอายุยาวยืนต่อไป หรือว่าจบสิ้นภารกิจก่อนยุบสภาครับ

อภิสิทธิ์ - แล้วแต่เรื่องครับ ผมยกตัวอย่างเช่น เรื่องที่เราจะแก้ปัญหาพื้นฐานความยากจน อย่าว่าแต่ยุบหรือไม่ยุบเลยครับ คือรัฐบาลนี้ รัฐบาลหน้าอาจจะยังเสร็จไม่หมดก็ได้ แต่ถึงเวลาที่เราจะต้องเอาประเด็นเรื่องความยากจน โครงสร้าง เอาวางลงแล้วแก้แบบเป็นระบบ ไม่ปล่อยให้แต่ละรัฐบาลมีนโยบาย มีโครงการ ทีละเรื่องๆๆๆ แล้วความเป็นธรรมขั้นพื้นฐานที่เป็นปัญหา ที่อาจจะถูกใครหยิบฉวยมาใช้เพื่อก่อให้เกิดปัญหาการชุมนุมในอนาคต ตรงนี้ต่างหากที่เราต้องมาแก้ไขและวางแนวทาง ซึ่งขณะนี้ก็มีกลุ่มภาคประชาชนเป็นพระเอกอยู่ เป็นภาคประชาสังคมที่เขากำลังไปรวมตัวกัน และจะมาจัดเรื่องสมัชชา เรื่องอะไร แล้วก็มาทำข้อเสนอให้ผมมาวันที่ 13 นี้ครับ

พิธีกร - ท่านนายกฯ คะ ที่เป็นประเด็นข่าวที่นักศึกษามหาวิทยาลัยหาดใหญ่ที่ได้เรียนสายกับท่านนายกฯ เป็นประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องของการจ่ายเงิน 100 ล้านบาท ตรงนี้มีข้อเท็จจริงอย่างไร หรือรายงานข่าวอย่างไร เกี่ยวกับการจะล้ม/เปลี่ยนแปลงคณะรัฐบาล

อภิสิทธิ์ - 100 ล้านบาท อันนี้ผมยังไม่เคยได้ยินเลยครับ คืออย่างนี้ครับ มีนักศึกษาหาดใหญ่โทรมา ไม่ได้โทรมาล่ะครับ sms มา ใช้ถ้อยคำรุนแรงพอสมควร แต่นิสัยผมนะครับ ผมก็โทรกลับไป แต่ว่าไม่ต้อง sms มาเพิ่มแล้วนะครับ โทรศัพท์ผมจะพังอยู่แล้ว ผมก็คุยกับเขา อธิบายให้เขาเข้าใจแนวคิดอย่างที่ผมคุยอยู่ตอนนี้ ว่าเป็นอย่างไร ผมก็เรียนว่า ตอนนี้ก็มีทั้งคนที่มาถามข่าวลือเยอะ ผมไปตกลงอะไรยังไงกับใคร คือผมยังมองไม่เห็นเลยครับว่า ที่ผมทำทั้งหมดตรงนี้ ส่วนตัวผมเองผมได้ประโยชน์อะไร ผมเพียงแต่ต้องการทำให้บ้านเมืองของเรากลับเข้าสู่ความเป็นปกติ โดยยังดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิด และคำตอบทางการเมือง เป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกฝ่าย ผมเรียนว่า เราไม่ได้สนใจหมกมุ่นอยู่กับราชประสงค์ แต่ข้อเท็จจริงก็คือปัญหานี้มันเกินราชประสงค์ มันไปถึงต่างประเทศ มันไปถึงอีกหลายๆ ที่ มันมีความละเอียดอ่อน เยอะแยะมาก เพราะฉะนั้นถ้าเราคิดว่าอยู่ดีๆ ราชประสงค์หายไปแล้วปัญหาจบ ผมว่าเราคิดผิดอย่างรุนแรง แล้วก็การคิดแบบนี้ก็ได้สร้างหลายปัญหามาแล้วในอดีต ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภาคใต้ หรือปัญหาอื่นด้วยครับ

