
เกลื้อน...เล่นงาน ตร.คุมฝูงชน
การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงนานเกินกว่า 50 วัน ท่าทีที่ดูเหมือนจะยืดเยื้อยาวนานถูกชะลอด้วย 5 มาตรการปรองดองแห่งชาติ ตามที่นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้นำเสนอต่อสาธารณชน เมื่อค่ำคืนวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้สถานการณ์ดูจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น หลายฝ่
ท่าทีเช่นนี้เป็นนิมิตหมายที่ดี ไม่เฉพาะประชาชนคนไทยทั่วไปที่มุ่งหวังให้สันติสุขกลับคืนสู่สังคมไทย แม้แต่บรรดาข้าราชการตำรวจ ที่ต้องพลัดพรากจากบ้านเคยอยู่อู่เคยนอนมาปฏิบัติหน้าที่ไกลถึงกรุงเทพฯ แดนฟ้าอมร ต่างก็พากันดีอกดีใจและหวังว่าจะได้กลับบ้านในอีกไม่ช้า
ไม่ใช่เพราะรังเกียจรังงอนงานหนัก แต่เป็นเพราะห่างเหินจากบ้านและครอบครัวมานาน ประกอบกับความแปลกถิ่นที่อยู่ อากาศ อาหารการกิน และที่หลับที่นอนไม่สะดวกสบายเหมือนบ้าน ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายแตกต่างกันไป
จากการพูดคุยกับ พ.ต.ท.หญิง วิจิตรา แสนรัตน์ พยาบาล (สบ 2) รพ.ตำรวจ ดูแลรับผิดชอบตรวจร่างกายเบื้องต้นผู้ป่วย ซึ่งระยะหลังผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มารักษาเป็นข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมดูแลผู้ชุมนุมเสื้อแดงพบว่า ภาพรวมตำรวจส่วนใหญ่มีอาการไข้หวัด เจ็บคอ ร้อนใน เนื่องจากพักผ่อนไม่เพียงพอ แปลกสถานที่เลยทำให้นอนไม่ค่อยหลับ ส่วนจะอยู่ในภาวะเครียดหรือไม่ตอบไม่ได้ แต่อาการร้อนในก็เป็นปัจจัยหนึ่งของความเครียด
วิธีการรักษาจะจ่ายยาพื้นฐานตามอาการ เช่น ยารักษาไข้หวัด เจ็บคอ ส่วนที่มีโรคประจำตัวก็จะแนะนำให้กินยาต่อเนื่อง ถ้าไม่ได้นำยาติดตัวมาด้วยก็จะแนะนำให้ไปรับยาที่ รพ.ตำรวจ
แต่โรคหนึ่งที่พบมากในบรรดาตำรวจควบคุมฝูงชน คือ โรคกลากเกลื้อน !?!
"ตำรวจปราบจลาจล (ปจ.) เป็นกันมาก สาเหตุเพราะไม่ค่อยมีเวลาทำความสะอาดร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่ค่อยได้ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า ทำความสะอาดเสื้อผ้า ส่วนใหญ่ถ้าเป็นเราก็จ่ายยาขั้นพื้นฐานให้" พ.ต.ท.หญิง วิจิตรา กล่าว
ด้วยเหตุนี้เมื่อมีแนวโน้มว่ารัฐบาลกับแกนนำเสื้อแดงจะหาข้อยุติร่วมกันได้ บรรดาตำรวจผู้ปฏิบัติที่มาจากต่างจังหวัดไกลๆ นานแรมเดือน จึงพากันดีอกดีใจกับข่าวชิ้นนี้ค่อนข้างมาก ประกอบกับข่าวการเสียชีวิตของ จ.ส.ต.สุเมธ วิโรจน์ ผบ.หมู่ ป.สภ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี ที่ป่วยด้วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ทำให้ตำรวจมีอายุหลายคนหันมามองตัวเองด้วยสายตาเป็นกังวล ?!!
