
ศอฉ.สั่งสกัดย้ายอาวุธออกจากราชประสงค์
โฆษกศอฉ.กร้าวนปช.ไม่มีสิทธิต่อรอง"ชี้"นายกฯประกาศเลือกตั้ง 14 พ.ย.เป็นคำมั่นคนไทยทั้งชาติ อัด นปช.เมินหาทางออกร่วม ใช้คำพูดนายกฯบิดเบือนอ้างรับชัยชนะ ศอฉ.สั่งเพิ่มด่านรอบราชประสงค์กั้นอาวุธสงครามออกนอกพื้นที่ ระบุแม้ยุติชุมนุมใครทำผิดต้องถูกดำเนินตามกฎห
(6พ.ค.) เวลา 10.30 น. กรมทหารราบที่ 11 รอ. พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แถลงข่าวภายหลังการประชุม ศอฉ. เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ผ่านมา โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และในฐานะผอ.ศอฉ. เป็นประธานในการประชุม โดยที่ประชุมได้พูดถึงใน 2 ประเด็น คือ ประเด็นแรกเกี่ยวกับยอดผู้ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยเมื่อคืนวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีประมาณอยู่ที่ 9,000-10,000 คน และตอนเช้าเหลือประมาณ 5,000 คน ซึ่งการที่ยอดลดลงเป็นการกดดันแกนนำผู้ชุมนุม หากไม่ยุติการชุมนุมในอนาคตวันข้องหน้า เมื่อปฏิบัติภารกิจก็แยกได้ชัดว่าใครมีหมายจับหรือไม่มี ส่วนกลุ่มฮาร์ดคอร์ ศอฉ. มีตัวเลขชัดเจนแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ประเด็นที่สอง คือ ขณะนี้สิ่งที่ทหารและตำรวจของศอฉ.ดำเนินการอย่างเต็มที่ คือ การกระจายกำลังออกเป็นด่านย่อย จากด่านใหญ่ที่มีอยู่ 6 ด่าน รอบพื้นที่ราชประสงค์ มีการกระจายกำลังเป็นด่านย่อย เพื่อป้องกันไม่ให้นำอาวุธสงครามออกนอกพื้นที่ ที่ผ่านมาศอฉ. ยืนยันตลอดว่าบริเวณพื้นที่ชุมนุมมีการเก็บอาวุธสงครามไว้จำนวนหนึ่ง และมีกลุ่มผู้ก่อการร้ายพร้อมที่จะสร้างสถานการณ์ได้ตลอด ดังนั้น การตั้งด่านลอย ตั้งด่านย่อย เพื่อป้องกันสกัดกั้นไม่ให้นำอาวุธสงครามออกนอกพื้นที่ เพื่อประโยชน์ต่อการทำงานในอนาคตข้างหน้า
ที่ผ่านมากลุ่มผู้ชุมนุมมีโอกาสรับข้อมูลข่าวสารจากภายนอกน้อย ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลจากแกนนำบนเวทีที่เป็นผู้ให้ข้อมูลศอฉ.จึงพยายามส่งเอสเอ็มเอสทางโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้รู้ว่าพื้นที่นั้นไม่ปลอดภัย และอยากเชิญชวนผู้ชุมนุมที่ออกมาเรียกร้องให้ออกนอกพื้นที่ ซึ่งนายกฯประกาศชัดเจนแล้วว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งการที่นายกฯประกาศแผนปรองดอง 5 ข้อ เป็นการประกาศกับคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่เฉพาะนปช.