พิธีกร - ในเมื่อราชประสงค์ไม่เป็นปัญหา แต่คนหลายๆ ฝ่ายเขายังเชื่อว่าราชประสงค์ยังเป็นปัญหาอยู่ เพราะว่าระบบนิติรัฐ กระบวนการทางกฎหมาย

อภิสิทธิ์ - เป็นปัญหาครับ ราชประสงค์เป็นปัญหา

พิธีกร - กระบวนการทางกฎหมายก็คือ ถ้าหลังจากกลุ่มผู้ที่เป็นแกนนำชุมนุมมอบตัว คำถามก็คือว่า 1. จะได้รับการประกันตัวและไปก่อเหตุ ก่อความวุ่นวายต่อไปหรือไม่ 2. ถ้าหากว่าพรรคของท่านไม่ได้เป็นรัฐบาล จะมั่นใจได้อย่างไรว่ากระบวนการยุติธรรม ทั้งขั้นต้นและขั้นกลาง โดยที่มีเจ้าหน้าที่ DSI หรือตำรวจก็แล้วแต่ ถูกสับเปลี่ยนไป จะทำให้สำนวนเจือจางไป และผลสุดท้ายผู้ที่กระทำความผิดต่อบ้านเมืองอย่างมหาศาลเหล่านี้ก็จะลอยนวลต่อไป

อภิสิทธิ์ - เรื่องประกันตัวหรือไม่ เป็นเรื่องของศาลนะครับ ผมคงไม่สามารถตอบแทนท่านได้ แต่ผมเชื่อว่าศาลก็คงจะต้องดูข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของบุคคลที่ถูกจับแล้วท่านก็จะต้องเป็นผู้ตัดสินเองว่า การจับการปล่อย อะไรเป็นสิ่งที่เหมาะสมเป็นธรรมมากกว่ากัน 2. ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นรัฐบาล ผมก็เรียนว่าไม่มีใครตอบได้หรอกครับ และผมก็คิดว่ามันคงจะเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องมั้งครับถ้าผมจะบอกว่า ถ้าผมเป็นนายกฯ และประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลเท่านั้น สิ่งเหล่านี้ถึงจะเดินต่อได้ เราต้องมีการให้กระบวนการยุติธรรมทำงานในตัวของมันเอง แต่ว่าผมยุบสภาไม่ได้ตั้งใจจะไปเป็นฝ่ายค้านนะครับ ผมก็ยุบสภาเพื่อที่จะไปต่อสู้ และถ้าประชาชนเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์สมควรที่จะเข้ามาทำงานต่อ ผมก็ต้องขอความสนับสนุน แต่ถ้าเขาสนับสนุนพรรคการเมืองอื่น คำถามของเราก็มีอยู่เพียงแค่ว่า แล้วเราจะไปปฏิเสธประชาชนเขาได้อย่างไร แต่ว่าก่อนจะไปเลือกตั้งทุกพรรคต้องมาปรองดอง และสร้างความสงบกันก่อนนะครับ เพราะว่าถ้ายังไม่ทำ ผมก็ยังไม่ยุบสภาครับ

พิธีกร - ท่านนายกรัฐมนตรีให้น้ำหนักกับกรณีคดีเงิน 29 ล้านบาท ที่ตอนนี้ส่งไปถึงศาลรัฐธรรมนูญยังไงบ้าง มีการชี้แจงในที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ยังไงบ้าง

อภิสิทธิ์ - บังเอิญต้องยอมรับครับว่าผมยังมีเวลาดูเรื่องนี้น้อยมาก เพราะว่าท่านอดีตหัวหน้า ท่านชวน ท่านดูอยู่ ซึ่งก็ได้แจ้งที่ประชุมทราบนะครับ ผมก็ได้คุยกับท่านบ้างใน 2-3 โอกาสเกี่ยวกับเรื่องนี้ เราจะต้องส่งคำให้การวันที่ 13 ครับ ก็กำลังเตรียมทำกันอยู่ครับ

