ข่าว

ปฏิบัติการลับสุดยอด

ปฏิบัติการลับสุดยอด

05 พ.ค. 2553

เรียกว่าพลิกเกมได้เกินความคาดหมายสำหรับฝ่ายรัฐบาล หลังจากตัดสินใจอย่างปัจจุบันทันด่วนให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แถลง "โรดแม็พ" ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ กลางช่วงละครสุดฮอตยอดฮิตของหลายช่อง ราว 3 ทุ่ม คืนวันที่ 3 พฤษภาคม 2553

 ทำเอาคอการเมืองจากหลากสี หลายค่าย ตั้งตัวแทบไม่ทันกับการประกาศพลิกเกมเพียงไม่กี่นาที

 โดยเฉพาะกับประเด็นตบท้าย กำหนดวันเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน 2553 ซึ่งเป็นข้อเสนอที่ว่ากันว่าอยู่กึ่งกลางของเงื่อนเวลาที่ฝ่ายรัฐบาลกับคนเสื้อแดง "นปช." ยื้อยุดกันมานานร่วมเดือน

 ทั้งยังเป็นเงื่อนไขที่พรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคได้เสนอความเห็นกันมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ถึงเวลาที่เหมาะสมในการยุบสภาเลือกตั้งใหม่อยู่ที่ราวๆ 6 เดือน

 ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ "โรดแม็พ" 5 ข้อ ได้แก่ เชิดชูสถาบัน ปฏิรูปประเทศ ให้สิทธิเสรีภาพ ชำระสะสางทุกเหตุการณ์ปะทะ และแก้ไขรัฐธรรมนูญบางประเด็น เมื่อตบท้ายด้วยการพ่วงวันเลือกตั้งที่ชัดเจนเข้าไป จะได้เสียงตอบรับจากสังคมแทบทุกภาคส่วนในวันรุ่งขึ้น

 ไม่เว้นกระทั่ง "แกนนำเสื้อแดง" ทุกคน ที่ดูเหมือนจะตอบรับด้วยสัญญาณที่ดีในทันทีที่การแถลงจบลงก่อนใครเพื่อน โดยเฉพาะคำพูดของ "จตุพร พรหมพันธุ์" ที่บอกเป็นนัยถึงการยุติการชุมนุมด้วยคำพูดที่ว่า

 "นปช.ก็อยากให้วันฉัตรมงคลในปีนี้ คนไทยไม่มีทุกข์ อยากให้สำเร็จก่อนวันที่ 5 พฤษภาคม..."

 ฉะนั้นแล้ว ถ้าจะบอกว่าการประกาศโรดแม็พของ "อภิสิทธิ์" นั้น ฝ่ายแกนนำเสื้อแดงบางคนต่างรู้ล่วงหน้ากันก่อนแล้วก็คงไม่ผิดนัก

 เพราะอากัปกิริยาของแกนนำตลอดทั้งวัน รวมถึงการสื่อสารไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมก็เต็มไปด้วยการผ่อนคลายอย่างยิ่ง สังเกตจากการเปลี่ยนอิริยาบถร้องรำทำเพลงกันแทบทั้งวัน

 และยิ่งตอกย้ำด้วยการยอมรับของ "จรัล ดิษฐาอภิชัย" ในคืนเดียวกันว่า ข้อเสนอที่นายกฯ กล่าวมานั้น เป็นเพราะทางแกนนำ นปช.ได้ติดต่อเจรจากับทางรัฐบาลอยู่ตลอด แต่ติดอยู่ตรงที่ระยะเวลาที่ลงตัวเท่านั้น

 นั่นแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลและแกนนำเสื้อแดงเปิดประตูเจรจากันอยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งในวันที่ "กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ" เลขาธิการนายกฯ ประกาศยุติการทำหน้าที่ "คนกลาง" ผ่านทวิตเตอร์ เมื่อวันเสาร์ที่ 24 เมษายน ที่ผ่านมา การเจรจาก็ยังดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่อง

 แหล่งข่าวที่เฝ้าติดตามการเจรจาของทั้งสองฝ่ายมาตลอด เปิดเผยว่า "กอร์ปศักดิ์" ยังคงเป็นตัวแทนผู้เจรจาในฝ่ายรัฐตั้งแต่วันแรก จนกระทั่งจบกระบวนการในวันที่นายกฯ ตัดสินใจแถลงโรดแม็พเมื่อคืนก่อน