ดังนั้นนปช.ไม่มีทางเลือกมากนัก ไม่มีสิทธิมาต่อรองใด ๆ ทั้งสิ้น ในแผน 5 ประการที่ประกาศไป ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สลายการชุมนุม เรื่องการแก้ปัญหาของรัฐบาลว่าไปตามการแก้ปัญหาของรัฐบาล ส่วนศอฉ. มีความจำเป็นที่ต้องรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาเรื่องการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย ซึ่งมีการก่อการร้ายเข้าไปปะปน ดังนั้น ไม่เกี่ยวข้องกัน
“แผน 5 ข้อไม่ใช่เราจะไม่ดำเนินการอะไรต่อไป ขณะนี้ ศอฉ.กำลังดำเนินการอยู่ จึงได้ตั้งด่านลอยขึ้นมาเพิ่มเติม ทั้งนี้ จากการตรวจสอบอาวุธสงครามในพื้นที่ชุมนุม ส่วนหนึ่งมีอาวุธสงครามที่ยึดไปจากเจ้าหน้าที่ทั้งระเบิดและปืนอาก้า ซึ่งก่อนหน้านี้เราจับกุมได้ในนอกพื้นที่ชุมนุม แต่ภายในพื้นที่ชุมนุมมีอาวุธสงครามอีกส่วนหนึ่ง โดยที่ผ่านมาอาวุธปืนที่ยึดไปจากทหารตำรวจในช่วงการปฏิบัติงานที่ผ่านมา เป็นที่ประจักษ์ว่าแกนนำนปช.นำไปแสดงบนเวทีและขณะนี้ยังไม่มีการนำมาคืน ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงแนวทาง 5 ข้อ โดยพยายามเลือกสิ่งที่เหมาะสมสร้างบรรยากาศปรองดองของคนไทยทั้งชาติ ไม่พูดเฉพาะนปช.ส่วนจะตอบรับหรือไม่เป็นเรื่องของนปช.แต่ดูแล้วเป็นการเล่นคำของนปช นายกรัฐมนตรีมีความชัดเจน แต่นปช.พยายามพูดเพิ่มเรื่องการยุบสภาว่าจะให้นายกฯกำหนดวันนั้นวันนี้ พยายามใช้คำเป็นวาทะลักษณะได้รับชัยชนะ สังคมดูออกว่าใครมีแนวทางแก้ไขปัญหาหรือใครที่พยายามหาจุดมาขยายเป็นเรื่องชัยชนะเป็นวาทะกรรม”โฆษกศอฉ.กล่าว
ศอฉ.ได้เรียนให้นายสุเทพ ทราบถึงกรณีที่นปช.มีข้อต่อรองให้มีการถอนกำลังทหารออกนอกพื้นที่ก่อนยกเลิกการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งความจริงเป็นอำนาจของรัฐบาล แต่ศอฉ.เสนอไปแล้วว่าไม่มีความเหมาะสมที่จะดำเนินการก่อน เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากผู้ชุมนุมก่อนที่ชุมนุมผิดกฎหมาย จึงประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงและพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตามมา ดังนั้น การแก้ปัญหาอย่าไปทำสวนทาง ต้องแก้ปัญหาจากจุดเริ่มต้นของปัญหา นปช.ไม่มีอะไรต้องต่อรอง และไม่ใช่เรื่องที่จะมาต่อรองนปช.จะรับไม่รับแล้วแต่นปช.แต่ศอฉ.ต้องดำเนินการต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า การสลายการชุมนุมต้องรอพิจารณาความเหมาะสมหลังเสร็จงานมหามงคล พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงงานมหามงคลคงมีเวลาอีก 3 - 4 วัน ช่วงนี้คงไม่มีอะไร แต่การตั้งด่าน 6 ด่านที่แข็งแรง และมีด่านลอย ด่านย่อย เพื่อป้องกันสกัดกั้นอาวุธสงครามออกนอกพื้นที่ แต่หลังจบงานแล้วค่อยว่ากันอีกที ทั้งนี้การดึงมวลชนออกนอกพื้นที่มีหลายวิธี ไม่เพียงเฉพาะการส่งเอสเอ็มเอสเท่านั้น ซึ่งเห็นว่าหากนปช.ยุติการชุมนุมจากจำนวนที่เราจับได้และยึดอาวุธมาได้มีการสืบสวนสอบสวนและมีโครงข่ายชัดเจน เมื่อยุติการชุมนุมก็สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ เรื่องสลายการชุมนุมตอบไม่ได้ แต่เจ้าหน้าที่พยายามกระชับวงล้อมไว้ ขณะนี้สามารถจับบุคคลและอาวุธปืน 10 - 20 คนต่อวัน ซึ่งให้ตำรวจมารับทราบ แต่รายใหญ่ไม่มีเหมือนที่ผ่านมา