พิธีกร - ในที่ประชุมพรรคได้เห็นชอบกับโรดแม็ปของท่านนายกฯ ไหมครับ

อภิสิทธิ์ - เห็นชอบครับ

พิธีกร - เห็นชอบแล้วเหรอครับ

อภิสิทธิ์ - ครับ เอกฉันท์ครับ

พิธีกร - ถือว่าเป็นมติพรรครับรองเลยใช่ไหมครับ

อภิสิทธิ์ - ครับผม

พิธีกร - โอกาสที่โรดแม็ปจะล่ม เพราะว่าแกนนำของผู้ชุมนุมไม่ยอมรับ และทุกอย่างกลับไปสู่จุดเดิม คือรัฐบาลก็จะมุ่งเน้นไปใช้วิธีสลายการชุมนุม มีมากน้อยขนาดไหนครับ 50-50? ท่านให้สเกลตรงไหนครับ

อภิสิทธิ์ - ผมไม่ตอบดีกว่าครับ ผมว่าท่านต้องไปถามทางผู้ชุมนุม

พิธีกร - แต่ว่า ทางสังคมเรียกร้องนะครับ แม้กระทั่งสื่อมวลชนก็มีเสียงสะท้อน เขาบอกว่าประกาศโรดแม็ปอย่างนี้แล้วก็ควรขีดเส้นผู้ชุมนุม ต้องสลายภายในกี่ชั่วโมง ภายในกี่วัน อันนี้ท่านนายกฯ จะทำสิ่งนี้ไหมครับ

อภิสิทธิ์ - เดี๋ยวดู ใจเย็นๆ ครับ ผมว่าเราอย่าเพิ่ง คือขณะนี้ที่ผมให้คนติดตามอยู่นะครับ เขาก็ก้ำกึ่งครับ คือตอบรับ แต่ยังมีกิจกรรม แต่ล่าสุดที่ผมให้เขาประเมินมา บอกว่ากิจกรรมไปลักษณะที่พยายามที่จะผ่อนคลายอารมณ์อยู่ ก็ธรรมดาครับ ก็ขนาดคนเจอผมยังจะฆ่าผมเลยครับ เขาก็ยังต้องมีปัญหากับแกนนำเขาอยู่ล่ะครับ

พิธีกร - สุดท้ายแล้วสังคมจำนวนหนึ่งก็หวั่นเกรงว่าสุดท้ายมันจะสร้างบรรทัดฐานใหม่ ต่อไปถ้าผมอยากให้ยุบสภาผมก็ใช้ขบวนการก่อการร้ายมาซ่องสุมอาวุธสัก 100 คน แล้วก็ขู่รัฐบาลให้ยุบสภาได้ นายกฯ กลัวจะเป็น

อภิสิทธิ์ - ผมไม่ได้กลัวครับ เพราะผมไม่ได้ยุบตามข้อเรียกร้องของเขา ข้อเรียกร้องเขาคือยุบเดี๋ยวนี้ ยุบ 15 วัน ยุบ 30 วัน นั่นประเด็นที่ 1 ประเด็นที่ 2 ใครมาก่อการร้ายก็ติดคุกล่ะครับ นี่ก็ใครก่อการร้ายผมก็หวังว่าจะติดคุกล่ะครับ จะดำเนินคดีถึงที่สุด ส่วนการที่บอกว่ามากดดันหรือไม่อย่างไร อย่าลืมนะครับ การเข้ามาในกระบวนการนี้ 6 เดือนข้างหน้าปรากฏว่าไม่เป็นไปตามนี้ ผมก็บอกชัดเจนแล้วว่าไม่มีการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งเกิดขึ้นจากเงื่อนไขที่ผมเป็นผู้กำหนดครับ

พิธีกร - ท่านยังสามารถกำหนดเส้นทาง คุมได้ได้อยู่ ว่างั้นเถอะ

อภิสิทธิ์ - เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีอยู่แล้วครับ

พิธีกร - มีท่านผู้ชมพยายามย้ำว่า ช่วยจับกุม เสธ.แดง ให้ดูเป็นตัวอย่างได้ไหมครับ ช่วยบอกรัฐมนตรีฯ กลาโหมหน่อย

อภิสิทธิ์ - ครับผม ขออนุญาตนะครับ