 แม้ช่วงระหว่างนั้นจะมีตัวแทนเจรจาแทรกเข้ามาอย่าง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร แต่ก็เข้ามาทำหน้าที่ในฐานะ "ผู้ว่าฯ กทม." ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่การชุมนุมเท่านั้น ขณะที่การเจรจากับ นปช.ในส่วนที่เป็นการแก้ปัญหาระดับชาติยังคงเป็นหน้าที่ของ "กอร์ปศักดิ์" เรื่อยมา โดยคู่เจรจาคนสำคัญคือ "วีระ มุสิกพงศ์"

 ทั้งนี้เหตุผลที่ "กอร์ปศักดิ์" ต้องประกาศยุติการทำหน้าที่คนกลาง ก็เป็นเพราะสภาวะที่ถูกจับจ้องจากสังคมตลอดเวลา นับจากช่วงที่มีการถ่ายทอดสดเจรจาผ่านสื่อสองครั้ง ทำให้เขาไม่สามารถเดินหน้าการเจรจาได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากการเจรจาที่จะหาข้อสรุปได้นั้นต้องเป็นการเจรจาในทางลับเท่านั้น

 อย่างไรก็ดี ขณะที่มีการเจรจากันนั้น ทางรัฐบาลได้เตรียมแผนปฏิรูปประเทศควบคู่กันไป เพราะในช่วงก่อนหน้านี้ได้มีองค์กรต่างๆ เข้าพบนายกฯ และหยิบยื่นข้อเสนอในการแก้ปัญหาประเทศหลายกลุ่มด้วยกัน โดยประเด็นที่คนส่วนใหญ่เริ่มให้ความสำคัญก็คือการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง

 กระนั้น ก็ต้องยอมรับว่าการเจรจากับแกนนำเสื้อแดงนั้นไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะเมื่อมีการยกคำพูดเปรียบเทียบว่าการเจรจาจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย หากว่ายังไม่มีฝ่ายไหนคิดว่าตัวเองแพ้ โดยเฉพาะจากเหตุการณ์ปะทะหลายครั้งที่ผ่านมา ฝ่ายเสื้อแดงยังคิดว่าตัวเองถือแต้มต่อสูงกว่าฝ่ายรัฐ

 กระทั่งฟางเส้นสุดท้ายจากการก้าวพลาดของ พายัพ ปั้นเกตุ ในการนำมวลชนบุกค้นโรงพยาบาลจุฬาฯ ยามวิกาล จนเป็นเหตุให้เกิดกระแสตีกลับชนิดไม่สามารถทำคะแนนตีตื้นได้เลยตลอด 3-4 วันที่ผ่านมา

 บวกกับการเดินหน้าจับกุมผู้กระทำผิดตามหมายจับที่พบเบาะแสมากขึ้นเรื่อยๆ พ่วงด้วยการตีข่าวขอคืนพื้นที่ของ ศอฉ. และการออกหมายจับทั้งคดีก่อการร้าย และคดีล้มสถาบันออกมาจากดีเอสไอแทบทุกวัน ท่ามกลางสถานการณ์การชุมนุมที่ไม่สามารถระดมมวลชนได้มากกว่าที่เป็นอยู่

 ปัจจัยที่เพลี่ยงพล้ำอย่างหนักของคนเสื้อแดง บวกกับกระแสข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับอาการป่วยหนักของ "นายใหญ่" จึงเป็นประเด็นที่ทำให้การเจรจาครั้งนี้เดินหน้าไปจนกระทั่งสามารถหาข้อยุติได้ในที่สุด

 โดยเฉพาะเป็นการ "หาทางลง" ให้แก่แกนนำเสื้อแดงที่ไม่สามารถไปต่อได้ บวกกับฝ่ายรัฐบาลก็เปิดทางถอยด้วยการยอม "ยุบสภา" ด้วยเงื่อนไขที่เชื่อว่าหลายฝ่ายจะยอมรับได้ โดยตกลงให้ "วันฉัตรมงคล" เป็นวันดีเดย์ของทุกฝ่ายที่จะถอยคนละก้าว

 อย่างไรก็ตาม เหนือสิ่งอื่นใด งานนี้ต้องยอมรับว่าการประกาศโรดแม็พที่เกิดขึ้นกลางดึกคืนก่อน เป็น "ปฏิบัติการลับสุดยอด" ที่มีคนรู้อยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น

 และหนึ่งในคนที่ไม่รู้ ก็เป็นคนสำคัญในรัฐบาลซะด้วย

 ฐานันดร 4