
ขอมติอาเซียน 3 ชาติจัดโอลิมปิก
"บิ๊กอ๊อด" พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานโอลิมปิคไทย รับเป็นไปไม่ได้ที่ไทยจะได้จัดโอลิมปิกเกมส์ในอนาคตอันใกล้ แต่หากใช้แผนรวม 3 ชาติอาเซียน "ไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์" ก็มีโอกาส และถ้าคณะรัฐมนตรีไฟเขียว พร้อมนำเข้าหารือในการประชุมสหพันธ์ซีเกมส์ วันที่ 30 พ.
"บิ๊กอ๊อด" พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากกรณีที่ "รมต.กีฬา" นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมนำแผนเสนอตัวให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพกีฬานานาชาติ 5 รายการ ได้แก่ กีฬาโอลิมปิกเกมส์, เอเชี่ยนเกมส์, ซีเกมส์, เอเชี่ยนอินดอร์และมาร์เชียลอาร์ตเกมส์ และยูธโอลิมปิกเกมส์ เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติ ในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้ โดยนายชุมพลได้ขอให้คณะกรรมการโอลิมปิคไทยร่วมเสนอแผนด้วยนั้น โอลิมปิคไทยสามารถช่วยผลักดันเรื่องนี้กับรัฐบาลไทยได้ แต่การคัดเลือกประเทศเจ้าภาพยังมีตัวแปรอีกมากมาย ทั้งคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) สภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) เป็นต้น
พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวอีกว่า ต้องยอมรับว่าโอกาสเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกเกมส์ของไทยในตอนนี้ และในระยะอันใกล้นี้ถือว่าเป็นไปไม่ได้ แม้แต่เอเชี่ยนเกมส์ยังยาก เพราะการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพต้องใช้การลงทุนมหาศาล และต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเต็มที่ รวมถึงภาคเอกชนด้วยเช่นกัน แต่หากไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพกีฬาเอเชี่ยนบีช หรือ เอเชี่ยนยูธเกมส์ ยังมีโอกาสเป็นไปได้มากที่สุด
อย่างไรก็ตาม หากใช้แผนการเสนอตัวแบบเป็นภูมิภาค โดยใช้ประเทศที่มีอาณาเขตติดต่อกัน อาทิ ไทย, มาเลเซีย และสิงคโปร์ จับมือร่วมเสนอตัวเป็นเจ้าภาพในคราวเดียว ก็มีความเป็นไปได้ ซึ่งเรื่องนี้หากรัฐบาลไทยสนับสนุน ก็พร้อมจะนำเข้าหารือในการประชุมสหพันธ์ซีเกมส์ ในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ ที่ประเทศอินโดนีเซีย ทันที
ส่วนเรื่องเป้าหมายการคว้า 19 เหรียญทองในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่กวางโจว ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 12-27 พฤศจิกายนนี้ ตามแผนยุทธศาสตร์พัฒนากีฬาสู่ความเป็นเลิศนั้น "บิ๊กอ๊อด" กล่าวว่า เป็นเรื่องยาก เพราะจีนหวังเป็นเจ้าเหรียญทองคงจะไม่ปล่อยให้คู่แข่งคว้าเหรียญได้ง่ายๆ ส่วนตัวคิดว่าทัพนักกีฬาไทยทำได้ 10 เหรียญทอง ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว



