
"ลงทั้งทีขอดูดีหน่อย"
เห็นลีลาเงื่อนไขของ "กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ" (นปช.) หรือ คนเสื้อแดง ที่แถลงข่าวปราศรัยต่อหน้าผู้ชุมนุม หลังจาก "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี เสนอ 5 กระบวนการปรองดองในชาติ ก็รู้สึกสงสารประชาชนที่มาร่วมชุมนุมด้วยใจบริสุทธิ์จริง
หลังจาก "นายกฯ อภิสิทธิ์" แถลงกระบวนการปรองดองคนในชาติ 5 ข้อ ช่วงเวลา 21.00 น. วันที่ 3 พฤษภาคม "แกนนำคนเสื้อแดง" ส่วนใหญ่มีสีหน้าท่าทางผ่อนคลายอย่างชัดเจน
โดยเฉพาะช่วงเช้าวันที่ 4 พฤษภาคม "แกนนำเสื้อแดง" หลังเวทีให้สัมภาษณ์เป็นเสียงเดียวกันว่า เห็นด้วยกับ "โรดแม็พ" ของ "นายกฯ อภิสิทธิ์"
แต่พอช่วงเย็นเวลา 18.00 น. ท่าทีของ "แกนนำคนเสื้อแดง" เปลี่ยนไป หลังการประชุมร่วมกันเกี่ยวกับ "โรดแม็พ" ของ "นายกฯ อภิสิทธิ์" แกนนำทั้งหมดได้ขึ้นเวทีปราศรัย โดยแจ้งต่อสื่อมวลชนว่า ไม่ใช่เป็นการแถลงข่าว แต่เป็นการปราศรัยบนเวทีต่อหน้าผู้ชุมนุม
ทั้งที่ปกติเมื่อมีมติเรื่องใดออกมามักจะ "แถลงข่าว" หลังเวที โดยต่อเสียงผ่านลำโพงมาให้ผู้ชุมนุมรับฟังเสียงได้ด้วย แต่พิเศษตรงที่การแถลงข่าวหลังเวทีเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ซักถามข้อสงสัยด้วย
แต่มติเรื่อง "โรดแม็พ" ครั้งนี้ มีลักษณะ "เดี่ยวไมโครโฟน" สื่อมวลชนหมดสิทธิ์ซักถาม
เนื่องจากเพียงต้องการสื่อกับผู้ชุมนุมว่า "นปช.มีมติเป็นเอกฉันท์ยินดีเข้าสู่กระบวนการปรองดอง"
-โดยที่เห็นว่าเป็นข้อเสนอเดิมของ นปช.และต้องการสงวนชีวิตทุกชีวิตไม่ให้ล้มตายอีก
-ต้องการความชัดเจนในการเข้าสู่กระบวนการเจรจา โดย นปช.สงสัยว่าการกำหนดกรอบเวลาเลือกตั้งน่าจะเป็นอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ได้อำนาจนายกฯ เพราะนายกฯ น่าจะประกาศกรอบเวลายุบสภาที่เป็นอำนาจมากกว่า ดังนั้นนายกรัฐมนตรีควรจะประกาศความชัดเจนกรอบการยุบสภาว่าจะเป็นวันใด
-นปช.ต้องการความจริงใจ ซึ่งรัฐบาลสามารถแสดงออกได้ด้วยการลดการคุกคามทุกรูปแบบในทันที
-นปช.ไม่ขอนิรโทษกรรม ในข้อหาโค่นล้มสถาบันและข้อหาก่อการร้าย พร้อมสู้คดี
-ต้องยุติการนำสถาบันกษัตริย์ลงสู่ความขัดแย้งในทุกมิติ
ดังนั้นเงื่อนไขที่ "แกนนำคนเสื้อแดง" ยังไม่ยอมสลายการชุมนุมจนกว่า "นายกฯ อภิสิทธิ์" จะระบุวันยุบสภาว่าเป็นวันไหน แม้ว่าจะมีการระบุวันเลือกตั้งเป็นวันที่ 14 พฤศจิกายน แล้วก็ตาม
แต่ต้องการฟังจากปากนายกฯ ชัดอีกครั้ง ทั้งที่ "วีระ และจตุพร" ผ่านการเป็น ส.ส.ย่อมรู้ดีเกี่ยวกับหลักการกำหนดวันเลือกตั้ง เพราะการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 45 วัน แต่ไม่เกิน 60 วันนับแต่วันยุบสภา หมายความว่า หากจะเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 14 พฤศจิกายน นายกฯ ก็จะต้องยุบสภา อย่างเร็วคือวันที่ 13 กันยายน หรืออย่างช้าวันที่ 28 กันยายน
ทำไมเรื่องนี้ "วีระกับจตุพร" จึงไม่รู้ หรือแกล้งไม่รู้
อีกนัยหนึ่งคือ จะลงทั้งทีขอให้ภาพดูดีหน่อย!
เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่า ตลอดเวลาที่มีการชุมนุม มีทั้ง "ทีมบู๊" และ "ทีมบุ๋น"
คนรบก็รบไป ส่วนคนเจรจาก็ทำหน้าที่ของตัวเองไป โดยเงื่อนไขที่พูดคุยกันมาตลอดคือ เรื่องการจัดทำงบประมาณ และการโยกย้ายข้าราชการ
ขณะที่ "คนเสื้อแดง" นำโดย "วีระ มุสิกพงศ์" ต้องการให้ยุบสภาทันที แต่ฝ่ายรัฐบาล ซึ่งมีทั้ง "กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ" เลขาธิการนายกฯ และ "ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร" ผู้ว่าฯ กทม. ต้องการให้รัฐบาลจัดทำงบประมาณ และโยกย้ายข้าราชการให้เสร็จก่อน
มีรายงานว่า การเจรจาทางลับ "วีระ" และ "นายกฯ อภิสิทธิ์" ก็เคยมีมาแล้ว โดยมีผู้ใหญ่ที่หลายคนให้ความนับถือเป็นคนกลางร่วมโต๊ะเจรจาด้วย
ระหว่างนั้นก็มีการตั้งวงทำ "โรดแม็พ" ขึ้นมาอีกหนึ่งวง แว่วมาว่า งานนี้มีมือกฎหมายอย่าง "บวรศักดิ์ อุวรรณโณ" เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
การทำโรดแม็พครั้งนี้ยังไม่สะเด็ดน้ำดี "คนเสื้อแดง" ก็ก่อเหตุเพลี่ยงพล้ำจากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างเสื้อแดงกับเสื้อหลากสีเมื่อวันที่ 22 เมษายน และที่สำคัญ เหตุการณ์ "ขวัญชัย ไพรพนา" นำคนเสื้อแดงไปตลาดไทจนมีคนเจ็บและเสียชีวิตที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 28 เมษายน
รวมทั้งเหตุการณ์บุกรุกโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เมื่อวันที่ 29 เมษายน จนถูกสังคมและทั่วโลกรุมประณาม
ทำให้ "นายกฯ อภิสิทธิ์" อาศัยช่วงขาลงของ "คนเสื้อแดง" ประกาศกระบวนการปรองดองคนในชาติ 5 ข้อ และเป็นข้อเสนอที่ "คนเสื้อแดง" ยากจะปฏิเสธ เพราะถือว่ารัฐบาลยอมถอยให้มากแล้ว หากคนเสื้อแดงไม่รับรัฐบาลก็จะไม่มีการเจรจาอีก
คาดว่าภายในสัปดาห์นี้ หรือต้นสัปดาห์หน้า "แกนนำ" คงจะสั่งสลายการชุมนุม
เพราะหลังจากประกาศท่าทีในการรับมติปรองดองในชาติแล้ว ท่าทีของ "แกนนำคนเสื้อแดง" และกิจกรรมบนเวทีก็เปลี่ยนไป
ตั้งแต่เช้าจรดค่ำเป็นการจัดกิจกรรมร้องรำทำเพลงเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีการปราศรัยปลุกระดมเรียกคนมาชุมนุมเพิ่ม มีแต่ความสนุกสนาน
ช่วงนี้ "คนเสื้อแดง" ทำเพียงแค่ประคองตัวเองระหว่างรอ "นายกฯ อภิสิทธิ์" ไปหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อประกาศวันยุบสภาให้ชัดเท่านั้น
อย่างน้อยก็ขอลงอย่างสวยงาม มีคำอธิบายกับมวลชนว่า มาชุมนุมครั้งนี้ไม่ได้กลับบ้านมือเปล่า!
เสถียร วิริยะพรรณพงศา



