ข่าว

ปชป.ชื่นมื่นโรดแม็พ"ชวน-บัญญัติ"หนุน

ปชป.ชื่นมื่นโรดแม็พ"ชวน-บัญญัติ"หนุน

06 พ.ค. 2553

ปชป.ชื่นมื่น มติเฮรับ “โรดแมป” ด้าน“ชวน-บัญญัติ” จับมือ หนุน“มาร์ค”เสียงแข็งปิดเกมเจรจา ถ้า“นปช.”เมิน“โรดแม็ป” ลั่น “ไม่ยุบสภา” หากยังฝื่นชุมนุม ฝันบุกอีสานพิสูจน์สมานฉันท์จริง เผย เตรียมเชิญ “เสื้อหลากสี-ภาคประชาชน” มาแจง ข้อข้องใจ

(6พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการประชุมส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โดยนายชุมพล กาญจนะ ส.ส.สุราษฎร์ธานี ประธานส.ส.พรรคเป็นประธานในที่ประชุม โดยมีรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค และรัฐมนตรีของพรรค โดยใช้เวลาการหารือนานกว่า 1 ชั่วโมง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะเลขาธิการพรรค ไม่เข้าร่วมประชุม โดยอ้างว่าต้องเป็นประธานประชุมศอฉ.ร่วมกับผู้บัญชาการเหล่าทัพ ที่กรมทหารราบ 11 รักษาพระองค์ แต่เมื่อเสร็จสิ้นประชุมพรรคแล้ว ไม่เกิน 10 นาทีนายสุเทพก็เดินทางมาถึงรัฐสภา และปฏิเสธให้สัมภาษณ์ใดๆกับผู้สื่อข่าว โดยกล่าวเพียงสั้นๆว่า“ผมขอไปตอบกระทู้ก่อน” ขณะที่นายชวนได้ให้สัมภาษษณ์ภายหลังการประชุมว่า “ไม่มีปัญหาอะไร”

 จากนั้นเวลา 09.50 น. นพ.บุรณัชย์  สมุทรักษ์  โฆษกพรรคประชาธิปัตย์  แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมได้แสดงความเห็นอย่าง กว้างขวางเกี่ยวกับแผนโรดแมปที่นายกรัฐมนตรีเสนอ โดยมีความเห็นว่าสนับสนุนแนวทางของนายกฯ ในการเดินหน้าปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปการเมือง รักษาสถาบันสูงสุด ให้ความเป็นธรรมกับประชาชน และผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ความรุนแรง รวมถึงสะสาง และสร้างความมั่นคงในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยพรรคสนับสนุนกรอบการกำหนดการเลือกตั้งอย่างเต็มที่ ซึ่งพรรคได้เชื่อมั่นในตัวนายกฯ ว่าเป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ได้เป็นนายกฯ เฉพาะคนที่เห็นด้วยกับพรรคประชาธิปัตย์ โดยเสียสละในวาระของรัฐบาลเพื่อยุติความรุนแรงและการสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น

 ขณะนี้จึงต้องรอคำตอบจากกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อที่จะคืนพื้นที่โดยเร็วที่สุด และหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า เพราะหากมีการปิดถนนก็จะเป็นอุปสรรคไม่สามารถทำให้กระบวนการปรองดองเดินหน้าไปได้ ซึ่งหากเป็นเช่นอย่างนั้น ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะพูดเรื่องการยุบสภา จึงอยากให้ผู้ชุมนุมแสดงความจริงใจ ในการเข้าร่วมกระบวนการปรองดอง

 ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้มีการเปิดให้สมาชิกแสดงความคิดเห็น โดยนายชวนได้ยืนยันว่า ได้หารือกับนายอภิสิทธิ์มาโดยตลอดและบอกว่า ที่ผ่านมาได้แสดงความเห็นชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับการยุบสภาในกรอบ 9 เดือน ที่เสนอในรอบแรก เพราะปัญหาวิกฤตทางการเมืองไม่ได้มาจากการทำงานของรัฐสภา แต่มาจากการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุม แต่ก็เห็นว่าการที่นายกฯ แสดงวุฒิภาวะในการหารือกับทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการสูญเสีย ยอมสละเวลาในการดำรงตำแหน่ง ก็ถือว่าเป็นการยอมสละในทางการเมือง ในฐานะเป็นแกนนำรัฐบาล เพื่อให้สังคมก้าวข้ามความขัดแย้ง โดยนายชวนได้ยืนยันการตัดสินใจ และสนับสนุนแนวทางการสร้างกระบวนการสมานฉันท์ของนายกฯ  โดยทางพรรคจะต้องมีหน้าที่ชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ

 ด้านนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงถึงหลักคิดการนำเสนอ
โรดแมปว่าเพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรง และนายกฯมีเรื่องที่จะต้องพิจารณา 2 ส่วน คือ 1.เรื่องของกฎหมายและความมั่นคง  2.ปัญหาการเมือง โดยในเรื่องแรกได้มีประชาชนซักถามในหลายส่วน ซึ่งนายกฯ บอกว่ามีอยู่สองส่วนที่ต้องแยกออกมาคือปัญหาเรื่องการก่อการร้ายและคดีล้มเจ้า ที่ประชาชนแสดงความเห็นว่ารัฐบาลและพรรคประชาธิปัตย์จะไปเจรจาสมานฉันท์กับผู้ก่อการร้ายและพวกล้มเจ้า ซึ่งนายกฯ ได้บอกว่าทั้งสองคดี ทางดีเอสไอได้รับเข้าเป็นคดีพิเศษแล้ว โดยได้มีการจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องและมีการขยายผลไปมาก ซึ่งบุคคลที่มีรายชื่ออยู่ในแผนผังศอฉ. ที่โยงใยขบวนการล้มเจ้า ก็ได้มีการขยายผล

 รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวว่า  แต่เมื่อได้เรียกบางคนมาซักถาม ก็อาจจะไม่มีความผิดก็ได้ แต่ถ้าพบว่าเกี่ยวข้องก็ต้องดำเนินการ ซึ่งนายกฯ ยืนยันว่าคดีพวกนี้จะไม่มีการนิรโทษกรรมโดยเด็ดขาด เพราะก่อนหน้านั้น เวลามีความรุนแรงอะไรเกิดขึ้น ฝ่ายรัฐบาลจะมีการนิรโทษกรรมเพราะในสมัยก่อนมีความห่วงใยเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ครั้งนี้นายกฯ บอกว่าทั้งรัฐบาล กองทัพ และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ทั้งใจว่ารัฐบาลและฝ่ายรัฐไม่ผิด

 ดังนั้นจึงจะไม่มีการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ทุกอย่างต้องต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ข้อห่วงใยที่ว่ารัฐบาลจะไปเกี๊ยเซี๊ยะกับผู้ก่อการร้ายหรือคดีล้มเจ้า จึงไม่เป็นความจริงและต้องย้ำว่าหลังจากนี้แล้วแกนนำที่ถูกหมายในคดีต่างๆ จะต้องเข้ามามอบตัว ไม่อย่างนั้น เจ้าหน้าที่ก็ต้องจับกุม

 นพ.วรงค์ กล่าวว่า ในส่วนที่ 2 คือปัญหาเรื่องการเมือง นายกฯได้ชี้แจงว่าโรดแมปจะสามารถคลี่คลายปัญหาเรื่องกติกา ความปรองดอง จนนำไปสู่การยุบสภาเลือกตั้งใหม่ได้ ส่วนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญพรรคขอยืนยันว่าได้มีมติมอบให้นายกฯ และนายสุเทพไปเจรจากับพรรคร่วมแล้ว ดังนั้น ข้อกล่าวหาที่ว่าแกนนำของพรรคประชาธิปัตย์ต้องมาคุยในเรื่องนี้อีกครั้ง จึงไม่เป็นความจริง เพราะมีคำตอบอยู่แล้ว

 “ส่วนคำถามที่ว่าจะยุบสภาเมื่อใด นายกฯ ได้ยืนยัว่า ไม่มีเหตุผลที่ต้องตอบ เพราะแกนนำนปช. น่าจะบวกลบได้อีกครั้ง ทีมโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา ก็ได้บอกชัดแล้วว่าจะอยู่ในช่วง 15-30 ก.ย. ดังนั้น การที่แกนนำนปช.บอกว่าให้นายกฯ บอกวันยุบสภามาให้ชัด นายกฯก็บอกว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องตอบ แต่ก็ย้ำว่าถ้าแกนนำนปช.บอกว่าจะยังชุมนุมต่อไป นายกฯ ก็มีสิทธิ์ที่จะไม่ยุบสภาได้” นพ.วรงค์ กล่าว

 รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวว่า นายกฯ ได้ประกาศชัดว่าโรดแมปที่มีขึ้น จะมีการเชิญชวนทุกภาคส่วนมารวมหารือ เพราะโรดแมปนี้ไม่ได้เป็นการต่อรองระหว่างรัฐบาลและแกนนำนปช. อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมหารือ ดังนั้น ถ้ากลุ่มคนเสื้อแดงไม่รับ นายกฯ ก็บอกว่าจะไม่เจรจาอีกต่อไป เพราะคำตอบเหล่านี้มีความชัดเจนอยู่ในตัว โดยใน 1-2 วันนี้ นายกฯ จะเชิญทุกภาคส่วนมาร่วมหารือ เช่น กลุ่มคนหลากสี ภาคประชาชน เพื่อทำความเข้าใจกับข้อที่ไม่เข้าใจของประชาชน

 “ส่วนกรณีของนายชวน ในการประชุมครั้งนี้ นายชวนได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่าหลักคิดของนายชวนคือต้องการให้ประเทศเป็นนิติรัฐ ไม่เห็นด้วยกับการข่มขู่ แต่หลังที่นายกฯ ได้ชี้แจง นายชวนก็บอกว่าท่านเข้าใจนายกฯ และเคารพการตัดสินใจของนายก ดดยเชื่อว่านายกฯจะทำความเข้าใจกับประชาชนเหมือนกับที่ทำความเข้าใจกับส.ส.พรรค จึงไม่มีข้อขัดแย้ง ทั้งนี้ ในช่วงสุดท้ายนายบัญญัติ ได้แสกงความเห็นว่าเชื่อมั่นในตัวนายกฯ ว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะฟันฝ่าวิกฤตได้ แต่อยากให้การประกาศโรดแมปสามารถปฏิบัติได้ พร้อมกับเสนอแนวคิดว่าหลังจากปัญหาคลี่คลาย รัฐบาลและส่วนที่เกี่ยวข้องน่าจะไปเยี่ยมพื้นที่อีสาน เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าวันนี้สังคมได้มีความปรองดองแล้ว และในที่สุดนายชุมพล ได้มติที่ประชุม โดยที่ประชุมไม่ขัดข้องและเห็นด้วยกับการที่นายกฯ ประกาศโรดแมปนำความปรองดองสู่ชาติ “ นพ.วรงค์ กล่าว