
จนท.สุสานสึนามิทยอยลาออกระนาว
ผจก.ศูนย์บางมรวน-จนท.สึนามิ สุดทนตัดสินใจยื่นใบลาออกทิ้งสุสาน หลังโดนเบี้ยวเงินเดือน 388 ศพส่อเคว้งอดกลับบ้าน เตรียมรวบรวมข้อมูลฟ้อง ตร.ฐานฉ้อโกงทรัพย์ ส่วน จนท.การเงินชาวไอริช ร่อนหนังสือร้องทุกข์ถึง 43 ประเทศประจานไทยพฤษภาคมนี้ ผบช.สนว.ขอเวลาตรวจสอบ เผ
ส่อเค้าว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับศูนย์พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลและการส่งกลับ (THAI TSUNAMI VICTIM IDENTIFICATION-TTVI) จะไม่ได้ข้อยุติและกำลังจะลุกลามบานปลาย เมื่อ นิตินัย ศรสงคราม วัย 55 ปี ผู้จัดการสุสานบางมรวน หมู่ 4 ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อีก 9 คน ตัดสินใจยื่นใบลาออกกับต้นสังกัด คือ สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคมเป็นต้นไป ซึ่งอาจจะส่งผลให้งานพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลและการส่งกลับศพผู้เสียชีวิตจากพิบัติภัยสึนามิอีก 388 ศพไม่ได้รับการสานต่อ
นอกจากนี้ นิตินัยและเจ้าหน้าที่เหล่านี้ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลหลักฐานต่างๆ เพื่อเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ให้เอาผิดกับ สตช.ในข้อหาฉ้อโกงประชาชนอีกทางหนึ่งด้วย
ส่วนเจ้าหน้าที่อีก 10 คนที่เหลือส่วนใหญ่ประจำอยู่ที่กรุงเทพฯ กำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจว่า จะเลือกทางออกใดสำหรับกรณีที่เกิดขึ้น โดยส่วนใหญ่เกิดความลังเลใจที่จะอยู่ต่อ และบ้างก็ไม่ค่อยแน่ใจในอนาคตของศูนย์ทีทีวีไอ จากการพูดคุยพบว่าเกือบทั้งหมดน่าจะเลือกหนทางเดียวกับผู้จัดการสุสานบางมรวนและเพื่อนเจ้าหน้าที่ที่ยื่นใบลาออกไปแล้ว
นิตินัยและข้าราชการศูนย์ทีทีวีไอ 19 คน ไม่ได้รับเงินเดือนมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลานานถึง 6 เดือน คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 3.6 ล้านบาท จึงออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม โดยนิตินัยบอกว่าการกระทำของเขาถือเป็นการต่อสู้ที่ถูกต้องตามระบบและครรลองคลองธรรม ก่อนหน้านี้เขาและเจ้าหน้าที่ได้ร้องเรียนไปยังสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ (สนว.) ตามขั้นตอนและระเบียบราชการทุกอย่าง แต่กลับไม่มีผลคืบหน้าใดๆ เกิดขึ้น
ทั้งนี้ นิตินัย ยืนยันว่า สาเหตุที่ตัดสินใจลาออกไม่ได้มีแรงกดดันจากเรื่องเงินเดือนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากปัจจัยหลายๆ อย่างที่เผชิญมาตลอดตั้งแต่เข้ามาทำงานที่ศูนย์ทีทีวีไอ ทั้งเรื่องการเบิกจ่ายเงินบริจาคที่ไม่สุจริต การบริหารจัดการไม่เป็นระบบแบบแผน ซึ่งจะเห็นได้จากตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ศูนย์ทีทีวีไอไม่สามารถทำงานบรรลุวัตถุประสงค์ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากมีการสับเปลี่ยนเจ้าหน้าที่หลายชุด ทำให้ขาดความคล่องตัวและต่อเนื่องในการทำงาน ที่สำคัญผู้บริหารในแต่ละชุดไม่มีความมุ่งมั่นและขาดความสามารถในการทำงาน
"ผมก็ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดถึงต้องย้ายเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเดิม ที่ได้รับการอบรมจากต่างชาติตั้งแต่เกิดสึนามิใหม่ๆ คนเหล่านี้มีความรู้ ความสามารถ แต่ย้ายกลับต้นสังกัดเดิม ความรู้เหล่านั้นก็สูญเปล่า จะเห็นได้ชัดว่า 2-3 ปีหลัง ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากสึนามิยังอยู่เท่าเดิม ไม่ลดลงเลย พอผู้บริหารมีปัญหาก็ย้ายไป แต่ระดับผู้ปฏิบัติงานที่มีความสามารถได้รับการอบรมมาแล้วอย่างดีจะย้ายเขาไปทำไม" นิตินัย กล่าว