"ตำรวจหลายนายที่มาไม่ได้มีเฉพาะตำรวจหนุ่มๆ อายุน้อยๆ ที่เป็นพลตำรวจใหม่ๆ หลายคนยศ จ.ส.ต.หรือ ด.ต.แก่แล้ว และมีโรคประจำตัวกันอยู่หลายคน พอมีข่าวเพื่อนตำรวจตายด้วยโรคประจำตัว พวกเขาก็กลัวว่าจะเกิดกับตัวเอง เพราะมีหลายคนที่ไม่อยากจะมาตั้งแต่แรก" ร.ต.ท.เอกภพ จาก บช.ภ.5 กล่าวกับ "คม ชัด ลึก"
ร.ต.ท.เอกภพบอกด้วยว่า พอมีข่าวว่ารัฐบาลหาทางออกให้แก่กลุ่มผู้ชุมนุมได้แล้ว และหากเสื้อแดงยอมเปิดทางทั้งหมด โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ ส่วนรัฐบาลเองก็ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ลูกน้องต่างก็พากันดีอกดีใจ เชื่อว่าอีกไม่นานคงจะได้กลับบ้านกัน ทั้งลูกน้องและตัวเขาต่างก็เฝ้ารอวันนั้นอยู่ รอวันที่จะได้กลับไปหาครอบครัวที่จากกันมานาน
"บางคนเมียตั้งท้องอยากจะกลับไปดูแลเมีย ผมก็อนุญาตให้ไม่ได้ เพราะถ้าช่วยเหลือแล้วเกิดปัญหาขึ้นมาอาจจะรับผิดชอบไม่ไหว เห็นใจนะ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่บอกให้โทรศัพท์คุย ทีนี้มันมาหลายวันโทรบ่อยๆ ตังค์ก็หมด หน้าละห้อยมาขอคำปรึกษา ผมไม่รู้ก็บอกให้โทร ถึงได้คำตอบว่านายครับตังค์หมด ก็ต้องซื้อบัตรเติมเงินให้" ร.ต.ท.เอกภพกล่าว
"ดีใจถ้าหาทางออกได้" ด.ต.สุรชัย จาก บช.ภ.4 บอกและว่า ตอนนี้คุยกับเพื่อนๆ หลายคนสุขภาพยังพอทนไหว แต่ระยะหลังมีฝนตกลงมาก็เริ่มจะไม่สบายครั่นเนื้อครั่นตัวบ้าง พอมีข่าวว่ารัฐบาลจะหาทางออกได้ เพื่อนตำรวจต่างก็ดีใจที่จะได้กลับบ้านเสียที
"ครอบครัวที่บ้านเป็นห่วงเรามาก กลัวจะถูกลูกหลงถ้าเกิดการปะทะขึ้น เพราะตำรวจมีแค่โล่กับกระบอง" ด.ต.สุรชัยกล่าว
ขณะที่ จ.ส.ต.มานพ จาก บช.ภ.8 ในฐานะที่เพื่อนตำรวจเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจมาจากภาค 8 เช่นกัน และยังมีข่าวตำรวจตรังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์อีก เมื่อมีข่าวนี้จึงช่วยให้จิตใจดีขึ้นมาก
ด้าน จ.ส.ต.มานพแล้วสภาพความเป็นอยู่มีผลต่อสุขภาพเยอะ เขาให้เหตุผลว่าอยู่ภาคใต้อากาศดี รถราไม่เยอะ ไม่มีฝุ่นละออง เพื่อนหลายคนเป็นโรคกระเพาะ เนื่องจากกินข้าวไม่ตรงเวลา อาหารมาส่งช้าบ้าง บางครั้งน้ำดื่มหมด ประกอบกับอากาศกรุงเทพฯ ร้อนจัด เสื้อผ้าไม่ได้ซัก เพราะหาที่ซักไม่ได้ ใส่ชุดไหนมาก็ต้องใส่ชุดนั้นกลับ
แต่เรื่องสำคัญที่จ่านพต้องทำเป็นประจำเวลาหยุดพัก คือ ถอดรองเท้าถุงเท้าผึ่งแดดผึ่งลม ?!!
"ไม่ให้กลิ่นอับ ไม่งั้นต้องเสียเงินรักษาเท้า ไหนจะต้องเสียเงินซื้อรองเท้าถุงเท้าใหม่อีก" จ่านพพูดยิ้มๆ
พวกเขาจะได้กลับบ้านอย่างที่หวังหรือไม่ คำตอบนี้ขึ้นอยู่กับรัฐบาลและแกนนำเสื้อแดง !?!



