
กอ.รมน.เรียกดีเจสองแควอบรมให้สำนึกรักชาติ
กอ.รมน.พิษณุโลก เรียก "ดีเจ" อบรม ให้สำนึกรักชาติ เหตุภาคท่องเที่ยว - โรงแรมสองแคว เงียบสนิท โพลอีสาน เผยคนอีสานวอนรัฐอย่าใช้ความรุนแรงสลายม็อบ โดยให้เน้นการเจรจาดีที่สุด
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 6 พ.ค.ที่ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก พล.ต.บรรยงค์ สิรสุนทร รอง ผอ.รมน.จว.พิษณุโลก เรียกผู้ประกอบการวิทยุชุมชนและเคเบิลทีวีท้องถิ่น เพื่อขอความร่วมมือกับผู้ดำเนินรายการ(ดีเจ)ใช้วิจารณญาณในการออกอากาศที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและให้มีสำนึก รักชาติสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ควรจัดรายการสร้างสรรค์สามัคคีคนในชาติ โดยมีเจ้าของคลื่นหรือดีเจ จำนวน 50 คน จากรายชื่อวิทยุชุมชนทั้งหมดกว่า 110 แห่งในพิษณุโลก
พล.ต.บรรยงค์ สิรสุนทร รอง ผอ.รมน.จว.พิษณุโลก กล่าวว่า ผลจากการชุมนุมทางการเมืองกระทบต่อความเป็นอยู่ชีวิตความของคนไทย เศรษฐกิจของประเทศกระทบไปหมดไม่เว้นด้านการท่องเที่ยว ขณะที่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมที่เมืองพิษณุโลกเรียกว่า เงียบสนิท
ทั้งนี้ จากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ที่ดูแลกิจการโทรคมนาคม รายงานว่า วิทยุชุมชนเกือบ 100 คลื่น ออกอากาศโดยให้วาจายั่วยุ ทำให้เกิดความรุนแรง และหมิ่นสถาบัน ทั้งที่ประกาศสภาวะฉุกเฉิน ดังนั้นทาง กอ รมม . พิษณุโลก ไม่อยากเห็นการบิดเบือนข่าวสารจนนำไปสู่การล้มล้างสถาบัน
"วันฉัตรมงคลเมื่อวานนี้ อยากเห็นให้คนไทย เลิกทะเลาะกัน แต่คนเสื้อแดงก็ยังไม่มีข้อยุติ คนในชาติไทยกำลังทะเลาะกันเวลานี้ ประเทศที่กำลังพัฒนาต่างดูถูกประเทศไทยว่า ป่าเถื่อน ต่อสู้กันเอง ผมไม่อยากเห็นประเทศไทยกลับไปสู่ยุคสงครามเย็น"พล.ต.บรรยงค์ กล่าว
พล.ต.บรรยงค์ กล่าวอีกว่า สมัยปฏิวัติ ปี 2549 มีคลื่นวิทยุชุมชน 3,000 คลื่น( ภาคเหนือ 700 คลื่น) แต่ปัจจุบันพรวด เกือบ 7,000 คลื่น วันนี้ยอมรับว่าไม่มีกฎหมายจัดการคลื่นความถี่ ยังไม่มี พรบ . ควบคุม แต่ไม่ยืนยันว่า คลื่นทั้ง 6-7 พันคลื่นจะได้รับอนุมัติทุกคลื่นหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไม่พบรายชื่อของดีจี กลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ ซึ่งวิทยุชุมชนคนเสื้อแดง เป็นของกลุ่ม ”เจ๊ดอกไม้ ” ก่อตั้งคลื่น 96.00 เมกะเฮิรตซ์ ตั้งอยู่ ต.บึงพระ อ.เมืองพิษณุโลก หรือ “เรดช๊อป” โดยเปิดสถานีวิทยุชุมชนอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 4 กุมพันธ์ 2553
อีสานโพลเผยชาวอีสาน“วอน”รัฐอย่าใช้ความรุนแรง
ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน ( ECBER ) คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่นโดย นายประเสริฐ วิจิตรนพรัตน์ เปิดเผยผลวิจัยเรื่อง ความคิดเห็นของคนอีสานต่อการชุมนุมของคนเสื้อแดง โดยสำรวจจากกลุ่มตัวอย่าง คือประชาชนในภาคอีสาน จำนวน 605 ราย ใช้การสุ่มตัวอย่างแบบใช้วิจารณญาณ ( Judgmental Sampling ) เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์แบบพบตัวในเดือนพฤษภาคม 2553 กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ( 53.1% ) อายุ 40 - 49 ปี ( 27.4% ) การศึกษาอยู่ในระดับต่ำกว่าประถมศึกษา ( 37.3% )ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ( 25.7% ) รายได้ อยู่ในช่วง 5 , 001 - 10 , 000 บาท ( 34.6% )
ผลการสำรวจพบว่า ไม่เห็นด้วยกับผู้ชุมนุม และการใช้ความรุนแรงของรัฐ ความคิดเห็นต่อการชุมนุมของคนเสื้อแดง ณ เวลานี้ พบว่ากลุ่มตัวอย่างไม่เห็นด้วย( 56.9% ) เห็นด้วย ( 43.1% ) ความคิดเห็นต่อการที่รัฐบาลใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด/รุนแรง เพื่อสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดง พบว่า กลุ่มตัวอย่างไม่เห็นด้วย( 74.6% ) เห็นด้วย ( 25.4% )
การเจรจาคือทางออก วิธีการ หรือแนวทางการแก้ไข ที่เหมาะสมที่สุด เพื่อฝ่าวิกฤตความขัดแย้งในปัจจุบัน พบว่า กลุ่มตัวอย่างเห็นว่า - เจรจาหาข้อยุติร่วมกันเพื่อสร้างกฎเกณฑ์ที่สังคมยอมรับ ระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเพื่อหาทางเลือกที่ดีที่สุดและสังคมยอมรับได้ ( 39.9% ) - รองลงมาคือควรยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ /คืนอำนาจให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินมากที่สุด ( 38.1% ) - ดำเนินการสลายการชุมนุมขั้นเด็ดขาด ( 9.0% ) - ดำเนินการกับกลุ่มผู้ชุมนุมตามกฎหมาย แต่ต้องไม่ใช้ความรุนแรง ( 8.3% ) - จัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ หรือ รัฐบาลกลางมาบริหารประเทศ ( 4.0% ) และอื่นๆ ( 0.7% )