ผู้จัดการสุสานบางมรวน มองด้วยว่า ความล้มเหลวของการบริหารศูนย์พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลและการส่งกลับ สะท้อนออกมาจากความไม่พยายามจัดการศพที่เหลืออย่างจริงจัง เช่น จำนวนศพที่พิสูจน์ได้แล้วแต่ไม่มีผู้มารับ อย่างกรณีศพที่พิสูจน์ได้แล้วว่าเป็นชาวพม่า แต่ชื่อไม่ตรงกับสำเนาทะเบียนบ้านของพม่าเลยไม่มีคนมารับ ปัจจุบันยังอยู่ในตู้คอนเทรนเนอร์ ก็น่าจะจัดการเผาเสีย จะได้ไม่ต้องมาเสียค่าใช้จ่าย ด้วยการหาคนกลางหรือจะเป็นทูตพม่าหรือใครก็ได้มาลงนามจัดการเรื่องนี้ร่วมกัน
ตรงกันข้ามผู้บริหารกลับไม่มีความกระตือรือร้น เช่น ศพที่เหลืออีก 388 ศพน่าจะนำข้อมูลมาเผยแพร่ให้ประชาชนที่สูญเสียได้รับทราบว่า ศพนี้พบเจอที่ไหน สวมใส่เสื้อผ้าสีอะไร มีเครื่องประดับอะไรติดตัวมาบ้าง อย่างน้อยจะได้เป็นช่องทางสืบค้นต่อไป
ก่อนที่นิตินัยจะยื่นใบลาออกและเตรียมแจ้งความเอาผิดกับ สตช.นั้น เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา เขาและเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้กับ พ.ต.ท.นิพนธ์ ญาณไพศาล พนักงานสอบสวน สภ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ถึงเรื่องที่ สตช.ไม่จ่ายเงินเดือนให้เจ้าหน้าที่สุสานสึนามิไว้เป็นหลักฐาน รวมถึงแจ้งความจำนงที่จะทำงานไปจนถึงวันที่ 31 มีนาคมนี้เท่านั้น
วันธนี ทรัพย์นอง เจ้าหน้าที่ศูนย์ทีทีวีไอ ส่วนแยกพังงา หนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่ยื่นใบลาออก บอกว่า ตัดสินใจลาออกพร้อมกับเพื่อนๆ เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เนื่องจาก สตช.ไม่มีท่าทีที่ชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไรกับศูนย์พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลและการส่งกลับ รวมถึงกับเจ้าหน้าที่ทั้งหมด
"คนเราต้องมีค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ไหนจะค่าผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ต่างๆ นานาจิปาถะ แต่ สตช.ก็ยังนิ่งเฉย ไม่สนใจว่าเราจะอยู่จะกินกันอย่างไร เห็นเราเป็นเพียงแค่ลูกจ้างตัวเล็กๆ เท่านั้น" วันธนี ระบายความอัดอั้น
วันธนีคือหนึ่งในลูกจ้างหญิงที่ต้องออกไปหาลำไพ่พิเศษ ด้วยการไปรับจ้างรำวงตามงานวัด เพื่อหารายได้มาประทังชีวิตให้ตัวเองและครอบครัว นับตั้งแต่ไม่ได้รับเงินเดือนตั้งแต่เมื่อ 6 เดือนก่อน แต่ถึงกระนั้นรายได้คืนละ 300 บาทก็แทบจะไม่พอเพียงสำหรับครอบครัวของเธอ อย่างดีก็แค่ซื้อหาอาหารประทังชีวิตไปวันๆ เท่านั้น
เช่นเดียวกับ จุฑาทิพย์ ชุมพล เจ้าหน้าที่อีกคนที่ได้ยื่นใบลาออกไปแล้วเช่นกัน เธอบอกว่าได้รับความเดือดร้อนมาก เพราะไม่มีรายได้มาเลี้ยงดูครอบครัวเป็นเวลานานติดต่อกัน 6 เดือนแล้ว ท้ายที่สุดก็ต้องออกไปรับจ้างรำวงตามวัดพร้อมกับวันธนี
"ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้วที่ สตช.ไม่ยอมจ่ายเงินเดือนให้พนักงาน ฉันก็เข้าใจว่าคงเหมือนครั้งก่อน แค่ 2 เดือน แต่นี่มันนานเกินไป แล้วก็ไม่มีคำตอบใดๆ ให้พวกเราเลย จึงตัดสินใจลาออกไปหางานใหม่ทำดีกว่า ไม่ต้องมาพะวงกับงานหรือหน้าที่ที่ค้ำคอเราอยู่ โดยไม่รู้อนาคตเช่นนี้" จุฑาทิพย์ กล่าวทิ้งท้าย
ด้าน พล.ต.ท.ดนัยธร วงศ์ไทย ผบช.สนว.เปิดเผยว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องการลาออกของเจ้าหน้าที่สุสานบางมรวนจากใครเลย ต้องขอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน อย่าเพิ่งด่วนสรุป อาจจะเป็นการเข้าใจผิดกันก็ได้ หรือไม่การลาออกของเจ้าหน้าที่เหล่านี้ อาจจะมาจากการไม่ได้รับการต่อสัญญาก็เป็นได้ ตอนนี้ยังไม่ทราบรายละเอียด ขอตรวจสอบในรายละเอียดก่อน ทั้งเรื่องการยื่นใบลาออก หรือแม้แต่เรื่องไม่รับเงินค่าจ้าง
การเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ศูนย์ทีทีวีไอไม่ได้ยุติอยู่เพียงแค่นี้ เนื่องจาก แพททริค แทสเลย์ เจ้าหน้าที่การเงินชาวไอร์แลนด์ เตรียมทำหนังสือร้องทุกไปยัง 43 ประเทศที่จะเข้าร่วมงานดีวีไอสากล (DISASTER VICTIM IDENTIFICATION-DVI) ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนพฤษภาคมนี้ด้วย โดยหนังสือร้องเรียนนี้จะเริ่มทยอยส่งให้ทูตแต่ละประเทศตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคมนี้เป็นต้นไป



