
เสื้อแดงยังแสร้งแรงฤทธิ์
แผนปรองดอง หรือโรดแม็พของนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพื่อหวังยุติการชุมนุมของกลุ่ม นปช. เสื้อแดงกลางสี่แยกราชประสงค์ หลังจากสร้างความเสียหายต่อการค้า เศรษฐกิจ การเมือง และภาพลักษณ์ของประเทศ ความขัดแย้งของประชาชน
และนำไปสู่วิกฤติปะทะกันกลางเมือง ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ได้นำไปสู่ความคิดและข้อวิจารณ์มากมาย โดยเฉพาะการเรียกร้องจากประชาชนไม่ให้อ่อนข้อต่อแกนนำ ในประเด็นข้อหาร้ายแรง หรือการนิรโทษกรรม ด้านหนึ่งแผนสร้างความปรองดองได้สร้างความผิดหวังให้ประชาชน ซึ่งต้องการให้รัฐบาลให้อำนาจเพื่อรักษาระบบนิติรัฐ การบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะการเป็นกบฏก่อการร้าย มีกองกำลังอาวุธสงครามไว้ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ การประกาศจัดตั้งรัฐไทยใหม่ และเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของประเทศ และเจ้าหน้าที่ผู้สอบสวน เขียนสำนวน ต้องมั่นใจว่าต้องสามารถคุมขังแกนนำตามหมายจับให้เต็มที่ โดยไม่ปล่อยให้ลอยนวล รอการพิจารณาของสถาบันศาล
ได้มีผลสำรวจจากเอแบคเรียลไทม์โพลล์ ที่เป็นการสำรวจทางโทรศัพท์จำนวน 1,123 ครัวเรือน หลังทราบข่าวกลุ่ม นปช.รับแนวทางสร้างความปรองดอง 5 ข้อ พบว่า ร้อยละ 60.5 ค่อนข้างเห็นด้วยถึงเห็นด้วยอย่างยิ่ง ต่อแนวทางสร้างความปรองดอง 5 ข้อของนายกฯ อภิสิทธิ์ ซึ่งส่วนใหญ่เชื่อมั่นต่อแนวทางดังกล่าว โดยเฉพาะเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และการที่คณะกรรมการอิสระมาตรวจสอบข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ต่างๆ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 55.6 เห็นว่า การเลือกตั้งในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน เป็นเวลาที่เหมาะสมแล้ว แต่ร้อยละ 16.1 นั้นมองว่า ช้าเกินไป และร้อยละ 28.3 มองว่าเร็วเกินไปทางด้านพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้ยืนยันว่า พรรคพร้อมร่วมมือกับทุกฝ่าย เพื่อเดินหน้ากระบวนการสร้างความปรองดองตามแผนปฏิรูปทางการเมืองทั้งระบบ หรือโรดแม็พ 5 ข้อของนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ไขปัญหาวิกฤติความขัดแย้งในขณะนี้ โดยเฉพาะในช่วงบรมราชาภิเษก 60 ปี ที่ทุกฝ่ายจะร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดีด้วย เพื่อรักษาสถาบันสูงสุดของประเทศไว้
นอกจากนั้น นายกรัฐมนตรีมีกำหนดเวลาที่จะประกาศยุบสภาไว้ในใจแล้ว ที่คาดว่าจะเป็นช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 14-30 กันยายน ซึ่งจะมีการจัดทำงบประมาณแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงเสร็จแล้ว ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤศจิกายน ซึ่งจะเป็นไปตามกรอบชัดเจนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด โดยจะมีการประสานไปยัง กกต.เพื่อกำหนดวาระเลือกตั้งในช่วงเวลาดังกล่าว พร้อมยืนยันไม่ใช่เป็นการชิงความได้เปรียบทางการเมือง นอกจากนี้โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังยืนยันว่า ไม่มีความขัดแย้งกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคกับนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีการหารือกันมาโดยตลอด ทั้งนี้เห็นว่า การมีความคิดเห็นที่หลากหลายภายในพรรคเป็นเรื่องปกติ ซึ่งสมาชิกพรรคต่างเห็นด้วยกับแนวทางการแก้ไขปัญหาของนายกรัฐมนตรี โดยจะมีการประชุมเพื่อหารือในเรื่องดังกล่าวภายในพรรคอีกครั้ง
แต่แกนนำคนเสื้อแดงเกือบ 30 คน ตอบรับแนวทางของนายกรัฐมนตรี แต่ที่ยังไม่ยุติการชุมนุม เพราะยังมีปัญหา 2 ส่วน คือต้องการความชัดเจนด้วยการเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีพูดว่าจะมีการยุบสภาจริงในวันที่เท่าใด และยอมรับว่า มีปัญหากับการอธิบายให้ผู้ชุมนุมบางส่วนเข้าใจ แต่มีแกนนำบางรายประกาศจะชุมนุมต่อไป เพราะมีความไม่เป็นเอกภาพนั่นเอง ดังนั้นรัฐบาลย่อมมีเหตุผลเพื่อดำเนินการด้านคดี และห้ามประกันตัวตามความร้ายแรงของข้อกล่าวหา หรือแม้กระทั่งการใช้กำลังเข้าสลายกลุ่มผู้ถืออาวุธในกลุ่มกบฏ



