ข่าว

ภัยใกล้ตัวจากธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

ภัยใกล้ตัวจากธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

06 พ.ค. 2553

ทุกวันนี้มีการนำเอาเทคนิคทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในชีวิตประจำวันของมนุษย์มากขึ้นและก็เป็นที่แน่นอนว่ากิจกรรมที่สนับสนุนโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์นั้นย่อมให้ทั้งคุณและโทษแก่มวลมนุษย์เพราะโลกนี้อยู่บนกฎแห่งการตายตัว คือ ในชั่วก็มีดี ในดีก็มีชั่วเป็นเรื่องธรรมดา

 เทคนิคทางอิเล็กทรอนิกส์อย่างหนึ่งที่มาช่วยเราทำธุรกรรมในเรื่องการเงินก็คือ "บัตรเครดิต" ซึ่งออกโดยองค์กรหลายองค์กรแต่ส่วนมากเกี่ยวกับธนาคาร คงทราบกันอยู่ทั่วไปว่าบัตรเครดิตนั้นอำนวยความสะดวกในการจับจ่ายใช้สอยได้หลายอย่างไม่ต้องพกพาเงินสดติดตัวไปคราวละมากๆ แต่อันตรายที่แฝงเข้ามาก็มีอยู่หลายทาง

 อันตรายสิ่งแรกเกิดจากบุคคลภายนอกที่ปลอมแปลงบัตรด้วยวิธีการก้าวหน้าต่างๆ แล้วนำไปจับจ่ายใช้สอยโดยเจ้าของบัตรไม่รู้เรื่อง แต่ถึงบัตรนี้ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเจ้าของบัตรไม่ได้ใช้ทางธนาคารหรือบริษัทที่ออกบัตรก็จะรับผิดชอบแต่ก็จะยุ่งยากไม่ใช่น้อย

 แต่อันตรายที่แฝงเข้ามาและเกิดจากตัวเจ้าของบัตรเองนั้นก็มีอยู่ ประการแรกคือความมักง่ายของเจ้าของบัตรมอบบัตรให้ผู้อื่นใช้แต่อันตรายที่สำคัญนั้นเกิดจากเจ้าของบัตรเองที่ควบคุมกิเลสของตนเองไม่อยู่เห็นสิ่งใดก็ซื้อหาก็จับจ่ายโดยไม่จำเป็นและโดยไม่รู้ตัวเพราะไม่ต้องนับธนบัตรเวลาจับจ่าย ทำให้เกิดเหตุหนี้สินล้นพ้นตัวถูกไล่ทวงไล่ถามไม่เป็นอันทำมาหากิน และบางคนไม่ทราบว่าการผิดนัดจ่ายเงินตามบัตรเครดิตนั้นดอกเบี้ยมหาโหดจริงๆ และถูกกฎหมายด้วย

 อีกสิ่งหนึ่งที่เราคุ้นเคยกันในยุคอิเล็กทรอนิกส์นี้คือ "บัตรเอทีเอ็ม" ซึ่งสามารถใช้ถอนเงินตามบัญชีของตนจากตู้เอทีเอ็มต่างๆ ที่มีอยู่ทั่วไปทั่วประเทศไทยได้ตลอด 24 ชั่วโมง สะดวกดีแท้ๆ แต่อันตรายก็มีมากเช่นกัน

 อันตรายจากการใช้บัตรเอทีเอ็มประการแรกก็เกิดโดยเจ้าของบัตรเช่นเดียวกัน เช่น มักจดเลขรหัสแล้วหลงลืมไว้ในที่ที่คนอื่นจะรู้เห็นได้ซึ่งเกิดเหตุบ่อยๆ ในหมู่ผู้สูงอายุซึ่งต้องอาศัยคนดูแล เคราะห์หามยามซวยก็มีผู้ขโมยบัตรเอทีเอ็มไปใช้

 แต่ที่แสบมากกว่านั้นก็คือเงินของเราจากบัญชีธนาคารถูกดูดออกไปโดยพวกมิจฉาชีพและเจ้าของบัตรไม่รู้ตัว กล่าวกันว่ามิจฉาชีพเหล่านี้ทำงานกันเป็นขบวนการมีเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ที่เล็กๆ ติดไว้ตามช่องสอดบัตรเพื่อดักดูรหัสของบัตรแล้วไปทำบัตรปลอม ผู้คนที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพเหล่านี้บางคนรับเงินเดือนค่าจ้างผ่านระบบธนาคาร โจรพวกนี้ตัดหน้าขโมยเงินจากตู้ไปก่อนจนเจ้าของบัตรไม่มีจะกิน

 เท่าที่เล่ามาแต่ต้นนั้นเป็นภัยใกล้ตัวแบบพื้นๆ ที่ชาวบ้านประสบอยู่แทบทุกวัน แต่ยังมีภัยทางการเงินที่สลับซับซ้อนยิ่งกว่านั้น เช่น ตามที่มีข่าวว่ามิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินไปเข้าบัญชีเพื่อแลกเปลี่ยนกับบางสิ่งบางอย่างซึ่งส่วนมากเป็นลาภอันมิควรได้แล้วต้องสูญเงินไป และยังมีอีกหลายกรณีที่เล่าไม่ได้เพราะหน้ากระดาษไม่อำนวย

 อันที่จริงธนาคารหรือบริษัทที่เกี่ยวข้องก็ได้กำไรจากการทำธุรกรรมทางการเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ปีละมากมายเป็นพันล้าน หมื่นล้านบาทน่าจะเฉือนกำไรส่วนหนึ่งมาทำการวิจัยเพื่อต่อต้านอาชญากรรมทางการเงินเหล่านี้ให้มากขึ้นก็คงจะช่วยลดปัญหาลงได้บ้าง

 แต่ในสังคมทุกวันนี้ดูเหมือนทุกเรื่องชาวบ้านต้องช่วยตัวเองไปก่อน ฉะนั้นไม่มีอะไรดีกว่าการระมัดระวังตัวเอง และอย่าได้กระทำสิ่งใดที่ตนไม่รู้ไม่เข้าใจทั้งหมดเพียงเพื่อสนองกิเลสของตนก็คงจะพออยู่กันไปได้

 นายหนูใหญ่     
[email protected]